รถยนต์ที่เป็นหนึ่งในตำนานของฮอนด้าในประเทศไทยคือ ซีวิค 3 ประตู (Civic 3 Door) ถือเป็นประวัติและเรื่องราวหนึ่งของการพัฒนารถยนต์ในตลาดรถยนต์ไทยที่ได้เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฮอนด้าในฐานะผู้ผลิตรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น เริ่มต้นบนเส้นทางสายยานยนต์ในไทยมาตั้งแต่ปี 2515 รถรุ่นแรกที่นำเข้ามาขายเป็นรถเก๋งขนาดเล็ก” ฮอนด้า ซีวิค” ด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 2 ประตู ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยคอนเซ็ปต์ของการ ทำตลาด รถรุ่นแรกนี้ ฮอนด้าให้ความ สำคัญในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานในประจำวันเป็นหลัก
ในปี 2516 ฮอนด้าได้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ CVCC ออกมา ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่สามารถลดปริมาณมลพิษในไอเสียได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ เครื่องยนต์ CVCC นี้ ถูกนำมาใส่ไว้ในซีวิค FMC เป็นรุ่นแรก หลังจากเปิดตัวมาได้ 7 ปี ซึ่งในสมัยนั้นรู้จักกันในนามของ Super Civic ด้วยเครื่องยนต์ 2 ขนาดคือ 1.3 และ 1.5 ลิตร
หลังจากที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ในปี 2527 ฮอนด้าได้ทำการผลิตซีวิคเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 12 วาล์ว ในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ของซีวิค โดยใช้ชื่อรุ่นว่า The Wonder Civic ภายใต้แนวคิด MM (Man Maximum, Mechanism Minimum) เป็นรถซีวิครุ่นนี้ได้รับรางวัล 1 ใน 15 อันดับรถยนต์ที่ผู้ใช้พอใจสูงสุด CSI (Customer Satisfaction with Product Quality and Service) ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ในปี 2531 มีการเปิดตัวGrand Civic เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ถูกทำคลอดลงสู่ตลาดอีกครั้ง ชื่อรุ่นนี้ใครหลายคนอาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าบอกว่าเป็นรุ่น”เตารีด” คงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
ซีวิค เตารีดนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Human Fitting Technology มีการนำระบบช่วงล่างดับเบิลวิชโบนและเครื่องยนต์แบบใหม่ 16 วาล์ว มาใช้เป็นครั้งแรก
ปี 2535-2539 เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเติบโตสูงสุด ฮอนด้าได้ขยายการทำตลาดในรุ่นซีวิค ด้วยการเพิ่มเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรเข้ามา เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่าง โตโยต้า ที่มีความแข็งแกร่งมาก โดย โคโรลล่านั้นได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์นั่ง
ฮอนด้า ต้องการเข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่งที่แข็งแกร่งและเป็นตลาดใหญ่จึงจัด ซีวิคเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และ 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว รุ่น 4 ประตูซีดาน(Civic EG 4 Door) ลงตลาด โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “Sports Civic” และฮอนด้าก็สมทบด้วยอาวุธหนักนั่นคือ การนำเทคโนโลยีของเครื่องยนตร์วีเทค (Variable Valve Timing and lift Electronic-VTEC) แบบ SOHC มาใช้เป็นครั้งแรก และเป็น ซีวิครุ่นแรกที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้
ท่ามกลางกระแสการแข่งขันรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ฮอนด้าตัดสินใจ ครั้งสำคัญนั่นคือการเปิดตัว ซีวิค 3 ประตูครั้งแรกในไทย (Civic EG 3 Door) โดยเปิดตัวล่าช้ากว่ารุ่น 4 ประตูปีกว่า(เริ่มขาย ส.ค.1993-2536) รถรุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลในตลาดรถนั่งไม่ให้โตโยต้าและนิสสันแข็งแกร่งเกิดไป ฮอนด้าต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง
โดยฮอนด้าวางคอนเซ็ปต์ของรถ 3 ประตูไว้เป็นรถซิตี้คาร์ หรือยนต์นั่งขนาดเล็ก ราคาประหยัด กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีรถใช้เป็นคันแรก และแน่นอนว่าด้วยรูปแบบรถยนต์3 ประตูที่ห่างหายจากตลาดเมืองไทยไปนานและราคาที่น่าสนใจ
ราคา
-รุ่นเกียร์ธรรมดา 1.5 LX ราคา 361,000 บาท
-รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 1.5 EX ราคา 396,000 บาท
ราคานี้ด้วยรูปแบบตัวถังและขนาดเครื่องยนต์ถือว่า เป็นราคาที่ช็อควงการรถเก๋งในเวลานั้น
ข้อมูลทางเทคนิค
ตัวถัง 3 ประตูแฮทแบค 4 ทั่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์ 4สูบแถวเรียง คาร์บิวเรเตอร์ แคมเดี่ยว 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้ กำลังได้สูงสุด 91 แรงม้า ระบบพวงมาลัยแบบพาวเวอร์(รุ่นเกียร์อัตโนมัติ) ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก หลัง ดรัมเบรก
ขนาดตัวถัง
มิติตัวรถนั้นมีความยาว 4,070 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,345 มม. ระยะฐานล้อ 2,570 มม. ล้อขนาด 13 นิ้ว ยาง 185/70 R13 ขนาดความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร
หลังจาก ซีวิค 3 ประตูเปิดตัวไม่นานก็สร้างสถิติ เป็นรถที่มียอดจองสูงสุด 3 วันแรกของการเปิดตัว กว่า 5,000 คัน ซึ่งปริมาณนี้ในอดีตนั้นถือว่าสูงมากแม้ปัจจุบันตลาดรถเก๋งไทยจะใหญ่โต การที่รถรุ่นใหม่รุ่นหนึ่งจะทำสถิติเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องยาก การจอง 5,000 คันนี้เอง ฮอนด้าต้องปรับไลน์การผลิตใหม่ โดยลดกำลังการผลิตของซีวิค 4 ประตู และฮอนด้า แอคคอร์ด ลงเพื่อแบ่งสายการผลิตทุ่มเททรัพยากร มาใช้ในการผลิตซีวิค 3 ประตูเต็มกำลัง
ลูกค้าของซีวิค 3 ประตูในขณะนั้น นอกจากจะเป็นกลุ่มที่มีเงินในกระเป๋าน้อยแล้ว ยังเป็นกลุ่มนักซิ่งที่ชอบความแรงแม้ตัวเครื่องยนต์จะธรรมดาและเน้นความประหยัด แต่รถรุ่นนี้ฮอนด้าออกแบบมาได้ตรงใจกับวัยรุ่น รวมถึงบรรดานักแต่งรถที่กระหายรถ ตัวถังสั้น 2 ประตูคูเป้
วันนี้ในตลาดรถมือสองเราเห็นซีวิค 3 ประตู เดิมๆไม่มากแล้ว
ในยุคของการเปิดตัวซีวิค 3 ประตู หลายคนมองว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่เป็นรถนั่งขนาดเล็ก เพราะฮอนด้าวางเครื่องยนต์
1.5 ลิตร ซึ่งตามคอนเซ็ปต์ของรถยนต์ซิตี้คาร์ ยุคนั้น ขุมพลังซิตี้คาร์ควรเป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1400 ซีซี. ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันว่ารถรุ่นนี้ใช่ซิตี้คาร์ ใช่หรือไม่? ซึ่งในตลาดนั้น ข้อถกเถียงนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฮอนด้า และคนซื้อก็ไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นรถอะไรแต่รู้ว่าประหยัด คุ้มค่าเงินและมีราคาที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ
ความคึกคักของ 3ประตู ส่งผลให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ หันมาตื่นตัวและสนใจตลาดรถยนต์นั่งราคาประหยัด กันมากขึ้น หลังจากที่ฮอนด้าเปิดตัวซีวิค 3 ประตูไปได้ไม่นาน ผู้ซื้อต้อง รอรับรถนานกว่า 6 เดือน จึงเป็นช่องว่างทำให้เกิดการซื้อขายใบจองกันมากมาย และตามมาด้วยผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ หันมาทำตลาดรถระดับนี้กันหลายค่ายรวมถึง รถยนต์จากเยอรมันอย่าง โอเปิล ที่เปิดตัวรถ คอร์ซ่า 5 ประตู 1400 ซีซี เข้ามาแทรกตลาด ลูกค้าที่จองคิวซีวิค 3 ประตู ไว้บางคนรอไม่ไหว หันมาซื้อคอร์ซ่า ราคา 3.75-3.99แสนบาท
ดราม่ายุคหลังคากระดาษ
หลังจากฮอนด้า ซีวิคขายดีทั้ง 3 ประตูและ4ประตูไม่นาน ก็เกิดดราม่าขึ้นซึ่งหากเป็นสมัยนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ แต่เมื่อดราม่าทั้งหมดเผยแพร่โดยสื่อสารสายยานยนต์และบางเรื่องก็เกิดจากรถที่สื่อซื้อซีวิค 3 ประตูไปใช้
โดยเฉพาเรื่องตัวถังเป็น “สนิม”เพราะมีสื่อซื้อ 3ประตูไปแล้ว แต่พบว่า ตัวถังใต้พรมเป็นสนิม เลยออกมาใช้สื่อฟาดฟันฮอนด้ากันพักใหญ่แต่ไม่กระทบเท่ากับ การเล่นข่าวต่อเนื่องอีกข่าวคือ มีฮอนด้าซีวิคไปเกิดอุบัติเหตุหลังคาเปิด ถ่ายรูปลงข่าวใหญ่ ให้เห็นชิ้นส่วนบุ เพดานหลังคา ทำด้วย กระดาษลูกฟูก (ทุกวันนี้ยังมีรถหลายยี่ห้อ ใช้พลาสติกลูกฟูกหรือฟิวเจอร์บอร์ดเป็นส่วนประกอบที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย)ซึ่งทำให้เกิดดราม่าด้านความปลอดภัยว่า ใช้กระดาษมาประกอบรถไม่ปลอดภัย
ซึ่งจริงๆ ฮอนด้าเวลานั้นก็ชี้แจงว่า มันไม่ใช้Part ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย มันคือแผ่นซับเสียงและกันความร้อน ซึ่งจริงๆ ฮอนด้าก็พูดไม่ได้เต็มปากว่า มันคือวัสดุที่ลดต้นทุนทำให้ ซีวิค 3 ประตูมันขายได้ใน ราคา 3แสน
หลังคากระดาษเป็นข่าวตามหน้าสื่อใหญ่อยู่หลายวันจากนั้นก็ค่อยๆ แผ่วไปตามกาลเวลา c]tฮอนด้าในรุ่นหลังๆ ก็ทำวัสดุหลังคาดีขึ้น ประเด็นนี้ จนถึงเวลานี้คนเก่าๆ ยังมีภาพจำเรื่องนี้อยู่รวมถึง ตามสภากาแฟคนวัย 50 ปีถ้าได้คุยกันเรื่องนี้เรียกว่า ยาวแน่นอน
ความสำเร็จของซีวิคER ทั้ง3และ4ประตูในเวลานั้นในแง่ของการแข่งขันในตลาดแบรนด์ฮอนด้า สามารถสร้างกระแสเป็นตัวเล่นหลังจนทำให้ โคโรลล่า เจ้าตลาดเงียบงันไปชั่วขณะและ ซีวิค 3ประตูก็ปักธงอยู่ในใจของวัยรุ่นและนักซึ่งชาวไทยชนิดที่ไม่เคยมีค่ายรถใดทำได้มาก่อน
ถึง ณ วันนี้ ซีวิค 3 ประตู ยังเป็นรถที่หลายคนต้องการเป็นเจ้าของ ตามเต็นท์เราแทบหาไม่ได้ เจ้าของเต๊นท์รถหลายแห่งบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คนใช้ ซีวิค 3 ประตูส่วนใหญ่ยังคงเป็นเจ้าของเดิม ราคาท้องตลาดตอนนี้อยู่ระหว่าง แสนปลายๆ ไปจนถึงสองแสน ผ่านมาหลายสิบปี ยังหาซิวิค 3ประตู สวยๆ ยากมากจริงๆ