EN / TH

TOYOTA เผย ยอดขาย 6 เดือนแรก 117,333 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.82% นำโดยกลุ่มกระบะ และ Eco Car

31 กรกฏาคม 2569

แผ่นดินไหวคิวชูส่งผลกระทบโรงงาน Toyota, Nissan และ Daihatsu ชะลอสายการผลิตชั่วคราว

31 กรกฏาคม 2569

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569

HYUNDAI NEIRA Prototype รถ BEV ต้นแบบ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่ง 490 กม./ชาร์จ เตรียมผลิตในอินโด

31 กรกฏาคม 2569

XIAOMI เปิดตัว SKYNOMAD N70 และ N90 ในจีน ขุมพลัง EREV เริ่มต้นราว 1.3 และ 1.5 ล้านบาท

31 กรกฏาคม 2569

SUZUKI XL7 รุ่น Facelift เปิดตัวในอินโดนีเซีย จอกลาง 9 นิ้ว กล้อง 360 ระบบ TPMS

30 กรกฏาคม 2569

TOYOTA VELOZ HYBRID โชว์ตัวจริงในงาน GIIAS 2026 ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ตลาดอินโด ราคาราว 566,000-727,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

HONDA กำลังพิจารณาสร้าง ACCORD SUV เพื่อแข่งกับ Subaru Outback เน้นตลาดอเมริกา

30 กรกฏาคม 2569

BYD RACCO EV เปิดตัวในญี่ปุ่น Kei Car ไฟฟ้า 64 แรงม้า ระยะทาง 210-320 กม. WLTC เริ่มต้นราว 439,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

CEO MAZDA ยืนยัน MX-5 ใหม่จะมีขุมพลังไฟฟ้า พร้อมเผย ยังต้องการสร้างรถสปอร์ตระดับสูงกว่า MX-5

30 กรกฏาคม 2569

2028 The new GLA SUV เริ่มรุ่นต้นยกเทคโนโลยี CLA มาทั้งระบบพร้อม 2 ทางเลือก Hybrid และ BEV

30 กรกฏาคม 2569

GWM TANK 500 จะมาพร้อมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 231 PS แรงบิด 620 NM ในออสเตรเลีย

30 กรกฏาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 40

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 รถยนต์อเนกประสงค์ ที่ครองใจคนไทยมาหลายรุ่นสู่รุ่นล่าสุดที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ความจุ 2,164 ซีซี ระยะกระบอกสูบ 83 x 100 มม. กำลังอัดที่ 15.9 : 1 ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบต่อนาที เกียร์ใหม่ 8 จังหวะ พร้อมระบบ REV TRONIC และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part Time รองรับน้ำมันดีเซล B20 ขนาดถังน้ำมัน 80 ลิตร พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า วงเลี้ยว 5.6 เมตร ดิสก์เบรก 4 ล้อ และช่วงล่างโช้คอัพ Stiff Flex ล้ออัลลอยสี Gloss Black 20 นิ้ว ความสูงใต้ท้อง 235 มม.  

 

 

 

 

จากข้อมูลข้างต้นพอจะบอกได้ว่าใน MU-X นั้น มีของดีเยอะเต็มคัน ยังไม่รวมระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัย ADAS ที่ใส่มาเต็มในรุ่น "RS" ทั้งชุดตกแต่งรอบคัน กระจังหน้า สี Tri Color (สีเดียวกับตัวรถ Light Magnetite Met. และ Gloss Black) กระจกมองข้าง บันไดข้าง ราวหลังคา    สี Gloss Black ส่วนภายในหุ้มหนังสังเคราะห์สีดํา-ด้ายสีเทา และสีดํา-ด้ายสี Lime Green 

หมายเหตุ : ระบบพวงมาลัยไฟฟ้านั้นมีให้ตั้งแต่รุ่น Ultimate    

 

  

 

 

 

 

 

สมรรถนะหลังทดลองขับ 9.5/10

สมรรถนะของเครื่องยนต์ 2.2 ใหม่นั้น น่าประทับใจในหลายสถานการณ์ และก็มีบางครั้งก็ยังต้องปรับตัว!

อัตราเร่งออกตัว เร่งแซงหรือขับขี่ทั่วไปในความเร็วปกตินับว่าเกินพอ สำหรับรถคันใหญ่เน้นใช้เดินทางแบบครอบครัว กำลังเครื่อง 163 แรงม้า และมีแรงบิดในการออกตัว ไต่ทางชัน ขึ้นลงเขาแบบสบาย ๆ ระดับ 400 นิวตันเมตร เพียงพอในการใช้งาน หรือจะเอาไปลุยก็ใส่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทันที ถึงแม้จะไม่ได้เอาไว้ขับสไตล์ออฟโร้ด แต่การมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็เพิ่มความปลอดภัยและมันใจในบางสถานการณ์ได้อย่างเช่น ฝนตกถนนลื่น เปียกมีน้ำขัง คุณขับอยู่เลนขวาหรือซ้ายในความเร็วลอยลำไปแล้ว จำเป็นต้องผ่าน "แอ่งน้ำ" ที่รอระบาย คุณสามารถใส่โหมด 4H ในการขับได้ก่อนที่จะถึงจุดเสี่ยงอย่างไร้กังวล หรือการขับขี่นลงเนินเขา ที่เปียกลื่น หรือจะขึ้นเขาระเบิดที่หลายคนนิยมขับขึ้นไป เพียงใส่ขับ 4H ก็สามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย ๆ ด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ตัวนี้มีแรงไต่ทางชั่นแบบหายห่วงครับ  

 

เกียร์ 8 จังหวะ ต้นจัด-ปลายรอบต่ำประหยัดน้ำมัน....แต่เปลี่ยนช้า!

แต่ในเกียร์รุ่นนี้ที่มี 8 จังหวะ ในการเร่งแซงช่วงความเร็วลอยลำไปแล้ว หากอยุ่ที่ความเร็ว 90 - 100 กม./ชม. และจะคิกดาวน์แซงระบบจะมีการคิดคำนวนเปลี่ยนจังหวะเกียร์ใช้เวลานานไปหน่อย อาจจะถึง 2 - 3 วินาทีเลย ขึ้นกับความเร็วรถกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ด้วย ดังนั้นการเร่งแซงในเวลาคับขันอาจต้องกะระยะให้ปลอดภัย เพราะอัตราทดเกียร์เยอะ จึงใช้เวลาคิดนานไปนิดนึง หากปรับเรื่องนี้ให้เปลี่ยนได้เร็วกว่านี้จะช่วยให้ลงตัวมากขึ้นครับ

 

 

 

 

ระบบช่วงใหม่ Stiff Flex เน้นหนึบมากขึ้น อาจจะมีความกระด่างอยู่บ้าง แต่ช่วยให้ขับขี่มั่นใจมากกว่าช่วงล่างนิ่มเกินไป ยิ่งรถคันใหญ่ ยกสูง น้ำหนักมาก ช่วงล่างต้องยิ่ง "หนึบแน่น" อย่าง MU-X คันนี้เข้าทางโค้ง เร่งแซงเปลี่ยนเลนมั่นใจมากขึ้น บวกกับพวงมาลัยระบบผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ควบคุมได้แม่นยำ รกะชับ ไม่มีอาการหน่วงหรือระยะช่องวางที่มากเกินไป ทำให้จะเลี้ยวจะเข้าทางโค้งควบคุมได้กระฉับกระเฉิงเลี้ยวติดมือ อย่างไรก็ตามรถที่มีความสูงระดับนี้ย่อยมีอาการโยนตัวอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ครับ ไม่โคลงไม่ย้วย และไม่กระเด้งแม้จะขับความเร็วต่ำ ๆ ผ่านถนนคอนกรีตก็ตาม และยิ่งในความเร็วสูง การควบคุมรถง่าย มั่นใจ โดยไม่ต้องเกร็งมือในการขับพวงมาลัย ลดอาการเมื่อยล้าได้เยอะ 

 

 

 

 

การควบคุมของพวงมาลัย 10/10

"พวงมาลัยเบากว่านี้ก็รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว"

พวงมาลัยเบาสบายทั้งความเร็วต่ำ คล่องตัวในเมือง จอดรถง่าย หมุนสบายด้วยมือเดียว และในความเร็วสูงก็มีความหนืดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่เบาหวิวจนต้องเกร็งมือ ทำให้ช่วยผ่อนคล้ายขณะเดินทางไกลและช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ดี นอกจากนี้ยังได้ความกระชับมือในทุก ๆ องศาการเลี้ยวอีกด้วย ความเบาระดับนี้เทียบเท่ากับในรถกระบะฟอร์ด ถ้าเบากว่านี้ก็รถยนต์ไฟฟ้าแล้วครับ 

 

 

  

  

อัตราสิ้นเปลือง 7/10 

ตัวเลขประหยัดดี แต่ยังไม่โดดเด่น

ตลอดทริปที่รับรถคันนี้ใช้ระยะทางรวมทั้งหมด 610 กม. อัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัด 13.1 กม./ลิตร ขับทั้งในเมืองรถติด ขับความเร็วสูงบนทางด่วน ออกนอกเมืองและต่างจังหวัด (กาญจนบุรี) แต่ถ้าจับอัตราสิ้นเปลืองที่เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี จริง ๆ ใช้ระยะทางรวม 481 กม. ตัวเลขสิ้นเปลืองได้ 13.7 กม./ลิตร ความจริงคาดหวังไว้ว่าน่าจะได้ถึง 14 กม./ลิตร แต่อาจจะเป็นเพราะสภาพการจราและขับแบบไม่เน้นปั้นตัวเลข (แอบเท้าหนักนิด ๆ ครับ)

ผมลองขับโดยใส่โหมด 4WD หรือ 4H ขึ้นทางด่วน จากรามอินทราวัชรพลไปลงหัวลำโพงผลคือ อัตราเร่งมีความหน่วงหรือหนืดขึ้นเล็กน้อย ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองนั้นอยู่ราว ๆ 11 กม./ลิตร แต่อาจจะไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะวิ่งในช่วงสั้น ๆ และใช้ความเร็วบนทางด่วนประมาณ 100 กม./ชม. ซึ่งระบบ 4H น่าจะช่วยให้ขับขี่มั่นใจขึ้นเวลาฝนตกถนนลื่น ๆ หรือขับบนทางเขาขึ้นลงเนินต่าง ๆ โดยไม่ทำให้กำลังของเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร นี้ลดลงแต่อย่างใดครับ 

 

 

 

 

ซึ่งโดยรวมแล้วน้ำมัน 1 ถังนั้น ขับไป 610 กม. ยังวิ่งได้อีก 465 กม. คิดคร่าว ๆ ก็น่าจะวิ่งได้ถึง 1,075 กม. (ประมาณ) เลยครับ ถ้าขับแบบเนียนเท้ากว่านี้ก็อาจได้ 1,100 กม. ก็เป็นไปได้ อัตราความประหยัดนั้นก็ขึ้นกับหลายปัจจัยครับ ทั้งน้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร ความหนักเบาของเท้าหรือการวางแผนการเดินทางและเส้นทางที่ใช้ด้วย 

 

 

 

ความสะดวกสบาย 8/10

ภาพรวมรถคันนี้ให้ความสะบายมากทั้งกว้างขวางโปร่งโล่ง มี 7 ที่นั่ง ไปกันได้หลายคน และแถวสามนั่งได้ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบายเพียงพอ เช่น ระบบเครื่องเสียงที่ลำโพงไม่บอกว่าของอะไร แต่ให้เสียงที่ครบทุกอย่างและเบสไม่หนักจนอื้ออึงหู เปิดดังไดโดยไม่รำคาญเสียงเบส โดยปกติเสียงทุ่มในลำโพงรถเดิม ๆ จะหค่ง ๆ จนปวดหู และสะเทือนขอบประตูบ้าง แผงกระตูบ้าง แต่ใน MU-X กลับไม่มีความสั่นแบบนั้น

 

เบาะนั่งคนขับกำลังสบายจากผิวสัมผัสของหนังสังเคราะห์ COOLMAX ไม่เหนียวตัวเมื่อมีเหงื่อมากนัก และปรับไฟฟ้าทั้งคู่หน้า พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง และได้ความสะดวกสบายจากระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าเบาสบาย  กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ที่บังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องหน้า ฝั่งประตูคนขับมีปุ่มปรับต่าง ๆ ใช้งานง่าย 

 

มาตรวัดคนขับยังคงความเรียบง่ายมีกราฟฟิกผสมอนาล็อค แสดงผลชัดเจนคุ้นตา เลือกแสดงการทำงานได้หลากหลาย เช่น อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทางทริป A/B ระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ และการใช้ระบบช่วยเหลือการขับขี่ อย่างระบบเตือนออกนอกเลน หรือควบคุมความเร็วแปรผัน เป็นต้น

 

จอกลางขนาดไม่ใหญ่นักแต่แสดงผลการทำงานต่าง ๆ ของรถได้ชัดเจนและไม่สว่างแยงตาในเวลาขับกลางคืน เมื่อเชื่อมต่อแผนที่เปิด Google สามารถเอานิ้วลากเลื่อนดูแผนที่ได้บนจอโดยไม่ต้องกดปุ่มซูม สะดวกมาก ๆ และจอกลางยังแสดงเมนูการตั้งค่าระบบความปอดภัยต่าง ๆ เช่น เตือนการชนด้านหน้า เตือนออกนอกเลน เตือนเมื่อมีรถขณะถอยดหลัง ทำให้เลือกเปิดหรือปิดได้ง่ายเพียงกดเมนูบาร์รูป "รถ" ที่ขอบล่างของจอ 

 

 

 

 

 

  

ถัดมาระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนรองรับทั้ง 2 ระบบแบบไร้สายก็ได้หรือจะเสียบอย่างเดียวก็ดีเลือกได้ตามต้องการ ปรับการสั่งงานผ่านบนพวงมาลัยได้ และมีปุ่มบนจอสัมผัสแม้จะเล็กแต่ก็ใช้ง่ายไหลลื่น ไม่แสบตาเวลากลางคืน ระบบปรับอากาศดิจิทัล แยกปรับอุณหภูมิซ้ายและขวาได้ พร้อมช่องแอร์ทั่วคันและมีสวิตช์แยกปรับความเย็นที่นั่งตอนหลังต่างหาก 

 

คันนี้ไม่มีแท่นชาร์จไร้สาย แต่ก็อาจไม่จำเป็นเพราะหยิบและวางบ่อย ๆ อาจทำให้ระบบชาร์จของโทรศัพท์เกิดการเสียหาย และมีช่องจ่ายไฟและเสียบรับส่งข้อมูลโทรศัทพ์ทั้ง USB-A และ C ที่ด้านหน้า ส่วนตอนหลังแถวสองมีอีก 2 ตำแหน่ง และเบานั่งหลังใหญ่โตนั่งสบายเวลาเดินทางก็ให้ความนุ่มนวลไม่โยน ออกไปทางแข็งซะด้วยซ้ำไป แต่ผมชอบแบบนี้เพราะไม่ทำให้คนนั่งหลังถูกโยนหรือโยกตัวไปซ้าย,ขวา เวลาเลี้ยวโค้งหรือเปลี่ยนเลน และเบาะแถวที่สามนั่งได้จริง พื้นที่รอบตัวไม่อึดอัด มีเพียงพื้นที่บนศีรษะที่อาจดูแคบ เพราะกระจกด้านข้างที่โค้งและมีขนาดเล็ก ส่วนเรื่องความนุ่มนวลนั้นสบายเลยครับ ถือว่านั่งเดินทางได้จริง โดยไม่มีอาการโยนหรือยวบจนมึน แต่ก็อาจต้องมีจอดแวะพักให้ยืดเส้นสายบ้าง และควรเสียสละให้เด็กหรือคนตัวเล็ก ๆ นั่งเวลาเดินทางไกลน่าจะเหมาะสมกว่าครับ 

 

และสุดท้ายกับฝากระโปรงท้ายเปิดไฟฟ้าและมีระบบ "Step Sensor" คือ เดินเข้ามาใกล้ระยะฝาท้าย บริเวณกลาง ๆ ได้ยินเสียบ "ปิ๊บ" ให้ถอยหลัง 1 ก้าว ระบบจะเปิดท้ายเอง ไม่ต้องกวาด เต๊ะ ถีบ ใดใด แต่อาจต้องฝึกทำบ่อย ๆ จนรู้จังหวะ เพราะครั้งแรกมักยากเสมอ

*ระบบนี้รถจะต้องล็อคประตูอยู่และพกกุญแจติดตัวเอาไว้ 

 

 

 

 

 

 

  

ระบบความปลอดภัย 9/10

ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ฉลาด บางครั้งก็ ขยันเกินไป 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยที่โดดเด่น และทำงานได้แม่นยำไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม ช่วยเหลือในการขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นและช่วยเหลือคนขับในบางครั้งบางเหตุการณ์ได้ดี แต่ก็มีบางระบบที่ทำงานมากเกินไป อย่างเช่นระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้าที่บางครั้งขับผ่านกิ่งไม้ เสาไฟหรือคนเดินริมทาง ระบบก็จะเบรกให้อัตโนมัติ โดยที่ด้านหน้ายังสามารถขับขี่ไปได้ แต่ระบบกลับช่วยเบรกก่อน อาจทำให้รถด้านหลังเข้าใจผิดหรือเบรกไม่ทันได้ ระบบนี้ อาจต้องปิดในบางครั้งเมื่อขับขี่ในทางแคบหรือที่ชุมชน 

 

 

 

ส่วนระบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจและใช้งานได้ประจำหน่อยอย่างเช่น

- ระบบช่วยเตือนออกนอกเลน พร้อมดึงกลับ LDP/LDW : ระบบนี้อาจต้องระวังเมื่อต้องเบี่ยงหลบท่อหรือรถที่กินเลนมาหา พวงมาลัยจะดึงขืนกลับ อาจต้องฝืนบ้างในบางครั้ง 

- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในกลางเลน 

- ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าทั้งในความเร็วต่ำและสูง : ระบบนี้แหละครับที่ต้องคอยระแวง ไม่ใช่ระวัง ในการขับขี่ในการจราจรเยอะ ๆ และในเขตชุมชนคนเดินพลุกพล่าน ระบบอาจตรวจจับว่ามีวัตถุ ใกล้เกินไปและจะเบรกให้เอง ทั้งที่ไม่อยู่ในระยะที่จะชนได้ 

- ระบบเตือนเมื่อมีรถขณะถอยหลัง RCTA/RCTB : อันนี้ดีบางครั้งจอดติดกับรถขนาดใหญ่ มองไม่เห็นรถที่กำลังจะขับผ่านท้าย ระบบจะเตือนและภาพในจอกลางก็พอจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย 

- กล้องรอบคันพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ : แสดงภาพรอบคันในหลายมิติ ช่วยในการจอดทั้งที่แคบ ที่มือ และมีเซ็นเซอร์เตือนอีกแรง ทำให้มั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่มาก ๆ 

- ระบบความคุมความเร็วแปรผันตามคันหน้าและควบคุมให้อยู่ในเลน LKAS : ช่วยลดความเมือยล้าและผ่อนคลายได้ ทำงานนุ่มนวลไม่กระชาก

 นับว่าให้ระบบ ADAS ที่ทันมัยและใช้งานได้จริงในหลายฟังก์ชั่น 

 

 

 

 

 

สรุปความคุ้มค่า 8/10

ความคุ้มค่าในรุ่น เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ได้เกียร์รุ่นใหม่ 8 จังหวะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากเพราะรอบเครื่องต่ำในความเร็วสูง ๆ และกำลังระดับ 400 นิวตันเมตร ออกตัวเร่งแซงทันใจ 

 

สำหรับคนที่ลังเลว่า รุ่น RS 2.2 นั้น จะไป 2WD หรือ 4WD ดี เพราะราคาต่างกัน 100,000 บาท ถ้าไม่ค่อยเที่ยวทางออฟโร้ดหรือปี 1 ไม่ถึง 5 ครั้ง ก็ไม่จำเป็นเลยครับ เพราะจะต้องมีการดูแลส่วนของระบบส่งกำลังกับชุดเพลาหน้าเพิ่มขึ้น และต้องคอยปรับใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ สม่ำเสมอให้ได้ทำงานบ้าง แต่ถ้าใครงบถึงและมีระบบ 4WD เอาไว้ย่อมดีกว่าไม่มีเวลาต้องการใช้งานครับ 

 

แล้วถ้าจากรุ่น 2.2 RS 4WD จะไป 3.0 RS 2WD ประหยัดไป 65,000 บาท น่าสนใจไหม แน่นอนเครื่อง 3.0 พลังกำลังดีกว่าในหลายด้าน แต่จะต้องเสียภาษีต่อปีเพิ่มขึ้น เช่น ในรุ่น 2.2 จะเสียราว ๆ 3 พันกว่าบาท ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 นั้นจะอยู่ที่ 6 พันกว่าบาทต่อปี ไม่รวม พ.ร.บ. และอัตรากินน้ำมันที่มากขึ้นอีกเล็กน้อย หากรับได้ขยับไป 3.0 ลิตรเลยครับ แต่ถ้ารู้สึกไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าต่อภาษีรายปีแพงก็กลับมาที่ 2.2 ลิตร ก็เพียงพอแล้ว 

 

ตัวอย่างการผ่อน

MU-X 2.2 Ddi RS 4WD 8A/T
สีรถ ขาวมุกโดโลไมท์
1,736,000 THB

จำนวนเงินดาวน์:434,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย: อีซูซุลิสซิ่ง
ระยะเวลาผ่อนชำระ: 48 เดือน 29,068 THB / เดือน*


เครื่องยนต์ 2.2 Ddi อยู่ที่ 3,556 บาท และ พ.ร.บ. 645 บาท
ECO Sticker 17.85 กม./ลิตร
ขับในเมือง (รถติดสลับหยุดนิ่ง) 11.0 – 12.5 กม./ลิตร
ขับนอกเมือง 14.5 – 16.0 กม./ลิตร

และ

MU-X 3.0 Ddi RS 4WD 6A/T
สีรถ ขาวมุกโดโลไมท์
1,771,000 THB

จำนวนเงินดาวน์:442,750 บาท
อัตราดอกเบี้ย:อีซูซุลิสซิ่ง
ระยะเวลาผ่อนชำระ:48 เดือน 29,654 THB / เดือน*

เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร (ขนาดความจุจริง 2,999 ซีซี) อยู่ที่ 6,896 บาทต่อปี และพ.ร.บ. 645 บาท
ECO Sticker 14.0 กม./ลิตร
ขับในเมือง (รถติดสลับหยุดนิ่ง) 9.5 – 11.0 กม./ลิตร
ขับนอกเมือง 13.0 – 14.5 กม./ลิตร

(หมายเหตุ:ตัวอย่างเท่านั้นโปรดสอบถามตัวแทนจำหน่ายอีซูซุ)

ไม่ต้องเชื่อผม!!  หากสนใจไปทดลองขับคันจริงได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศครับ

 

บทความ: สินธนุ จำปีศรี

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 กรกฏาคม 2569

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 ผลิตไม่ถึง 6,000 คัน

20 กรกฏาคม 2569

บทสัมภาษณ์ ทีมพัฒนา Mitsubishi PAJARO

19 กรกฏาคม 2569

ลองขับ Nissan Kicks SV ใหม่ จากใจลูกค้า GEN 2

14 กรกฏาคม 2569

รวมรถกระบะครอบครัว + ประกอบกิจการ (ทำกิน) ราคาไม่เกิน 900,000 บาท ปี 2026

8 กรกฏาคม 2569

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 กรกฏาคม 2569

เปิดประวัติ MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีสายลุยระดับตำนาน

6 กรกฏาคม 2569

ลองขับ MG URBAN ตัวท็อป ออปชั่นครบ 709,900 บาท นาทีนี้คุ้มไหม?

29 มิถุนายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ