Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 รถยนต์อเนกประสงค์ ที่ครองใจคนไทยมาหลายรุ่นสู่รุ่นล่าสุดที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ความจุ 2,164 ซีซี ระยะกระบอกสูบ 83 x 100 มม. กำลังอัดที่ 15.9 : 1 ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบต่อนาที เกียร์ใหม่ 8 จังหวะ พร้อมระบบ REV TRONIC และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part Time รองรับน้ำมันดีเซล B20 ขนาดถังน้ำมัน 80 ลิตร พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า วงเลี้ยว 5.6 เมตร ดิสก์เบรก 4 ล้อ และช่วงล่างโช้คอัพ Stiff Flex ล้ออัลลอยสี Gloss Black 20 นิ้ว ความสูงใต้ท้อง 235 มม.

จากข้อมูลข้างต้นพอจะบอกได้ว่าใน MU-X นั้น มีของดีเยอะเต็มคัน ยังไม่รวมระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัย ADAS ที่ใส่มาเต็มในรุ่น "RS" ทั้งชุดตกแต่งรอบคัน กระจังหน้า สี Tri Color (สีเดียวกับตัวรถ Light Magnetite Met. และ Gloss Black) กระจกมองข้าง บันไดข้าง ราวหลังคา สี Gloss Black ส่วนภายในหุ้มหนังสังเคราะห์สีดํา-ด้ายสีเทา และสีดํา-ด้ายสี Lime Green
หมายเหตุ : ระบบพวงมาลัยไฟฟ้านั้นมีให้ตั้งแต่รุ่น Ultimate




สมรรถนะหลังทดลองขับ 9.5/10
สมรรถนะของเครื่องยนต์ 2.2 ใหม่นั้น น่าประทับใจในหลายสถานการณ์ และก็มีบางครั้งก็ยังต้องปรับตัว!
อัตราเร่งออกตัว เร่งแซงหรือขับขี่ทั่วไปในความเร็วปกตินับว่าเกินพอ สำหรับรถคันใหญ่เน้นใช้เดินทางแบบครอบครัว กำลังเครื่อง 163 แรงม้า และมีแรงบิดในการออกตัว ไต่ทางชัน ขึ้นลงเขาแบบสบาย ๆ ระดับ 400 นิวตันเมตร เพียงพอในการใช้งาน หรือจะเอาไปลุยก็ใส่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทันที ถึงแม้จะไม่ได้เอาไว้ขับสไตล์ออฟโร้ด แต่การมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็เพิ่มความปลอดภัยและมันใจในบางสถานการณ์ได้อย่างเช่น ฝนตกถนนลื่น เปียกมีน้ำขัง คุณขับอยู่เลนขวาหรือซ้ายในความเร็วลอยลำไปแล้ว จำเป็นต้องผ่าน "แอ่งน้ำ" ที่รอระบาย คุณสามารถใส่โหมด 4H ในการขับได้ก่อนที่จะถึงจุดเสี่ยงอย่างไร้กังวล หรือการขับขี่นลงเนินเขา ที่เปียกลื่น หรือจะขึ้นเขาระเบิดที่หลายคนนิยมขับขึ้นไป เพียงใส่ขับ 4H ก็สามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย ๆ ด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ตัวนี้มีแรงไต่ทางชั่นแบบหายห่วงครับ
เกียร์ 8 จังหวะ ต้นจัด-ปลายรอบต่ำประหยัดน้ำมัน....แต่เปลี่ยนช้า!
แต่ในเกียร์รุ่นนี้ที่มี 8 จังหวะ ในการเร่งแซงช่วงความเร็วลอยลำไปแล้ว หากอยุ่ที่ความเร็ว 90 - 100 กม./ชม. และจะคิกดาวน์แซงระบบจะมีการคิดคำนวนเปลี่ยนจังหวะเกียร์ใช้เวลานานไปหน่อย อาจจะถึง 2 - 3 วินาทีเลย ขึ้นกับความเร็วรถกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ด้วย ดังนั้นการเร่งแซงในเวลาคับขันอาจต้องกะระยะให้ปลอดภัย เพราะอัตราทดเกียร์เยอะ จึงใช้เวลาคิดนานไปนิดนึง หากปรับเรื่องนี้ให้เปลี่ยนได้เร็วกว่านี้จะช่วยให้ลงตัวมากขึ้นครับ
ระบบช่วงใหม่ Stiff Flex เน้นหนึบมากขึ้น อาจจะมีความกระด่างอยู่บ้าง แต่ช่วยให้ขับขี่มั่นใจมากกว่าช่วงล่างนิ่มเกินไป ยิ่งรถคันใหญ่ ยกสูง น้ำหนักมาก ช่วงล่างต้องยิ่ง "หนึบแน่น" อย่าง MU-X คันนี้เข้าทางโค้ง เร่งแซงเปลี่ยนเลนมั่นใจมากขึ้น บวกกับพวงมาลัยระบบผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ควบคุมได้แม่นยำ รกะชับ ไม่มีอาการหน่วงหรือระยะช่องวางที่มากเกินไป ทำให้จะเลี้ยวจะเข้าทางโค้งควบคุมได้กระฉับกระเฉิงเลี้ยวติดมือ อย่างไรก็ตามรถที่มีความสูงระดับนี้ย่อยมีอาการโยนตัวอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ครับ ไม่โคลงไม่ย้วย และไม่กระเด้งแม้จะขับความเร็วต่ำ ๆ ผ่านถนนคอนกรีตก็ตาม และยิ่งในความเร็วสูง การควบคุมรถง่าย มั่นใจ โดยไม่ต้องเกร็งมือในการขับพวงมาลัย ลดอาการเมื่อยล้าได้เยอะ

การควบคุมของพวงมาลัย 10/10
"พวงมาลัยเบากว่านี้ก็รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว"
พวงมาลัยเบาสบายทั้งความเร็วต่ำ คล่องตัวในเมือง จอดรถง่าย หมุนสบายด้วยมือเดียว และในความเร็วสูงก็มีความหนืดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่เบาหวิวจนต้องเกร็งมือ ทำให้ช่วยผ่อนคล้ายขณะเดินทางไกลและช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ดี นอกจากนี้ยังได้ความกระชับมือในทุก ๆ องศาการเลี้ยวอีกด้วย ความเบาระดับนี้เทียบเท่ากับในรถกระบะฟอร์ด ถ้าเบากว่านี้ก็รถยนต์ไฟฟ้าแล้วครับ
อัตราสิ้นเปลือง 7/10
ตัวเลขประหยัดดี แต่ยังไม่โดดเด่น
ตลอดทริปที่รับรถคันนี้ใช้ระยะทางรวมทั้งหมด 610 กม. อัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัด 13.1 กม./ลิตร ขับทั้งในเมืองรถติด ขับความเร็วสูงบนทางด่วน ออกนอกเมืองและต่างจังหวัด (กาญจนบุรี) แต่ถ้าจับอัตราสิ้นเปลืองที่เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี จริง ๆ ใช้ระยะทางรวม 481 กม. ตัวเลขสิ้นเปลืองได้ 13.7 กม./ลิตร ความจริงคาดหวังไว้ว่าน่าจะได้ถึง 14 กม./ลิตร แต่อาจจะเป็นเพราะสภาพการจราและขับแบบไม่เน้นปั้นตัวเลข (แอบเท้าหนักนิด ๆ ครับ)
ผมลองขับโดยใส่โหมด 4WD หรือ 4H ขึ้นทางด่วน จากรามอินทราวัชรพลไปลงหัวลำโพงผลคือ อัตราเร่งมีความหน่วงหรือหนืดขึ้นเล็กน้อย ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองนั้นอยู่ราว ๆ 11 กม./ลิตร แต่อาจจะไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะวิ่งในช่วงสั้น ๆ และใช้ความเร็วบนทางด่วนประมาณ 100 กม./ชม. ซึ่งระบบ 4H น่าจะช่วยให้ขับขี่มั่นใจขึ้นเวลาฝนตกถนนลื่น ๆ หรือขับบนทางเขาขึ้นลงเนินต่าง ๆ โดยไม่ทำให้กำลังของเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร นี้ลดลงแต่อย่างใดครับ
ซึ่งโดยรวมแล้วน้ำมัน 1 ถังนั้น ขับไป 610 กม. ยังวิ่งได้อีก 465 กม. คิดคร่าว ๆ ก็น่าจะวิ่งได้ถึง 1,075 กม. (ประมาณ) เลยครับ ถ้าขับแบบเนียนเท้ากว่านี้ก็อาจได้ 1,100 กม. ก็เป็นไปได้ อัตราความประหยัดนั้นก็ขึ้นกับหลายปัจจัยครับ ทั้งน้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร ความหนักเบาของเท้าหรือการวางแผนการเดินทางและเส้นทางที่ใช้ด้วย

ความสะดวกสบาย 8/10
ภาพรวมรถคันนี้ให้ความสะบายมากทั้งกว้างขวางโปร่งโล่ง มี 7 ที่นั่ง ไปกันได้หลายคน และแถวสามนั่งได้ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบายเพียงพอ เช่น ระบบเครื่องเสียงที่ลำโพงไม่บอกว่าของอะไร แต่ให้เสียงที่ครบทุกอย่างและเบสไม่หนักจนอื้ออึงหู เปิดดังไดโดยไม่รำคาญเสียงเบส โดยปกติเสียงทุ่มในลำโพงรถเดิม ๆ จะหค่ง ๆ จนปวดหู และสะเทือนขอบประตูบ้าง แผงกระตูบ้าง แต่ใน MU-X กลับไม่มีความสั่นแบบนั้น
เบาะนั่งคนขับกำลังสบายจากผิวสัมผัสของหนังสังเคราะห์ COOLMAX ไม่เหนียวตัวเมื่อมีเหงื่อมากนัก และปรับไฟฟ้าทั้งคู่หน้า พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง และได้ความสะดวกสบายจากระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าเบาสบาย กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ที่บังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องหน้า ฝั่งประตูคนขับมีปุ่มปรับต่าง ๆ ใช้งานง่าย
มาตรวัดคนขับยังคงความเรียบง่ายมีกราฟฟิกผสมอนาล็อค แสดงผลชัดเจนคุ้นตา เลือกแสดงการทำงานได้หลากหลาย เช่น อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทางทริป A/B ระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ และการใช้ระบบช่วยเหลือการขับขี่ อย่างระบบเตือนออกนอกเลน หรือควบคุมความเร็วแปรผัน เป็นต้น
จอกลางขนาดไม่ใหญ่นักแต่แสดงผลการทำงานต่าง ๆ ของรถได้ชัดเจนและไม่สว่างแยงตาในเวลาขับกลางคืน เมื่อเชื่อมต่อแผนที่เปิด Google สามารถเอานิ้วลากเลื่อนดูแผนที่ได้บนจอโดยไม่ต้องกดปุ่มซูม สะดวกมาก ๆ และจอกลางยังแสดงเมนูการตั้งค่าระบบความปอดภัยต่าง ๆ เช่น เตือนการชนด้านหน้า เตือนออกนอกเลน เตือนเมื่อมีรถขณะถอยดหลัง ทำให้เลือกเปิดหรือปิดได้ง่ายเพียงกดเมนูบาร์รูป "รถ" ที่ขอบล่างของจอ


ถัดมาระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนรองรับทั้ง 2 ระบบแบบไร้สายก็ได้หรือจะเสียบอย่างเดียวก็ดีเลือกได้ตามต้องการ ปรับการสั่งงานผ่านบนพวงมาลัยได้ และมีปุ่มบนจอสัมผัสแม้จะเล็กแต่ก็ใช้ง่ายไหลลื่น ไม่แสบตาเวลากลางคืน ระบบปรับอากาศดิจิทัล แยกปรับอุณหภูมิซ้ายและขวาได้ พร้อมช่องแอร์ทั่วคันและมีสวิตช์แยกปรับความเย็นที่นั่งตอนหลังต่างหาก
คันนี้ไม่มีแท่นชาร์จไร้สาย แต่ก็อาจไม่จำเป็นเพราะหยิบและวางบ่อย ๆ อาจทำให้ระบบชาร์จของโทรศัพท์เกิดการเสียหาย และมีช่องจ่ายไฟและเสียบรับส่งข้อมูลโทรศัทพ์ทั้ง USB-A และ C ที่ด้านหน้า ส่วนตอนหลังแถวสองมีอีก 2 ตำแหน่ง และเบานั่งหลังใหญ่โตนั่งสบายเวลาเดินทางก็ให้ความนุ่มนวลไม่โยน ออกไปทางแข็งซะด้วยซ้ำไป แต่ผมชอบแบบนี้เพราะไม่ทำให้คนนั่งหลังถูกโยนหรือโยกตัวไปซ้าย,ขวา เวลาเลี้ยวโค้งหรือเปลี่ยนเลน และเบาะแถวที่สามนั่งได้จริง พื้นที่รอบตัวไม่อึดอัด มีเพียงพื้นที่บนศีรษะที่อาจดูแคบ เพราะกระจกด้านข้างที่โค้งและมีขนาดเล็ก ส่วนเรื่องความนุ่มนวลนั้นสบายเลยครับ ถือว่านั่งเดินทางได้จริง โดยไม่มีอาการโยนหรือยวบจนมึน แต่ก็อาจต้องมีจอดแวะพักให้ยืดเส้นสายบ้าง และควรเสียสละให้เด็กหรือคนตัวเล็ก ๆ นั่งเวลาเดินทางไกลน่าจะเหมาะสมกว่าครับ
และสุดท้ายกับฝากระโปรงท้ายเปิดไฟฟ้าและมีระบบ "Step Sensor" คือ เดินเข้ามาใกล้ระยะฝาท้าย บริเวณกลาง ๆ ได้ยินเสียบ "ปิ๊บ" ให้ถอยหลัง 1 ก้าว ระบบจะเปิดท้ายเอง ไม่ต้องกวาด เต๊ะ ถีบ ใดใด แต่อาจต้องฝึกทำบ่อย ๆ จนรู้จังหวะ เพราะครั้งแรกมักยากเสมอ
*ระบบนี้รถจะต้องล็อคประตูอยู่และพกกุญแจติดตัวเอาไว้



ระบบความปลอดภัย 9/10
ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ฉลาด บางครั้งก็ ขยันเกินไป
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยที่โดดเด่น และทำงานได้แม่นยำไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม ช่วยเหลือในการขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นและช่วยเหลือคนขับในบางครั้งบางเหตุการณ์ได้ดี แต่ก็มีบางระบบที่ทำงานมากเกินไป อย่างเช่นระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้าที่บางครั้งขับผ่านกิ่งไม้ เสาไฟหรือคนเดินริมทาง ระบบก็จะเบรกให้อัตโนมัติ โดยที่ด้านหน้ายังสามารถขับขี่ไปได้ แต่ระบบกลับช่วยเบรกก่อน อาจทำให้รถด้านหลังเข้าใจผิดหรือเบรกไม่ทันได้ ระบบนี้ อาจต้องปิดในบางครั้งเมื่อขับขี่ในทางแคบหรือที่ชุมชน

ส่วนระบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจและใช้งานได้ประจำหน่อยอย่างเช่น
- ระบบช่วยเตือนออกนอกเลน พร้อมดึงกลับ LDP/LDW : ระบบนี้อาจต้องระวังเมื่อต้องเบี่ยงหลบท่อหรือรถที่กินเลนมาหา พวงมาลัยจะดึงขืนกลับ อาจต้องฝืนบ้างในบางครั้ง
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในกลางเลน
- ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าทั้งในความเร็วต่ำและสูง : ระบบนี้แหละครับที่ต้องคอยระแวง ไม่ใช่ระวัง ในการขับขี่ในการจราจรเยอะ ๆ และในเขตชุมชนคนเดินพลุกพล่าน ระบบอาจตรวจจับว่ามีวัตถุ ใกล้เกินไปและจะเบรกให้เอง ทั้งที่ไม่อยู่ในระยะที่จะชนได้
- ระบบเตือนเมื่อมีรถขณะถอยหลัง RCTA/RCTB : อันนี้ดีบางครั้งจอดติดกับรถขนาดใหญ่ มองไม่เห็นรถที่กำลังจะขับผ่านท้าย ระบบจะเตือนและภาพในจอกลางก็พอจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย
- กล้องรอบคันพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ : แสดงภาพรอบคันในหลายมิติ ช่วยในการจอดทั้งที่แคบ ที่มือ และมีเซ็นเซอร์เตือนอีกแรง ทำให้มั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่มาก ๆ
- ระบบความคุมความเร็วแปรผันตามคันหน้าและควบคุมให้อยู่ในเลน LKAS : ช่วยลดความเมือยล้าและผ่อนคลายได้ ทำงานนุ่มนวลไม่กระชาก
นับว่าให้ระบบ ADAS ที่ทันมัยและใช้งานได้จริงในหลายฟังก์ชั่น

สรุปความคุ้มค่า 8/10
ความคุ้มค่าในรุ่น เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ได้เกียร์รุ่นใหม่ 8 จังหวะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากเพราะรอบเครื่องต่ำในความเร็วสูง ๆ และกำลังระดับ 400 นิวตันเมตร ออกตัวเร่งแซงทันใจ
สำหรับคนที่ลังเลว่า รุ่น RS 2.2 นั้น จะไป 2WD หรือ 4WD ดี เพราะราคาต่างกัน 100,000 บาท ถ้าไม่ค่อยเที่ยวทางออฟโร้ดหรือปี 1 ไม่ถึง 5 ครั้ง ก็ไม่จำเป็นเลยครับ เพราะจะต้องมีการดูแลส่วนของระบบส่งกำลังกับชุดเพลาหน้าเพิ่มขึ้น และต้องคอยปรับใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ สม่ำเสมอให้ได้ทำงานบ้าง แต่ถ้าใครงบถึงและมีระบบ 4WD เอาไว้ย่อมดีกว่าไม่มีเวลาต้องการใช้งานครับ
แล้วถ้าจากรุ่น 2.2 RS 4WD จะไป 3.0 RS 2WD ประหยัดไป 65,000 บาท น่าสนใจไหม แน่นอนเครื่อง 3.0 พลังกำลังดีกว่าในหลายด้าน แต่จะต้องเสียภาษีต่อปีเพิ่มขึ้น เช่น ในรุ่น 2.2 จะเสียราว ๆ 3 พันกว่าบาท ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 นั้นจะอยู่ที่ 6 พันกว่าบาทต่อปี ไม่รวม พ.ร.บ. และอัตรากินน้ำมันที่มากขึ้นอีกเล็กน้อย หากรับได้ขยับไป 3.0 ลิตรเลยครับ แต่ถ้ารู้สึกไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าต่อภาษีรายปีแพงก็กลับมาที่ 2.2 ลิตร ก็เพียงพอแล้ว
ตัวอย่างการผ่อน
MU-X 2.2 Ddi RS 4WD 8A/T
สีรถ ขาวมุกโดโลไมท์
1,736,000 THB
จำนวนเงินดาวน์:434,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย: อีซูซุลิสซิ่ง
ระยะเวลาผ่อนชำระ: 48 เดือน 29,068 THB / เดือน*
เครื่องยนต์ 2.2 Ddi อยู่ที่ 3,556 บาท และ พ.ร.บ. 645 บาท
ECO Sticker 17.85 กม./ลิตร
ขับในเมือง (รถติดสลับหยุดนิ่ง) 11.0 – 12.5 กม./ลิตร
ขับนอกเมือง 14.5 – 16.0 กม./ลิตร
และ
MU-X 3.0 Ddi RS 4WD 6A/T
สีรถ ขาวมุกโดโลไมท์
1,771,000 THB
จำนวนเงินดาวน์:442,750 บาท
อัตราดอกเบี้ย:อีซูซุลิสซิ่ง
ระยะเวลาผ่อนชำระ:48 เดือน 29,654 THB / เดือน*
เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร (ขนาดความจุจริง 2,999 ซีซี) อยู่ที่ 6,896 บาทต่อปี และพ.ร.บ. 645 บาท
ECO Sticker 14.0 กม./ลิตร
ขับในเมือง (รถติดสลับหยุดนิ่ง) 9.5 – 11.0 กม./ลิตร
ขับนอกเมือง 13.0 – 14.5 กม./ลิตร
(หมายเหตุ:ตัวอย่างเท่านั้นโปรดสอบถามตัวแทนจำหน่ายอีซูซุ)
ไม่ต้องเชื่อผม!! หากสนใจไปทดลองขับคันจริงได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศครับ
บทความ: สินธนุ จำปีศรี