NIO FRIEFLY รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตะมือกับเจ้าแมวดี "Goodcat" เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความแปลก รูปทรงไม่เหมือนใคร นับเป็นหนึ่งเดียวแล้วในตอนนี้ที่เป็นรถน่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง ขนาดกระทัดรัด คล่องตัวขนาดกำลังดี วงเลี้ยวแคบจอดง่าย ช่วงล่างกลาง ๆ ไม่แข็งไม่นุ่มเกินไป และสมรรถนะไม่เป็นรองใคร สำหรับผมภาพรวม ๆ อาจจะน่าใช้กว่ากว่า EX2 เพื่อร่วมสถาบัน ธนบุรีด้วยซ้ำ แต่ว่า...เปิดตัวแรงด้วยราคา 799,000 บาท หากย้อนกลับไป 4 -5 ที่แล้วในยุครถยนต์ไฟฟ้าแรกรุ่นอาจน่าสนใจมากกว่า Dolphin






แต่ด้วยการเกิดช้าของน้อง "หิ่งห้อย" ในไทยนั้นเมื่อตั้งราคาโดดเด่นระดับ 8 แสนบาท ทำให้คนจะซื้อลังเลทันที เพราะราคานี้มีตัวเลือกเพียบ และอาจได้รถคันใหญ่กว่า ออปชั่นเยอะ สมรรถนะดีและวิ่งได้มากกว่า ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่ แม้ Firefly จะมาช้า ออปชั่นเกิดบ้างขาดบ้าง ระบบบางอย่างไม่จำเป็นแต่ก็มีให้ และบางอย่างควรมีแต่ก็ไม่มีให้ แล้วยังน่าใช้น่าซื้อหรือไม่กับค่าตัวระดับนี้ ??? ผมสรุปมาให้หลังใช้งานมา 4 วัน มีหลายสิ่งประทับใจ และอีกหลายสิ่งควรปรับปรุง!

คันเล็กคล่องตัวแรงพอตัว ประหยัดไฟใช้ได้
มาเรื่องการใช้งานประจำวันก่อน หากคุณเป็นเจ้าของจะต้แงดาวน์โหลดแอปฯ FireFly เพื่อล็อกอินเป็นส่วนตัวใช้งานในการเปิด-ปิด สั่งการต่าง ๆ ผ่านแอปฯ นี้ โดยเข้ามาใกล้รถในระยะรัศมีประมาณ 3-4 เมตร (ประมาณการจากที่ลองใช้งาน) รถจะมีไฟต้อนรับ ระบบนี้จะไม่เปิดล็อกทันทีรอให้ไปกดมือจับประตูจากนั้นก็ปลดล็อกรถให้ เพื่อป้องกันคนแอบเปิดเข้ารถก่อน อันนี้ดีปลอดภัย แต่ถ้าคนไม่มีล็อกอินนี่ ก็จะต้องใช้แผ่นการ์ด แตะที่ด้านบนกระจกมองข้างเพื่อเปิด-ปิดล็อก และเมื่อจะขับรถต้องเอาบัตรวางตรงช่องคอนโซลกลางถึงจะขับได้ ตรงนี้เองแอบยุ่งยาก หากมีเจ้าของหลายคนต้องโหลดแอปฯ เอาไว้ทุกคน
นอกจากนี้การล็อกอินจะสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ในการขับขี่ใช้งานรถได้แบบส่วนตัว ซึ่งระบบซแฟท์แววร์ จะมีการอับเดทเรื่อย ๆ เช่น จดจำการปรับตั้งค่าความปลอดภัย ค่าตำแหน่งที่นั่ง ตำแหน่งเบาะเข้า-ออกเมื่อเปิดประตูรถ เป็นต้น และสั่งงานเปิด-ประตู ระบบแอร์ ค้นหารถ สั่งชาร์จหรือหยุดชาร์จรถได้ผ่านแอปฯ อีกด้วย
สิ่งแรกที่ต้องใช้งานก่อนขับขี่ คือ ปรับกระจกมองข้าง เพราะเป็นรถทดสอบรับต่อจากสื่อท่านอื่น ๆ มา ตำแหน่งนั่งจึงต้องปรับใหม่ ตรงนี้เองคิดว่าต้องยุ่งยากวุ่นวายแน่ เพราะทุกอย่างควบคุมผ่านจอกลางทั้งหมด แต่ในฟังก์ชั่นปรับกระจกมองข้าง เพียงปัดขอบจอลง เลือกรูปกระจกข้าง ก็สามารถปรับบนปุ่มที่แยกปรับทั้งซ้ายและขวาบนพวงมาลัยได้เลย ไม่ซับซ้อน ส่วนช่องแอร์ต้องปรับทิศทางลมในจอก็ไม่ยากนัก กดรูปอุณหภูมิแอร์ขอบล่างของจอกลาง และจิ้มเลือกลากทิศทางตามต้องการ หรือจะให้สวิงก็ได้ และยังมีฝั่งของการเปิด-ปิด โดยเบาะคู่หน้ามีระบบเป่าลมเย็นและให้ระบบนวดมาด้วย
ในฟังก์ชั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต้อนรับเมื่อเปิดประตูเข้ามาในรถ ตัวเบาะทั้งฝั่งคนขับและข้างคนขับสามารถตั้งค่าระยะถอยได้เองตามต้องการเพื่อให้เข้ามานั่งได้สะดวกตามสรีระของแต่ละคนอีกด้วย พร้อมกับระบบปรับดันหลังได้อีก นับว่าเรื่องท่านั่งปรับได้สบายและช่วยผ่อนคลายลดความเมื่อยล้าได้ดีเมื่อขับขี่ในเมืองรถติดหนัก ๆ

สเปคขาด ๆ เกิน ๆ
เริ่มด้วยสิ่งที่มีมาก จนเกินตัว ด้วยออปชั่นที่ให้มากับรถนั้นนับเยอะพอตัว เมื่อเทียบกับราคาน่าจะสมเหตุสมผล แต่ฟังก์ชั่นที่มีให้ล้นเกินจำเป็นก็มาเกินไป อย่างเช่น ระบบแสดงภาพด้านข้างมุมอับสายตาเมื่อเปิดไฟเลี้ยว ระบบแสดงภาพด้านหลังด้วยกล้องแทนการมองกระจอมองหลัง ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อปลอดภัย ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (ระบบแซงเองเลือกเปิดใช้หรือได้ด้วย) ระบบช่วยจอดเข้าซอง ทำงานรวดเร็วทันใจมาก เบาะคู่หน้าพร้อมระบบนวด Frunk. เก็บของด้านหน้า 92 ลิตร สำหรับคันนี้มีอุปกรณ์เสริม ชั้นปิดเพิ่มช่องตรงรุ่นมาให้เป็นแนวทาง ราคาราว ๆ 2 พันกว่าบาท



จอบันเทิงกลาง cluster 13.2 นิ้ว retina central screen รองรับการใช้ 2 นิ้วสั่งงานเพิ่มลดเสียง ปรับแอร์ เชื่อมต่อ AppleCarPlay ไร้สาย ลำโพง 14 ตำแหน่งพลัง 7.1 immersive แบบ 3D รวมซับ 640 watts เสียงดีมาก ไฟบรรยกาศ 256 สี ความปลอดภัย Euro NCAP 5 ดาว ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 ตำแหน่ง และระบบ ADAS มีให้ครบเทียบเท่าคู่แข่งในท้องตลาด




ยังไม่หมดครับ ยังมีลูกเล่นความบันเทิงเมื่อรถติดหรือมีให้ลูก ๆ หลานเล่นบนจอ (ตอนรถจอดนิ่ง) เช่น ตัวโน็ตดนจรี เสียงร้องของแมว หน้าจอปรับเปลี่ยนรูปได้ตามที่มีให้หรือจะเสียบ USB ลงรูปส่วนตัวมาเปิดบนจอก็ได้ และเลือกลูกเล่น เสียงสังเคราะห์ เมื่อขับความเร็วต่ำ ๆ เตือนคนรอบข้างได้หลายเสียง และเลือกเสียงล็อก-ปลดล็อก เลือกรูปแบบไฟหน้าและไฟท้ายต้อนรับได้ตามต้องการด้วย

แต่สิ่งที่คิดว่าน่าจะมีแต่กลับไม่มีให้ ได้แก่
- กล้องมองภาพหน้ารถ! ประตูท้ายไฟฟ้า ระบบนี้ทางผู้จำหน่ายธนบุรี บลูสกายจะ มีการเรียกลูกค้ากลับมาติดตั้งชุดฝาท้ายไฟฟ้าตรงรุ่นจากประเทศจีนรวมถึงลูกค้าใหม่ให้ฟรีด้วย
- กระจกมองข้างพับ.....มือครับ ใช่ครับ พับมือ ตรงนี้ทางผู้จำหน่ายบอกแก้ยาก เพราะถ้ายกมาทั้งชุด จะต้องปรับแก้ซอฟท์แววร์ใหม่หมดและเปลี่ยนระบบต่างเยอะเกินไป แต่ส่วนตัวกลับรู้สึกรับได้นะ เพราะตัวรถมีขนาดไม่กวาง จะขับผ่านทางแคบ จอดในที่แคบ หรือริมถนน ตัวกระจกยื่นออกนอกลำตัวไม่มากนัก จึงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ในการจอด แค่ทำไม่ใส่มาตั้งแต่แรก!!!
- กุญแจรัโมท โปรดมีเถอะ เพราะใช้ระบบแอปฯ ในมือถือ แค่เดินเข้าใกล้รถระยะโรงจอดรถ - ตัวบ้าน ไฟรถก็ติด บางครั้งรถกินอาหารหน้าร้าน ไฟต้อนรับของรถก็จะติดและดับตลอด จนต้องปิดระบบเชื่อมต่อบลูทูธ เมื่อจะขึ้นรถค่อยเปิดใหม่ มันอาจยุ่งยาก (หรือเรายังไม่ชินนะ)
- #เพิ่มเติม.....ท้ายไฟฟ้าไม่มียังรับได้ แต่เปลี่ยนตำแหน่งปุ่มกดเปิดให้อยู่ตรงด้านล่างเหมือนรถทั่วไป เพราะตัวโช้คค่อนข้างแข็งและหนักมาก การเปิดจึงต้องใช้ 2 สเต็ป คื กดปุ่มบนก้านปัดฝนหลังก่อน และยกฝาม้ายจากด้านล่าง เพราะมันหนักเอาเรื่องเลยครับ


สำหรับคนที่ซื้อไปแล้วอมองหาอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมในการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายรถ ตันนี้มีตัวอย่างติดตั้งมาให้ด้วย เช่น ตะขอแขวนของที่เกะด้านหน้า ที่วางแก้วแบบแม่เหล็กตรงใต้จอกลาง แผ่นม่านบังแดด ตรงรุ่นติดตั้งง่าย พับเก็บได้เหมือนบังแดดกระจกหน้ารถทั่วไป และถาดเก็บของท้ายรถที่ถอดออกมาทำเป็นโต๊ะปิกนิก (ราคาของแต่งอาจเปลี่ยนแปลงโปรดสอบถามบริษัทฯ)







สมรรถนะดีเกินพอ แต่ช่วงล่างและขนาดแบตเตอรี่เล็กไป เมื่อเทียบกับราคาและคู่แข่งในปัจจุบัน
การขับขี่ใช้งานทั่วไปเหมาะกับในเมืองมา ๆ ทั้งความคล่องตัว กระทัดรัด จอดง่าย วิสัยทัศน์ดี พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังกำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร เหลือเฟือในการใช้งาน น้ำหนักตัวแค่ 1.4 ตัน กับแบตฯ เล็ก ขนาด 41.2 kWh รองรับ AC ชาร์จ 7 kW และ DC 100 kw 10-80% ใน 29 นาที จ่ายไฟภายนอก V2L ได้ 3.6 kw และอัตราเร่งโรงงานเคลมไว้ 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ความเร็วล็อกไว้ที่ 150 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 320-330 กม. (WLTP) จากสเปคก็นับว่าเพียงพอใช้งานแบบสบาย ๆ

แรงทันใจ คล่องตัว ใช้งานจริงวิ่งวันละ 60 กม. สบาย ๆ
ความรู้สึกเมื่อลองขับ FireFly ให้อัตราเร่งดี จัดจ้านและดึงออกตัวทันใจ อาจเพราะปรับจูนคันเร่งให้ขับสนุก แม้จะเป็นโหมดธรรมดา แต่ถ้าเลือกใช้งานโหมด สปอร์ต ยิ่งขับมันขึ้นตอนสนองทันใจขึ้น นอกจากนี้ยังเลือกโหมดการจับได้ 5 โหมด เพิ่มจากตอนเปิดตัวหลังอัปเดทระบบแล้ว คือ Eco, Comort, Sport และเพิ่มใหม่ Gentle จะนุ่มนวลขึ้น และ Custom เลือกปรับแต่งเองทั้ง การตอบสนองคันเร่ง เบรก พวงมาลัย ได้

อัตราเร่งไม่ได้ทดลอง แค่ขับจริง ๆ ออกตัวจากไฟแดง ขึ้นทางด่วน หรือจพเร่งแซงในความเร็วสูงนั้น ทันใจมาก ๆ แม้กำลังมอเตอร์จะไม่มากนัก แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาพอ ๆ กับรถยนต์สันดาปทั่วไปขนาด 1.6-1.8 ลิตร แต่พลังมอเตอร์ไฟฟ้ากระฉับกระเฉิงมากกว่า ทำให้คันเร่งมาแบบตึงเท้า ไต่ระดับความเร็วได้สนุกตามใจสั่ง อัตราเร่งใช้เวลารวดเร็วมากก็ถึงความเร็วปลายตามที่ล็อคไว้ พวงมาลัยเบาไปแต่ก้เลือกปรับน้ำหนักตามต้องการได้ ระบบเบรกนับว่ามั่นใจเอาอยู่

ระบบช่วงล่างจริง ๆ แล้วใช้งานในเมืองกำลังสบายไม่โยน ยวบ ย้วย และให้ความนุ่มหนึบพอดี ๆ จะตกหลุม โดดคอสะพาน ไม่กระแทกกระเด้งมากเกินไป เทียบเท่ารถยนต์ค่ายญี่ปุ่นในกลุ่ม City Car ประมาณนี้ แต่ถ้าปรับความหนืดโช้คด้านหลังหนึบอีกหน่อยจะยิ่งลงตัวกว่านี้ เพราะเมื่อขับในความเร็วสูง ๆ ท้ายเริ่มออกอาการ ร่อน ลอย และเด้งมาก ทำให้การควบคุมรถกับความมั่นใจลดลง แต่ถ้าทางตรงยาว ไม่มีปะญหาครับ ผมว่าช่วงล่างดีกว่ารถหลายรุ่นในระดับเดียวกันเลย

ระบบช่วยเหลืการขับขี่ทำงานสมูท แต่ไม่จำค่า!
ระบบความปลอดภัย ADAS มาพร้อมหมด โดยเฉพาะระบบควบคุมออกนอกเลน ช่วยให้รถอยู่ในเลน เตือนชนด้านหน้า ทำงานได้เนียนดี แต่การจราจรในไทยไม่ค่อยจะน่าใช้งานเท่าไหร่ ต่อเป็นรุ่นอื่น ๆ ดีแค่ไหน เมื่อต้องเจอสภาพการขับขี่แบบ "ไทย ๆ " ต้องปิดหมด เช่น แค่เบี่ยงหลบรถที่จะเข้ามากินเลน หรือว่าหลบหลุม พวงมาลัยก็ขืนดึงกลับ ทำให้เหมือนขับรถส่ายไปมารำคาญจนต้องปิด แต่ ถ้าคุณเคลื่อนที่แล้วระบบจะปิดไม่ได้นะครับ จะต้องจอดรถเท่านั้น! ดังนั้นคุณจะต้องเลือกปิดระบบที่ไม่ใช้งานให้หมดก่อนขับรถออกไป และในส่วนของระบบช่วยเหลือขับขี่นี้ก็ไม่จำค่าเดิมที่ตั้งไว้ ทุกครั้งที่ดับและติดเครื่องก็จะเปิดให้เป็นมาตรฐานโรงงาน (ซึ่งในอนาคตจะอับเดทระบบให้จำค่า)


ระบบที่น่าสนใจคือ ช่วยเปลี่ยนเลนหรือแซงอัตโนมัติ ด้วยใช้ควบคู่กับระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (และต้องเปิดระบบเปลี่ยนเลนนี้ด้วยในเมนู) ซึ่งฉลาดและทำงานทันใจมาก เมื่อเปิดระบบควบคุมความเร็วแปรผัน และเปิดไฟเลี้ยวในเลนที่จะไป รถจะตรวจจับเลนข้าง ๆ ให้ พร้อมเบี่ยงออกไปโดยอัตโนมัติ และค่อนข้างไว้ใจได้ ในบางกรณีมีรถจากเลนที่จะไปมาเร็วกว่า รถตะดึงกลับทันที หรือในเลนนั้นมีรถด้านหน้าช้ากว้าหรือมีสิ่งกีดขวาง รถจะไม่เปลี่ยนเลน และรอจังหวะปลอดภัยจึงเปลี่ยนให้ นับเป็นระบบที่มักจะอยู่ในรถหลักล้าน หรือรุ่นที่ใหม่มาก ๆ เช่นใน MG Urban

การใช้งานว่งด้วยระยะทางเฉลี่ย 50 - 60 กม./วัน แบตฯ ขนาดเล็กแต่การจัดการระบบไฟฟ้าค่อนข้างดีทำให้กินไฟน้อย ยิ่งวิ่งช่วงความเร็วต่ำรถติด กินไฟเฉลี่ยที่ 9-10 kWh/100km เท่านั้น ประหยัดพอ ๆ กับใน EX2 ระดับแบตฯ จาก 100% ระยะทางขึ้นบนจอที่ 367 กม. สามารถขับได้ 60 กม./วัน สบาย ๆ เลย และใช้แท่นชาร์จ AC ที่บ้าน เมื่อระดับแบตฯ ลงมา 40 - 50% ก็ใช้เวลาไม่นาน ราว ๆ 6 - 7 ชม. คือ เสียบไว้ทั้งคืน ตื่นมาก็เต็มแล้ว สรุปคือ ถ้าใช้งาน 60 กม./วัน เท่ากับ 3 วันชาร์จ 1 ครั้ง ยกเว้นกรณีที่มีธุระเพิ่มเติมจากปกติ ก็ 2 วันชาร์จที และตั้งเวลาชาร์จได้ตามต้องการอีกด้วย



สิ่งที่ครวปรับปรุงเพิ่มเติมในเรื่องการขับขี่ คือ
- ขนาดแบตฯ ควรใหญ่กว่านี้ จากราคานี้ ณ ปัจจุบันคู่แข่งอาจวิ่งได้ 480 - 500 กม. แต่ก็ยอมรับว่า Firefly คันนี้ประหยัดไฟจริง ๆ ขับเนียน ๆ อาจวิ่งได้ถึง 330 กม.
- ฟังก์ชั่นบางอย่าง เช่น กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ฝาท้ายไฟฟ้า (กำลังติดตั้งเพิ่มฟรีเร็ว ๆ นี้)
- กล้องด้านหน้ารถ
- ม่านบังแดด (แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม)
- กุญแจรีโมท (ใช้งานสะดวกและคุ้นเคยกว่า)
- โช้คอัพด้านหลังควรหนึบขึ้นอีก
- สร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ในไทย
- บริการหลังการที่คลอบคลุม
นอกจากนี้เรื่องของบริการหลังการขายนั้น ทางธนบุรี บลูสกายก็กำลังขยายศูนย์บริการเพิ่มเติม และคลังอะไหล่ที่อย่างน้อย บริษัทฯ นี้เป็นถึงผู้รับจ้างประกอบรถยนต์ค่ายดาว และประสบการณ์ในวงการนี้มายาวนาน แต่ปัจจุบันกำลังสร้างโชว์รูมใหญ่ย่าน สาทร คาดว่าจะเสร็จเร็ว ๆ นี้

FireFly ราคา 799,000 บาท มาพร้อม
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี*
- eSIM พร้อม Data Package 3 ปี*
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม.*
รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี / 150,000 กม.*
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด
ชมคันจริงที่ pop- up showroom at centralwOrld ชั้น 1 zone D
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-0915555 กด1
NIO เป็นแบรนด์ใหม่ในประเทศจีน แต่ก่อตั้งเมื่อ 2014 สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ FireFly เป็นหนึ่งในแบรนด์ย่อย สิ่งสำคัญมากที่สุดคือ ความเชื่อมั่น เชื่อถือและไว้ใจในประเทศไทย ยังต้องดูกันอีกในระยะยาว แต่ผมบอกได้แค่ตัวรถนั้น มีความน่าใช้งานและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบสนองกับชีวิตประจำวันได้ดี อยู่ที่ใครจะเน้นความคุ้มค่าด้านราคากับตัวรถ หรือคุ้มค่าเรื่องการใช้งานและเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร