EN / TH

Ford Ranger รุ่นปี 2027 จะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ V6 จากรุ่น Raptor

24 ตุลาคม 2569

เริ่มแล้ว! Honda ร่วมกับ Mitsubishi ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งแรก พัฒนากระบะใหม่บนพื้นฐานมิตซูบิชิ

23 ตุลาคม 2569

ISUZU ขุมพลังใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo "แรง…หยุดโลก" ปรับปรุงหลายส่วนแรงขึ้นประหยัดขึ้น

22 ตุลาคม 2569

Firefly Showroom stand alone แห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมรุ่นย่อยใหม่ Comfort+ แรงขึ้น ฝาท้ายไฟฟ้า 799,000 บาท

22 ตุลาคม 2569

Toyota ผนึกกำลัง SCGC และ บางจากฯ สานต่อโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” ขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิล และพลังงานสะอาด สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

22 ตุลาคม 2569

LUXEED เปิดเกมรุก เรือธง LLounge และ Stormax รถยนต์ Intelligent Luxury นวัตกรรมอัจฉริยะ

22 ตุลาคม 2569

The new 2026 IONIQ 5 N Line แรง ล้ำ วิ่งไกล ชาร์จไว โค้งสุดท้าย ดาวน์ 0% สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพ ถึง 31 ตุลาคมนี้

22 ตุลาคม 2569

เปิดราคา ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE ขุมพลังใหม่ Biturbo แรง…หยุดโลก

22 ตุลาคม 2569

ยังไม่เคาะ! รอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 Tiers สูงสุด 30% คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70

20 ตุลาคม 2569

เปิดตัวแบรนด์ SMART รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz Design ภายใต้กลุ่มธนบุรี รุ่นเริ่มต้น 1, บาท

20 ตุลาคม 2569

PT Maxnitron Racing Series 2026 ปิดเมืองแข่ง ขับเคี้ยวสุดมันทั้งรุ่นเล็กใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย จ. สงขลา 16 - 18 ต.ค. 2569

16 ตุลาคม 2569

Tesla Roadster เปิดตัวแบบลอยฟ้าบินได้ใช้เทคโนโลยี SpaceX 0-96 กม./ชม.ใน 0.8 S.

16 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,383

NIO FRIEFLY  รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตะมือกับเจ้าแมวดี "Goodcat" เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความแปลก รูปทรงไม่เหมือนใคร นับเป็นหนึ่งเดียวแล้วในตอนนี้ที่เป็นรถน่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง ขนาดกระทัดรัด คล่องตัวขนาดกำลังดี วงเลี้ยวแคบจอดง่าย ช่วงล่างกลาง ๆ ไม่แข็งไม่นุ่มเกินไป และสมรรถนะไม่เป็นรองใคร สำหรับผมภาพรวม ๆ อาจจะน่าใช้กว่ากว่า EX2 เพื่อร่วมสถาบัน ธนบุรีด้วยซ้ำ แต่ว่า...เปิดตัวแรงด้วยราคา 799,000 บาท หากย้อนกลับไป 4 -5 ที่แล้วในยุครถยนต์ไฟฟ้าแรกรุ่นอาจน่าสนใจมากกว่า Dolphin 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ด้วยการเกิดช้าของน้อง "หิ่งห้อย" ในไทยนั้นเมื่อตั้งราคาโดดเด่นระดับ 8 แสนบาท ทำให้คนจะซื้อลังเลทันที เพราะราคานี้มีตัวเลือกเพียบ และอาจได้รถคันใหญ่กว่า ออปชั่นเยอะ สมรรถนะดีและวิ่งได้มากกว่า ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่ แม้ Firefly จะมาช้า ออปชั่นเกิดบ้างขาดบ้าง ระบบบางอย่างไม่จำเป็นแต่ก็มีให้ และบางอย่างควรมีแต่ก็ไม่มีให้ แล้วยังน่าใช้น่าซื้อหรือไม่กับค่าตัวระดับนี้ ???  ผมสรุปมาให้หลังใช้งานมา 4 วัน มีหลายสิ่งประทับใจ และอีกหลายสิ่งควรปรับปรุง!

 

 

 

คันเล็กคล่องตัวแรงพอตัว ประหยัดไฟใช้ได้

มาเรื่องการใช้งานประจำวันก่อน หากคุณเป็นเจ้าของจะต้แงดาวน์โหลดแอปฯ FireFly เพื่อล็อกอินเป็นส่วนตัวใช้งานในการเปิด-ปิด สั่งการต่าง ๆ ผ่านแอปฯ นี้ โดยเข้ามาใกล้รถในระยะรัศมีประมาณ 3-4 เมตร (ประมาณการจากที่ลองใช้งาน) รถจะมีไฟต้อนรับ ระบบนี้จะไม่เปิดล็อกทันทีรอให้ไปกดมือจับประตูจากนั้นก็ปลดล็อกรถให้ เพื่อป้องกันคนแอบเปิดเข้ารถก่อน อันนี้ดีปลอดภัย แต่ถ้าคนไม่มีล็อกอินนี่ ก็จะต้องใช้แผ่นการ์ด แตะที่ด้านบนกระจกมองข้างเพื่อเปิด-ปิดล็อก และเมื่อจะขับรถต้องเอาบัตรวางตรงช่องคอนโซลกลางถึงจะขับได้ ตรงนี้เองแอบยุ่งยาก หากมีเจ้าของหลายคนต้องโหลดแอปฯ เอาไว้ทุกคน 

 

นอกจากนี้การล็อกอินจะสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ในการขับขี่ใช้งานรถได้แบบส่วนตัว ซึ่งระบบซแฟท์แววร์ จะมีการอับเดทเรื่อย ๆ เช่น จดจำการปรับตั้งค่าความปลอดภัย ค่าตำแหน่งที่นั่ง ตำแหน่งเบาะเข้า-ออกเมื่อเปิดประตูรถ เป็นต้น และสั่งงานเปิด-ประตู ระบบแอร์ ค้นหารถ สั่งชาร์จหรือหยุดชาร์จรถได้ผ่านแอปฯ อีกด้วย 

 

 

 

 

สิ่งแรกที่ต้องใช้งานก่อนขับขี่ คือ ปรับกระจกมองข้าง เพราะเป็นรถทดสอบรับต่อจากสื่อท่านอื่น ๆ มา ตำแหน่งนั่งจึงต้องปรับใหม่ ตรงนี้เองคิดว่าต้องยุ่งยากวุ่นวายแน่ เพราะทุกอย่างควบคุมผ่านจอกลางทั้งหมด แต่ในฟังก์ชั่นปรับกระจกมองข้าง เพียงปัดขอบจอลง เลือกรูปกระจกข้าง ก็สามารถปรับบนปุ่มที่แยกปรับทั้งซ้ายและขวาบนพวงมาลัยได้เลย ไม่ซับซ้อน ส่วนช่องแอร์ต้องปรับทิศทางลมในจอก็ไม่ยากนัก กดรูปอุณหภูมิแอร์ขอบล่างของจอกลาง และจิ้มเลือกลากทิศทางตามต้องการ หรือจะให้สวิงก็ได้ และยังมีฝั่งของการเปิด-ปิด โดยเบาะคู่หน้ามีระบบเป่าลมเย็นและให้ระบบนวดมาด้วย 

 

ในฟังก์ชั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต้อนรับเมื่อเปิดประตูเข้ามาในรถ ตัวเบาะทั้งฝั่งคนขับและข้างคนขับสามารถตั้งค่าระยะถอยได้เองตามต้องการเพื่อให้เข้ามานั่งได้สะดวกตามสรีระของแต่ละคนอีกด้วย พร้อมกับระบบปรับดันหลังได้อีก นับว่าเรื่องท่านั่งปรับได้สบายและช่วยผ่อนคลายลดความเมื่อยล้าได้ดีเมื่อขับขี่ในเมืองรถติดหนัก ๆ 

 

 

 

 

สเปคขาด ๆ เกิน ๆ 

เริ่มด้วยสิ่งที่มีมาก จนเกินตัว ด้วยออปชั่นที่ให้มากับรถนั้นนับเยอะพอตัว เมื่อเทียบกับราคาน่าจะสมเหตุสมผล แต่ฟังก์ชั่นที่มีให้ล้นเกินจำเป็นก็มาเกินไป อย่างเช่น ระบบแสดงภาพด้านข้างมุมอับสายตาเมื่อเปิดไฟเลี้ยว ระบบแสดงภาพด้านหลังด้วยกล้องแทนการมองกระจอมองหลัง ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อปลอดภัย ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (ระบบแซงเองเลือกเปิดใช้หรือได้ด้วย) ระบบช่วยจอดเข้าซอง ทำงานรวดเร็วทันใจมาก เบาะคู่หน้าพร้อมระบบนวด Frunk. เก็บของด้านหน้า 92 ลิตร สำหรับคันนี้มีอุปกรณ์เสริม ชั้นปิดเพิ่มช่องตรงรุ่นมาให้เป็นแนวทาง ราคาราว ๆ 2 พันกว่าบาท 

  

 

 

 

 

 

 

จอบันเทิงกลาง cluster 13.2 นิ้ว retina central screen รองรับการใช้ 2 นิ้วสั่งงานเพิ่มลดเสียง ปรับแอร์ เชื่อมต่อ AppleCarPlay ไร้สาย ลำโพง 14 ตำแหน่งพลัง 7.1 immersive แบบ 3D รวมซับ 640 watts เสียงดีมาก ไฟบรรยกาศ 256 สี ความปลอดภัย Euro NCAP 5 ดาว ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 ตำแหน่ง และระบบ ADAS มีให้ครบเทียบเท่าคู่แข่งในท้องตลาด 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังไม่หมดครับ ยังมีลูกเล่นความบันเทิงเมื่อรถติดหรือมีให้ลูก ๆ หลานเล่นบนจอ (ตอนรถจอดนิ่ง) เช่น ตัวโน็ตดนจรี เสียงร้องของแมว หน้าจอปรับเปลี่ยนรูปได้ตามที่มีให้หรือจะเสียบ USB ลงรูปส่วนตัวมาเปิดบนจอก็ได้ และเลือกลูกเล่น เสียงสังเคราะห์ เมื่อขับความเร็วต่ำ ๆ เตือนคนรอบข้างได้หลายเสียง และเลือกเสียงล็อก-ปลดล็อก เลือกรูปแบบไฟหน้าและไฟท้ายต้อนรับได้ตามต้องการด้วย 

 

 

 

 

แต่สิ่งที่คิดว่าน่าจะมีแต่กลับไม่มีให้ ได้แก่

  • กล้องมองภาพหน้ารถ! ประตูท้ายไฟฟ้า ระบบนี้ทางผู้จำหน่ายธนบุรี บลูสกายจะ มีการเรียกลูกค้ากลับมาติดตั้งชุดฝาท้ายไฟฟ้าตรงรุ่นจากประเทศจีนรวมถึงลูกค้าใหม่ให้ฟรีด้วย
  • กระจกมองข้างพับ.....มือครับ  ใช่ครับ พับมือ ตรงนี้ทางผู้จำหน่ายบอกแก้ยาก เพราะถ้ายกมาทั้งชุด จะต้องปรับแก้ซอฟท์แววร์ใหม่หมดและเปลี่ยนระบบต่างเยอะเกินไป แต่ส่วนตัวกลับรู้สึกรับได้นะ เพราะตัวรถมีขนาดไม่กวาง จะขับผ่านทางแคบ จอดในที่แคบ หรือริมถนน ตัวกระจกยื่นออกนอกลำตัวไม่มากนัก จึงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ในการจอด แค่ทำไม่ใส่มาตั้งแต่แรก!!!
  • กุญแจรัโมท โปรดมีเถอะ เพราะใช้ระบบแอปฯ ในมือถือ แค่เดินเข้าใกล้รถระยะโรงจอดรถ - ตัวบ้าน ไฟรถก็ติด บางครั้งรถกินอาหารหน้าร้าน ไฟต้อนรับของรถก็จะติดและดับตลอด จนต้องปิดระบบเชื่อมต่อบลูทูธ เมื่อจะขึ้นรถค่อยเปิดใหม่ มันอาจยุ่งยาก (หรือเรายังไม่ชินนะ)
  • #เพิ่มเติม.....ท้ายไฟฟ้าไม่มียังรับได้ แต่เปลี่ยนตำแหน่งปุ่มกดเปิดให้อยู่ตรงด้านล่างเหมือนรถทั่วไป เพราะตัวโช้คค่อนข้างแข็งและหนักมาก การเปิดจึงต้องใช้ 2 สเต็ป คื กดปุ่มบนก้านปัดฝนหลังก่อน และยกฝาม้ายจากด้านล่าง เพราะมันหนักเอาเรื่องเลยครับ 

 

 

 

 

สำหรับคนที่ซื้อไปแล้วอมองหาอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมในการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายรถ ตันนี้มีตัวอย่างติดตั้งมาให้ด้วย เช่น ตะขอแขวนของที่เกะด้านหน้า ที่วางแก้วแบบแม่เหล็กตรงใต้จอกลาง แผ่นม่านบังแดด ตรงรุ่นติดตั้งง่าย พับเก็บได้เหมือนบังแดดกระจกหน้ารถทั่วไป และถาดเก็บของท้ายรถที่ถอดออกมาทำเป็นโต๊ะปิกนิก (ราคาของแต่งอาจเปลี่ยนแปลงโปรดสอบถามบริษัทฯ) 

 

 

 

 

 

 

 

 

สมรรถนะดีเกินพอ แต่ช่วงล่างและขนาดแบตเตอรี่เล็กไป เมื่อเทียบกับราคาและคู่แข่งในปัจจุบัน 

การขับขี่ใช้งานทั่วไปเหมาะกับในเมืองมา ๆ ทั้งความคล่องตัว กระทัดรัด จอดง่าย วิสัยทัศน์ดี พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังกำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร เหลือเฟือในการใช้งาน น้ำหนักตัวแค่ 1.4 ตัน กับแบตฯ เล็ก ขนาด 41.2 kWh รองรับ AC ชาร์จ 7 kW และ DC 100 kw 10-80% ใน 29 นาที จ่ายไฟภายนอก V2L ได้ 3.6 kw และอัตราเร่งโรงงานเคลมไว้ 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ความเร็วล็อกไว้ที่ 150 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 320-330 กม. (WLTP) จากสเปคก็นับว่าเพียงพอใช้งานแบบสบาย ๆ 

 

 

 

แรงทันใจ คล่องตัว ใช้งานจริงวิ่งวันละ 60 กม. สบาย ๆ

ความรู้สึกเมื่อลองขับ FireFly ให้อัตราเร่งดี จัดจ้านและดึงออกตัวทันใจ อาจเพราะปรับจูนคันเร่งให้ขับสนุก แม้จะเป็นโหมดธรรมดา แต่ถ้าเลือกใช้งานโหมด สปอร์ต ยิ่งขับมันขึ้นตอนสนองทันใจขึ้น นอกจากนี้ยังเลือกโหมดการจับได้ 5 โหมด เพิ่มจากตอนเปิดตัวหลังอัปเดทระบบแล้ว คือ Eco, Comort, Sport และเพิ่มใหม่ Gentle จะนุ่มนวลขึ้น และ Custom เลือกปรับแต่งเองทั้ง การตอบสนองคันเร่ง เบรก พวงมาลัย ได้ 

 

 

 

 

อัตราเร่งไม่ได้ทดลอง แค่ขับจริง ๆ ออกตัวจากไฟแดง ขึ้นทางด่วน หรือจพเร่งแซงในความเร็วสูงนั้น ทันใจมาก ๆ แม้กำลังมอเตอร์จะไม่มากนัก แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาพอ ๆ กับรถยนต์สันดาปทั่วไปขนาด 1.6-1.8 ลิตร แต่พลังมอเตอร์ไฟฟ้ากระฉับกระเฉิงมากกว่า ทำให้คันเร่งมาแบบตึงเท้า ไต่ระดับความเร็วได้สนุกตามใจสั่ง  อัตราเร่งใช้เวลารวดเร็วมากก็ถึงความเร็วปลายตามที่ล็อคไว้ พวงมาลัยเบาไปแต่ก้เลือกปรับน้ำหนักตามต้องการได้ ระบบเบรกนับว่ามั่นใจเอาอยู่ 

 

 

 

 

ระบบช่วงล่างจริง ๆ แล้วใช้งานในเมืองกำลังสบายไม่โยน ยวบ ย้วย และให้ความนุ่มหนึบพอดี ๆ จะตกหลุม โดดคอสะพาน ไม่กระแทกกระเด้งมากเกินไป เทียบเท่ารถยนต์ค่ายญี่ปุ่นในกลุ่ม City Car ประมาณนี้ แต่ถ้าปรับความหนืดโช้คด้านหลังหนึบอีกหน่อยจะยิ่งลงตัวกว่านี้ เพราะเมื่อขับในความเร็วสูง ๆ ท้ายเริ่มออกอาการ ร่อน ลอย และเด้งมาก ทำให้การควบคุมรถกับความมั่นใจลดลง แต่ถ้าทางตรงยาว ไม่มีปะญหาครับ ผมว่าช่วงล่างดีกว่ารถหลายรุ่นในระดับเดียวกันเลย 

 

 

ระบบช่วยเหลืการขับขี่ทำงานสมูท แต่ไม่จำค่า! 

ระบบความปลอดภัย ADAS มาพร้อมหมด โดยเฉพาะระบบควบคุมออกนอกเลน ช่วยให้รถอยู่ในเลน เตือนชนด้านหน้า ทำงานได้เนียนดี แต่การจราจรในไทยไม่ค่อยจะน่าใช้งานเท่าไหร่ ต่อเป็นรุ่นอื่น ๆ ดีแค่ไหน เมื่อต้องเจอสภาพการขับขี่แบบ "ไทย ๆ " ต้องปิดหมด เช่น แค่เบี่ยงหลบรถที่จะเข้ามากินเลน หรือว่าหลบหลุม พวงมาลัยก็ขืนดึงกลับ ทำให้เหมือนขับรถส่ายไปมารำคาญจนต้องปิด แต่ ถ้าคุณเคลื่อนที่แล้วระบบจะปิดไม่ได้นะครับ จะต้องจอดรถเท่านั้น! ดังนั้นคุณจะต้องเลือกปิดระบบที่ไม่ใช้งานให้หมดก่อนขับรถออกไป และในส่วนของระบบช่วยเหลือขับขี่นี้ก็ไม่จำค่าเดิมที่ตั้งไว้ ทุกครั้งที่ดับและติดเครื่องก็จะเปิดให้เป็นมาตรฐานโรงงาน (ซึ่งในอนาคตจะอับเดทระบบให้จำค่า) 

 

 

 

 

ระบบที่น่าสนใจคือ ช่วยเปลี่ยนเลนหรือแซงอัตโนมัติ ด้วยใช้ควบคู่กับระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (และต้องเปิดระบบเปลี่ยนเลนนี้ด้วยในเมนู) ซึ่งฉลาดและทำงานทันใจมาก เมื่อเปิดระบบควบคุมความเร็วแปรผัน และเปิดไฟเลี้ยวในเลนที่จะไป รถจะตรวจจับเลนข้าง ๆ ให้ พร้อมเบี่ยงออกไปโดยอัตโนมัติ และค่อนข้างไว้ใจได้ ในบางกรณีมีรถจากเลนที่จะไปมาเร็วกว่า รถตะดึงกลับทันที หรือในเลนนั้นมีรถด้านหน้าช้ากว้าหรือมีสิ่งกีดขวาง รถจะไม่เปลี่ยนเลน และรอจังหวะปลอดภัยจึงเปลี่ยนให้ นับเป็นระบบที่มักจะอยู่ในรถหลักล้าน หรือรุ่นที่ใหม่มาก ๆ เช่นใน MG Urban 

 

 

 

การใช้งานว่งด้วยระยะทางเฉลี่ย 50 - 60 กม./วัน แบตฯ ขนาดเล็กแต่การจัดการระบบไฟฟ้าค่อนข้างดีทำให้กินไฟน้อย ยิ่งวิ่งช่วงความเร็วต่ำรถติด กินไฟเฉลี่ยที่ 9-10 kWh/100km เท่านั้น ประหยัดพอ ๆ กับใน EX2  ระดับแบตฯ จาก 100% ระยะทางขึ้นบนจอที่ 367 กม. สามารถขับได้ 60 กม./วัน สบาย ๆ เลย และใช้แท่นชาร์จ AC ที่บ้าน เมื่อระดับแบตฯ ลงมา 40 - 50% ก็ใช้เวลาไม่นาน ราว ๆ 6 - 7 ชม. คือ เสียบไว้ทั้งคืน ตื่นมาก็เต็มแล้ว สรุปคือ ถ้าใช้งาน 60 กม./วัน เท่ากับ 3 วันชาร์จ 1 ครั้ง ยกเว้นกรณีที่มีธุระเพิ่มเติมจากปกติ ก็ 2 วันชาร์จที และตั้งเวลาชาร์จได้ตามต้องการอีกด้วย

 

 

 

 

สิ่งที่ครวปรับปรุงเพิ่มเติมในเรื่องการขับขี่ คือ

  • ขนาดแบตฯ ควรใหญ่กว่านี้ จากราคานี้ ณ ปัจจุบันคู่แข่งอาจวิ่งได้ 480 - 500 กม. แต่ก็ยอมรับว่า Firefly คันนี้ประหยัดไฟจริง ๆ ขับเนียน ๆ อาจวิ่งได้ถึง 330 กม. 
  • ฟังก์ชั่นบางอย่าง เช่น กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ฝาท้ายไฟฟ้า (กำลังติดตั้งเพิ่มฟรีเร็ว ๆ นี้)
  • กล้องด้านหน้ารถ
  • ม่านบังแดด (แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม)
  • กุญแจรีโมท (ใช้งานสะดวกและคุ้นเคยกว่า)
  • โช้คอัพด้านหลังควรหนึบขึ้นอีก
  • สร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ในไทย
  • บริการหลังการที่คลอบคลุม

 

นอกจากนี้เรื่องของบริการหลังการขายนั้น ทางธนบุรี บลูสกายก็กำลังขยายศูนย์บริการเพิ่มเติม และคลังอะไหล่ที่อย่างน้อย บริษัทฯ นี้เป็นถึงผู้รับจ้างประกอบรถยนต์ค่ายดาว และประสบการณ์ในวงการนี้มายาวนาน แต่ปัจจุบันกำลังสร้างโชว์รูมใหญ่ย่าน สาทร คาดว่าจะเสร็จเร็ว ๆ นี้

 

 

 

FireFly ราคา 799,000 บาท มาพร้อม

  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี*
  • eSIM พร้อม Data Package 3 ปี*
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม.*

รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี / 150,000 กม.*
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด

ชมคันจริงที่ pop- up showroom at centralwOrld ชั้น 1 zone D
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-0915555 กด1
  

NIO เป็นแบรนด์ใหม่ในประเทศจีน แต่ก่อตั้งเมื่อ 2014 สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ FireFly เป็นหนึ่งในแบรนด์ย่อย สิ่งสำคัญมากที่สุดคือ ความเชื่อมั่น เชื่อถือและไว้ใจในประเทศไทย ยังต้องดูกันอีกในระยะยาว แต่ผมบอกได้แค่ตัวรถนั้น มีความน่าใช้งานและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบสนองกับชีวิตประจำวันได้ดี อยู่ที่ใครจะเน้นความคุ้มค่าด้านราคากับตัวรถ หรือคุ้มค่าเรื่องการใช้งานและเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

        

 

 

 

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่งลูกฝึกขับ GO-KART เด็กเรียนรู้อะไร จากรถแข่งคันจิ๋ว จากสนามเล็กสู่การเปิดโลกใบใหญ่

14 ตุลาคม 2569

เมื่อ Mercedes-benz อยากสร้าง City Car แบรนด์ smart จึงเกิดขึ้น!

12 ตุลาคม 2569

อับเดทความคืบหน้า "ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุด" ตุลาคม 2069 จบไหม?

8 ตุลาคม 2569

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ