ลองขับมาแล้ว GEELY STARAY EM-R พลัง REEV ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุก แต่นุ่มนวลไปหน่อย !
GEELY STARAY EM-R รถยนต์ที่ตั้งใจให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางมาก ๆ โดยยังคงความสนุกของพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ใช้ได้ทั้งน้ำมันในรูปแบบ Series Hybrid และ วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนมากสูงสุด 104.8 กม. จากการเสียบชาร์จไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่ขนาด 18.4 kWh จากสเปคแล้วเป็นรถที่น่าสนใจอีกนึงคันสำหรับครอบครัวที่ใช้เป็นรถคันเดียวคันหลักของบ้านได้เลย แต่ก่อนตัดสินใจซื้อมาดูความรู้สึกหลังได้ทดลองขับในทริป 1 วัน กทม.- หมวกเหล็ก โดยเดินทางอ้อมผ่านนครนายก และตัดเข้าถนนบ้านนา-แก่งคอย มุ่งสูอ่างเก็บน้ำหมวกเหล็กและวนกลับจุดเริ่มต้นฝั่งสระบุรี ระยะทางรวมกว่า 300 กว่า
สิ่งที่เจอคือ! นุ่มนวล ขับสบาย เงียบเก็บเสียงดี อัตราเร่งไม่แรงไม่ดึงจนหน้าหงาย ระบบการทำงานของตัวช่วยเหลือการขับขี่ครบถ้วน แต่ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย!

สมรรถนะหลังทดลองขับ 7.5/10
ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน 160 kW หรือ 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้านั้น หากคุณอยากได้อาการออกตัวล้อฟรี อาจไม่มีให้เห็นเพราะว่าการปรับจูนคันเร่งนั้นเน้นนุ่มนวลไม่กระชาก เหมาะกับการเดินทางสำหรับครอบครัว ผู้ใหญ่ เด็ก ที่ต้องการความสบายและไม่กระชาก แต่ก็ทำอัตราเร่งได้ไหลลื่นและแรงพอตัว ทั้งออกตัวเร่งแซง เพียงพอในการใช้งาน ระบบเบรกทำงานได้ดี และยังปรับน้ำหนักแบบธรรมดา นุ่มเท้าแต่ใช้น้ำหนักกดลงลึกกว่าในแบบสปอร์ทที่กดนิดเดียวหัวทิ่มเลย เน้นความไว้ในการเบรกมากกว่า เลือกตามความชอบส่วนตัวขอแบบธรรมดาเพราะควบคุมได้ง่ายกว่า

เมื่อขับไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า แม้คันเร่งจะนุ่มนวล แต่ระบบช่วงล่วงที่อิสระ 4 ล้อ กลับ ปรับความนุ่มและแข็งของโช้คอับยังไม่เข้าที่เข้าทาง หรือ "ไม่กลมกล่อม" ผิดจากที่คาดไว้ในตอนที่ลองขับรุ่นร่วมค่ายอย่าง EX5 BEV ล้วน ที่ทำได้นิ่งเนียนกว่า โดยอาการของช่วงล่างจะนุ่มนวลสบายในช่วงความเร็วต่ำ กลาง และถนนเรียบ ๆ แบบลาดยาง หากขับขี่ผ่านเนิน คอสะพานหรือถนนคอนกรีตที่เรียงเป็นแผ่น ๆ แล้ว จะรู้สึกว่าตัวรถมีอาการ หน้า-หลังกระเด้ง ดีด เบา ๆ และพร้อมกับการเอนเอียงซ้าบขวา ไป-มา แต่ไม่ถึงกับเหวี่ยง อาการจะคล้าย ๆ เมื่อกระแทกหรือโดดคอสะพาน โช้คจะยุบและในจังหวะยืดจะดีดขึ้นเร็วเกินไป ทำให้คนนั่งรู้สึกว่าตัวรถ "เด้ง" มากเกินไป คนนั่งจะมีอาการมึนและเมาได้ง่าย



การควบคุมของพวงมาลัย 7/10
การควบคุมหากระบบช่วยเหลือการขับขี่เปิดอยู่ ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนนั้นจะคอย "ฉก ซ้าย-ขวา" เพื่อรักษารถให้อยู่ในเลนตลอด กลายเป็นว่า พวงมาลัยจะขยับส่ายไปมา ทำให้รถมีอาการโคลงไปมาตลอดเวลา สุดท้ายต้องปิดระบบเอาไว้ครับ (ซึ่งเป็นค่าตั้งไว้มาตรฐานทุกครั้งที่ติดเครื่องปิดไว้ก็ไม่จำค่า) เมื่อปิดระบบนี้รถนิ่งขึ้นเยอะ อาการส่ายหายไปทันที แต่ผู้ขับขี่จะต้องควบคุมพวงมาลัยเกรงมือให้นิ่งหน่อย เพราะน้ำหนักของพวงมาลัยเบาและตอบสนองไว้มาก อย่างไรก็ตามแม้น้ำหนักพวงมาลัยจะไว แต่ก็ยังขับขี่เข้าโค้งก็ให้ความเกาะระดับหนึ่ง แม้จะมีอาการบั้มตามลอนของพื้นผิวถนน แต่ก็ยังควบคุมตัวรถไปได้ไม่ยากนัก ทั้งนี้ หากขับขี่ในความเร็วอาจต้องจับพวงมาลัยและประคองให้นิ่ง เพื่อชดเชยระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลและอาการโยนตัวในช่วงโยกเปลี่ยนเลน
นี่คือจุดเดียวที่อยากให้ทาง Geely ลองปรับปรุงเพิ่มเติม เพราะ ขนาดน้องบีทีมงาน MassAutoCar เป็นคนไม่เมารถยังแอบมึนมาแล้ว จึงอาจส่งผลให้กับลูกค้าที่ซื้อไปขับ อาจทำให้คนทางบ้านบ่นได้ครับ นี่คือความรู้สึกที่ได้ลองขับในวันนี้ซึ่งอาจไม่เกิดอาการนี้กับท่านอื่น ๆ ก็ได้


อัตราสิ้นเปลือง 8.5/10
ระบบ REEV เน้นขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่เพิ่มระยะทางได้ไกลกว่า โดยไม่ต้องง้อที่ชาร์จ เพียงแค่เติมน้ำมัน เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร จะผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ขนาด 18.4 kWh รวมพลังงานเต็มทั้งระบบอาจขับขี่ได้ทะลุ 1,000 กิโลเมตร ในทริปนี้ไม่เน้นใช้โหมด EV วิ่งไฟฟ้าล้วนแล้วจะได้ระยะทางเท่าไหร่ ตรงปกหรือไม่ แต่จะเน้นเสมีอนเป็นเจ้าของรถที่จะเดินทางท่องเที่ยว โดยชาร์จไฟเกือบเต็มระบบประมาณ 95% และน้ำมันปริมาณที่เต็มถัง (บนมาตรวัด) ออกเดินทางไปกลบกทม.- สระบุรี หมวกเหล็ก รวมกว่า 300 กม.
การขับเพื่ออยากทราบอัตราสิ้นเปลืองในโหมด Hybrid ว่าใช้จริงเป็นอย่างไร ผลคือ ในช่วงที่มีระบบแบตฯ มากกว่า 25% (โดยประมาณ) ระบบขับเคลื่อนจะเน้นพลังงานจากแบตฯ มากกว่า ทำให้เครื่องยนต์แทบจะไม่ติดเพื่อปั่นไฟเลย ตัวเลขบนมาตรวัดจึงอยู่ระหว่าง 44 - 50 กม./ลิตร บางช่วงคือใช้ไฟฟ้าล้วน ๆ ทำได้ถึง 99 กม./ลิตร (แน่นอนก็เครื่องไม่ติดหนิ) จนเมื่อขับรวมระยะทางได้ 90 - 110 กม. ไปแล้ว ระดับไฟฟ้าในแบตฯ หมดจนระยะทางวิ่งของระบบไฟฟ้าที่โชว์บนมาตรวัดเหลือ 0 กม. ความบันเทิงก็เริ่มขึ้นครับ!
ขับโหมดไฮบริดจนไฟหมด!
ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่หลายคนอยากทราบจริง ๆ ว่า รถยนต์แบบ PHEV เมื่อขับขี่จนไฟหมดจะกินน้ำมันกี่โลลิตร? นี่คือคำตอบ สำหรับการเดินทางครั้งนี้ หลังจากที่ "หมดไฟ" แล้ว ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัดลดลงมาที่ 15 - 18 กม./ลิตร โดยก่อนสิ้นสุดทริปนั้นอยู่ที่ 15 กม./ลิตร ตัวเลขนี้พอใจหรือไม่ครับ แล้วแต่มุมมองมองและความต้องการใช้งานของแต่ละคนเลย ซึ่งการขับขี่นั้นไม่มีการปั้นตัวเลข ใช้ความเร็วเดินทางตามสภาพการจราจรและมีการเร่งแซงในบางจังหวะที่จำเป็น พร้อมทั้งขับขี่ลัดเลาะตามทางรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำหมวกเหล็ก
นี่คือ ชีวิตจริง! สำหรับผมถือว่า รถไซซ์ขนาดใหญ่ C-Segment ประหยัดระดับกลาง ๆ สำหรับตัวรถขนาดนี้แลกกับความทันสมัยและออปชั่นล้นคันพร้อมกับอัตราเร่งที่มัน ๆ สนุก ๆ ในทุกลีลา (เว้นแค่ช่วงล่างที่นุ่มไป) แต่อย่าลืมว่าหากใช้งานในระยะทางสั้น ๆ ไม่เกิน 80 กม.ต่อวัน ชาร์จไฟให้เต็ม AC รองรับ 6.6 kW และ DC รองรับ 30 kW และขับด้วยระบบ EV โหมด คุณไม่ต้องใช้น้ำมันเลยครับ


ความสะดวกสบาย 9/10
สัมผัสแรกชอบความนุ่มนวลและสบายตัว ทั้งท่านั่งขับขี่และการใช้คันเร่งและเบรก ที่ให้ความใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมันอยู่ไม่น้อย การใช้งานสวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ยังคงมีอยู่นอกจอกลางให้ใช้งานง่าย เช่น ปรับกระจกมองข้าง ปรับช่องแอร์ เปิด-ปิดระบบแอร์บนปุ่มคอนโซลกลาง และปรับอุณหภูมิบนจอแต่มีเมนูด้านล่างพอให้ใช้งานง่าย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเป่าลมเย็น บนมาตรวัดคนขับจกใหญ่ชัดเจนและมี Head-Up Display แสดงข้อมูลต่าง ๆ สะท้อนกระจกด้านหน้าให้มองโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ หลังคาพาโนรามิคพร้อมม่านไฟฟ้า เพลิดเพลินเวลาเดินทางได้ดี ติดตรงที่วางแก้วน้ำบนคอนโซลกลางเล็กมาก วางแก้วกาแฟพร้อมกันอาจจะเบียด ส่วนแก้วใหญ่อย่าง Teti หมดสิทธิ์ วางได้แต่จะเอียง ๆ หน่อย ที่นั่งตอนหลังกว้างโปร่ง เบาะนั่งสบาย พื้นที่วางขายังเหลือ พื้นที่บนศีรษะโปร่งสบาย ตำแหน่งที่เท้าแขนลงตัวแต่ช่องวางแก้วน้ำเล็กไปอีกแล้ว
ระบบเครื่องเสียงจาก Flyme Sound ตกแต่งเสียงได้กลมกล่อมและนุ่มลึกเบสแน่น ๆ แต่หนักมาก ฟังกำลังสบาย เสียงแหลมพอดี ครบทุกย่านเสียง เมื่อเทียบกับราคารถให้ลำโพงมากถึง 14 ตำแหน่ง และ อีก 2 ตำแหน่งตรงหัวหมอนคนขับ ที่สามารถเลือกเปิดฟังก์ชั่น รับสายแบบส่วนตัว ได้ยินเฉพาะผู้ขับขี่ได้ โดยเสียงลำโพงรอบคันจะถูกปิดไว้




ระบบความปลอดภัย 9/10
ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีครบเป็น ADAS L2 ระดับล่าสุด ทำงานละเอียดยิบมาก ๆ ตรวจจับได้ทุกเส้นถนนจนการตอบสนองของระบบควบคุมรถออกนอกเลนไว้เกินไปหน่อย หากผุ้ขับขี่คุ้นเคยหรือรับได้ก็นับว่าให้ความปลอดภัยมาก แม้กระทั้งเข้าทางโค้งระบบยังประคองรถตามทางโค้งให้ด้วย ส่วนระบบอื่น ๆ ที่น่าจะใช้งานเป็นประจำคือ ระบบเตือนรถออกนอกเลน ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนมุมสายตาด้านข้าง เตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลัง และกล้องมองรอบคันที่ปรับมุมมองได้หลายแบบ มีดีกว่าไม่มีครับ

สรุปความคุ้มค่า
GEELY STARAY EM-R เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถครอบครัวใช้งานหลักของบ้าน ได้ทั้งรถยนต์ที่ขับขี่แบบไฟฟ้าล้วน ไม่ต้องใช้น้ำมัน เป็นทั้งรถที่ขับได้ระยะทางยาว ๆ หมดกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ เพราะเติมน้ำมันให้กับเครื่องยนต์ผลิตไฟฟ้าได้ ทำให้สามารถขับขี่ได้ไกลกว่า 900 - 1,000 กม. เมื่อระดับไฟฟ้าและน้ำมันเต็มเปี่ยม ตอบสนองการใช้งานด้วยความอเนกประสงค์ ยกสูง ขับขี่ผ่านอุปสรรคได้นิดหน่อย และราคาก็น่ารัก ตัวท็อปสุด MAX เพียง 799,900 บาท สำหรับรถขนาด C-Segment คันใหญ่ขนาดนี้ และใครไม่เน้นเทคโนโลยีเยอะก็จัดรุ่น PRO ในราคา 699,900 บาท (300 คันแรก) ก็คุ้มแล้ว

สำหรับใครที่กังวลเรื่องอะไหล่และบริการหลังการขาย ทางฝั่งของ ธนบุรี นอยสเติร์น ผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ในไทย เป็นหนึ่งในผู้รับจ้างประกอบในโรงงานของตัวเองสำหรับผลิตรถยนต์เมอร์เซเดสในไทย และในส่วนของ Geely เอง มีคลั่งอะไหล่เพียงพอในชิ้นส่วนสำคัญ ๆ ต่างรองรับ และกำลังทยอยเปิดโชว์รูมพร้อมการอบรมคุณภาพฝ่ายซ่อมบำรุงให้ตรงกับการขยายตัวของรถยนต์ นอกจากนี้ยังเตรียมแผนศึกษาการจัดตั้งโรงงานในไทยในอนาคตอีกด้วย แต่ตอนนี้ยังนำเข้าไปก่อนนะครับ