Toyota Yaris ATIV HEV Premium เป็นรถที่คิดอยู่นานว่าจะรีวิวอะไรดี เพราะนับเป็นรถยนต์ที่มียอดขายโตขึ้นและมีจุดขายของตัวเอง โดยเฉพาะในรุ่นก่อนหน้า แม้จะเป็นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ธรรมดา แต่กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องราคา ความทนทานทาน อะไหล่ไม่แพง บริการหลังการขายที่ไว้ใจได้ แม้ว่าค่าตัวอาจจะดูสูงเมื่อไปเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายจีนในหลายรุ่น แต่ถ้ามองในมุมรถยนต์สันดาปประหยัด ๆ ไม่จุกจิก นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในรุ่นเครื่องยนต์ฟลูไฮบริดที่ให้ความประหยัด แต่ว่าสิ่งที่เกินคาดคือ เรื่องความแรงขับสนุก ไม่แพ้รถยนต์ที่มีเทอร์โบหรือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มีขนาดกำลังมอเตอร์เล็ก ๆ ได้อย่างไม่แตกต่าง ผมเองเป็นคนชอบเรื่องอัตราเร่งและการแซงในช่วงตีนปลาย ยังรู้สึกว่าจุดเด่นของ Ativ HEV ไม่ใช้แค่ประหยัดน้ำมัน แต่คือ ความแรง ขับสนุกในระดับที่ เครื่องยนต์สันดาปขนาด 1.6 หรือ 1.8 ยังทำได้อยาก!





Toyota Yaris ATIV HEV เป็นรถยนต์ซีดานขุมพลังฟูลไฮบริด (Full Hybrid) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 111 แรงม้า แรงบิดรวมอาจไม่มีบอกในสเปค แต่ผมจับความรู้สึกได้ว่าต้องมี 180 นิวตันเมตร หรือมากกว่านั้นลงพื้นแน่ ๆ และโดดเด่นด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 29.4 กม./ลิตร (สเปคโรงงาน) โดยจะเน้นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลักก่อนเสมอ และเครื่องยนต์เสริมแรงเมื่อต้องการใช้พลังเพิ่มขึ้น และเครื่องยนต์สามารถปั่นไฟเก็บเข้าแบตฯ ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) 0.76 kWh หรือจะผสานทั้ง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อใช้ในช่วงต้องการกำลังสูง ๆ ซึ่งเจ้าตัวมอเตอร์ไฟฟ้านั้นอาจจะทำความสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. เลย ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น Ativ HEV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลัก ได้แก่ HEV Premium ราคา 729,000 บาท และ HEV GR Sport ราคา 769,000 บาท









Toyota Yaris ATIV ที่นำมาลองขับคือ HEV Premium ราคา 729,000 บาท ที่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบถ้วน ออปชั่นเต็มคันทั้ง หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ชาร์จสมา์ทโฟนไร้สาย, เบรกมือไฟฟ้าและเบรกชั่วคราวเมื่อจอดนิ่ง (Auto Hold) , ไฟส่องแผนที่และไฟเก๋งแบบ LED, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่, กล้องมองรอบคัน, เซนเซอร์กะระยะรอบคัน ส่วนระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) ได้แก่ ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Control (LKC) หรือ ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน All-Speed Adaptive Cruise Control (ACC) หรือ Dynamic Radar Cruise Control, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS), ระบบเตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) เป็นต้น

สมรรถนะหลังทดลองขับ 7.5/10
สมรรถนะที่โดดเด่นคือ การขับขี่ในเรื่องอัตราเร่งที่ดีกว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ขับมันสนุกในทุกย่านความเร็ว ตั้งแต่ออกตัว เร่งแซง แซงในช่วงคับขัน และความเร็วเมื่อลอยตัวไปแล้ว ต้องการเร่งแซงก็ให้การตอบสนองที่ทันใจตามสั่ง ไม่อืดไม่ห้อย และมีเรี่ยวแรงให้ใช้งานจนถึงช่วงปลาย ๆ ความเร็วสูง ๆ ได้ดีเกินคาด เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน แม้ว่าเรื่องความแรงนั้นในรถยนต์ไฮบริดไม่ควรเน้นมาก แต่การมีกำลังมาก ๆ เผื่อเวลาต้องใช้เวลาฉุกเฉินเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่มีแรงในเมื่อต้องการใช้งาน สามารถขับขี่ใช้งานได้ใกล้เคียงกับในกลุ่มเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ หรือจะรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพลังมอเตอร์ระดับ 120 แรงม้า ได้สบาย ๆ

ระบบช่วงล่างที่ถูกปรับให้ใช้งานทั่วไป เน้นนุ่มนวลในเมืองหรือผ่านทุกสภาพถนนอย่างสบายตัวทั้งคนขับและคนนั่ง ไม่กระเด้งหรือกระแทกมากนัก ด้วยล้อขนาด 16 นิ้ว ใส่ขนาดกว้าง 195 แก้มหนา 60 ยิ่งเน้นนุ่มเงียบสบายทุกการเดินทาง ขับขี่ในความเร็วต่ำถึงปานกลาง รองรับแรงสะเทือนได้ดี ส่วนในความเร็วสูง ๆ นั้น หากไม่เข้าโค้งในความเร็วสูงเกินไปนัก ยังพอรับไหว ตามข้อจำกัดตัวรถและช่วงล่างกับขนาดล้อที่ไม่ได้เป็นรถสปอร์ต ย่อนมีอาการลอย ๆ บ้างเป็นธรรมดา และช่วงล่างยังไม่กระเด้งหรือดีด จนโยนไปมา การทรงตัวในความเร็วระดับสูง ๆ นับว่ายังพอควบคุมและไว้ใจได้ ด้วยความเป็นรถยนต์ซีดานจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ให้ความมั่นใจได้แม้จำเป็นต้องขับในความเร็วสูง
การควบคุมของพวงมาลัย 6/10
จุดที่น่าเสียดายอยากให้ทางโตโยต้าปรับปรุงในเรื่องพวงมาลัย ให้มีความกระชับและลดช่องว่างหรือระยะฟรีหรือจะปรับอัตาทดให้ชิดอีกหน่อย เพราะถ้าขับขี่ในความเร็วลอยลำไปแล้วราว ๆ 60 - 110 กม./ชม. การจับหรือควบคุมทิศทางจะไม่ค่อยละเอียดคือ ต้องคอยแต่งซ้ายทีขวาทีเพื่อเลี้ยงให้รถขับไปตรง ๆ ระหว่างกลางของเลน ทำให้ต้องระวังตลอดเวลา เผลอนิดเดียวรถจะเอียงไปมา ต้องคอยแต่งตลอด แต่เรื่องน้ำหนักหรือความหนืดที่การขับความเร็วสูงนับว่าดี ไม่เบาเกินไป ขอแค่ปรับเรื่องระยะพวงมาลัยอีกนิด น่าจะป็นรถที่ขับได้ทั้งสนุกและควบคุมง่ายไม่ตึงเครียด แม้ว่าพวงมาลัยจะบังคับทิศทางได้ไม่คมกระชับนัก แต่ก็มีข้อดีอยู่บ้างคือ หากจำเป็นต้องขับความเร็วสูง ๆ มาก ๆ นั้น พวงมาลัยแบบนี้กลับช่วยให้การบังคับพวงมาลัยได้ "นิ่ง" กว่ารถที่พวงมาลัยมีความ "ไวเกินไป" ทำให้ผู้ขับขี่มีความผ่อนคลายในการจับพวงมาลัย แม้ขยับซ้ายหรือขวาเล็กน้อย รถก็ไม่ขยับทิศทางตามเลย
อัตราสิ้นเปลือง 10/10
ผมขอยกให้ความประหยัดเต็มระบบไม่แพ้คู่แข่งฝั่งญี่ปุ่นคือ Honda City e:HEV เลย คือ ประหยัดมากน้อยตามลักษณะการขับขี่ แต่ว่าขับแบบไม่ต้องปั่นตัวเลขแะไรมากทั้งคู่ต่างก็มีเลข 24 - 30 กม./ลิตร ให้เห็นง่ายๆ และให้ความแรงตอบสนองการขับขี่สนุกอีกด้วย จากที่รับรถทดสอบตรง Toyota Alive บานา กม. 3 ขับไปเส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ถนนวงแหวนรอบนอกบางปะอิน รามอินทรา สะพานใหม่ รวม ๆ 70 กม. อัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัดทำได้ 32 กม./ลิตร โดยไม่ปั่นตัวเลข ขับแบบปกติ มีเร่งออกตัว เร่งแซง ตามจังหวะของการจราจร แต่ไม่ได้แช่ความเร็วสูง ๆ เพราะปริมาณรถเยอะไม่สามารถขับได้เร็วกว่า 120 กม./ชม. ดังนั้น หากใช้งานในสภาพการขับขี่ปกติน่าจะได้เห็นตัวเลข 25 - 30 กม./ลิตร ไม่ยากนัก



ด้วยระบบฟลูไฮบริด ทำให้เน้นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก เครื่องยนต์เสริมเมื่อต้องการพลังมาก ๆ ในแต่ละช่วงของการขับขี่ ซึ่งเครื่องยนต์ก็จะทำหน้าที่ปั่นไฟเก็บเข้าแบตฯ และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ นอกจากว่าต้องการกำลังมาก ๆ ไฟในแบตฯ น้อยลง ระบบจะจัดการพลังงานโดยอาจให้สัดส่วนการขับเคลื่อนระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันไปต่างสภาวะและภาระโหลดของเครื่องยนต์ เช่น
มอเตอร์ไฟฟ้า : เครื่องยนต์ อาจแบ่งสัดส่วนการขับเคลื่อน 80 : 20 หรือ 60 : 40 แล้วแต่การขับขี่ในขณะนั้น และการที่ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับขับเคลื่อน ยิ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในขับเคลื่อนล้วน ๆ ที่บางครั้งเครื่องยนต์จะต้องปั่นไฟในรอบสูง ๆ โดยที่ไม่มีการช่วยขับเคลื่อนเลย จึงไม่แปลกที่ระบบ Series Hybrid ในเพื่อนร่วมชาติอย่าง Nissan Kicks e-POWER จะเสียเปรียบเรื่องนี้ในช่วงความเร็วสูง ๆ แต่แลกกับการขับมัน ๆ สไตล์รถยนต์ไฟฟ้าก็แล้วแต่ความชอบของผู้ขับขี่


ความสะดวกสบาย 7/10
ความสะดวกสบายตามสไตล์ของแต่ละคน สำหรับเองนั้น ภายในของ Ative คันนี้ยังขาดที่วางแก้วน้ำตรงคอนโซลกลาง แม้ว่าจะมีด้านข้างที่ซ่อนและกางออกมาได้และยังมีลมแอร์เป่ารักษาความเย็น แต่เมื่อใช้งานจริงต้องเป็นแก้วทรงเตี้ยหรือขนาดผอม ๆ หากวางแก้วไซซ์ใหญ่ จะเกะกะทันที และอาจร่วงลงมาหากวางไม่ดีหรือเร่งความเร็วแรง ๆ ส่วนเรื่องพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ให้ใช้งานที่สะดวก ปุ่มปรับต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ ขณะขับขี่ยังคุ้นเคยใช้ง่าย ๆ เช่นเดิม เบาะนั่งพอดีตัว ผิวสัมผัสนุ่มสบาย ปรับได้หลายทิศทางพร้อมระบบไฟฟ้าฝั่งคนขับ ม่านบังแดดมีกระจกแค่ฝั่งคนขับ คนนั่งข้างคนขับไม่มี


เบาะที่นั่งตอนหน้าข้างคนขับระดับสูงไปหน่อย นั่งแล้วเหมือนตัวลอย ๆ และศีรษะเกือยติดเพดาน พื้นที่วางขาไม่กว้างมา ถ้าต้องปรับเบาะเผื่อให้คนนั่งหลังด้วย ส่วนที่นั่งตอนหลังใหญ่นั่งสบาย ไม่มีที่วางแขนตรงกลาง ที่วางแก้วน้ำติดกับแผงประตูก็สะดวกดี ใกล้มือคนนั่ง และพื้นที่เหนือศีรษะและหัวเข่าถือว่าพอมีให้แบบหลวม ๆ ครับ

ระบบความปลอดภัย 9.5/10
จริง ๆ แล้วความปลอดภัยสำรหับรถในระดับนี้ Ative ให้มาครบสมบูรณ์แบบแล้วครับ แต่ติดแค่บางระบบที่ยังทำงานแปลก ๆ ไม่ค่อยสมูทนักนั่นคือ ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามรถคันหน้าที่ยังมีอาการกระชากหรือกรตุกเบา ๆ เมื่อมีการเร่ง-ลดหรือชะลอความเร็ว และเบรกแบบ "จึก" บ่อย ๆ ทำให้มีอาการมึน ๆ ได้ (บางคน) แต่ระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Control - LKC) บังคับทิศทางตามโค้งนับว่ายังทำงานได้เนียนเช่นเคยครับ
สรุปความคุ้มค่า
ใครกำลังมองหารถคันแรก รถใช้งานป้ายแดงคันแรกของบ้านในราคาไม่แรงและเป็นค่ายที่ให้ความเชื่อมั่นได้ บริการหลังการขายดี อะไหล่เพียบ และทนทานไม่จุกจิก ประหยัดและแรง ขับขี่ได้ทั้งในและนอกเมือง หรือคนที่ยังไม่พร้อมไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า Toyota Yaris Ativ HEV นับว่า "เหมาะมาก" ในตอนนี้ และน่าจะเป็นคำตอบให้ Frist jobber รถใหม่ป้ายแดงราคาไม่แรงได้อีกหนึ่งทางเลือกด้วยครับ
สนใจไปทดลองขับ จับสัมผัส คันจริงก่อนตัดสินใจ ว่าตรงกับความต้องการใช้งานหรืองบประมาณของคุณหรือไม่
บทความ: สินธนุ จำปีศรี



