EN / TH

AISIN ในประเทศไทย กิจกรรมความปลอดภัยทางถนน เชิญชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย “Safety is a foundation for all” ใน Motor Expo 2026 ฟรี! 2 - 13 ธ.ค. 2569

5 พฤศจิกายน 2569

สรรพสามิตใหม่ รถนำเข้าแพงขึ้นกี่บาท ใครรับภาระจริง? ส่วนต่าง33%

4 พฤศจิกายน 2569

NEW DENZA D9 เพิ่มออปชั่น แรงขึ้น BYD FLASH TECHNOLOGY ชาร์จไว้ 8 นาที เต็ม

4 พฤศจิกายน 2569

TOYOTA INNOVA ZENIX อัปเกรดออปชั่น แรง ประหยัดขึ้น ราคาเดิมเริ่ม 1,379,000 บาท

4 พฤศจิกายน 2569

ZEEKR เปิดตัว ZEEKR 7X Black Edition จํานวนจํากัด 30 คัน ฉลองยอดส่งมอบ 10,000 คันในไทย

3 พฤศจิกายน 2569

ZEEKR ฉลองยอดส่งมอบสะสมครบ 10,000 คันในไทย ชวนลูกค้าร่วมกิจกรรมพิเศษส่งท้ายปี ณ ZEEKR House

2 พฤศจิกายน 2569

CHERY จัดแคมเปญ “CHERY LIVE ANNIVERSARY” ฉลองความสำเร็จ 1 ปี ลุ้นเที่ยวปักกิ่ง 5 วัน 4 คืน พร้อมรางวัลรวม 700,000 บาท

2 พฤศจิกายน 2569

GWM เตรียมเปิดตัว ORA 5 PLUS ครั้งแรกของโลก (Global Debut) ในไทย 10 พฤศจิกายนนี้

2 พฤศจิกายน 2569

เปิดราคา LEAPMOTOR B03X Smart SUV EV Early Bird รุ่น Design 569,000 บาท และ Life 499,000 บาท

2 พฤศจิกายน 2569

FORTHING ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์ระดับโลก พาสื่อไทยเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ในจีน พร้อมทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ เดินหน้าแผนตั้งโรงงานในปี 2027

2 พฤศจิกายน 2569

HRC Honda Racing เปิดตัว Passport Trophy Truck ขุมพลังไฮบริดปฏิวัติวงการ 1,300+ แรงม้า ตั้งเป้าคว้าชัยชนะรวมในศึก Baja 1000

31 ตุลาคม 2569

Nissan Sentra Spec-V เผยโฉมในงาน SEMA รถบ้านจัดทรงตัวแข่งแรงจัด 300 แรงม้า

30 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,446

 

เรื่องเก่า ๆ เกี่ยวกับการขับรถลุยน้ำ ทั้งท่วมขังไปจนถึงท่วมสูงที่ผู้ใช้รถต้องรู้ เชื่อว่าผลายคนทราบกันแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่ไม่เข้าใจว่า การลุยน้ำแรง ๆ นั้น ไม่ได้ช่วยให้รถคุณรอดเสมอไป แม้ว่าคุณจะขับรถยกสูงก็อาจเกิดความเสียหายได้เหมือนกัน และบ้างครั้งอาจไปทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ  เช่น ขับผ่านพื้นที่ชุมชน คลื่นน้ำอาจจะเข้าบ้านเรือนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอันตรายได้ 

 

 

 

 

1. ลุยน้ำท่วมยังไง... ให้รอดถึงบ้าน?

ก่อนจะขับฝ่าลงไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ตั้งสติและประเมินสถานการณ์" ครับ ถ้าเห็นท่าไม่ดี น้ำลึกเกินครึ่งล้อรถเก๋ง แนะนำให้หาทางเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ลองดูวิธีดังนี้ :

 

  • ปิดแอร์ทันที! : ย้ำเลยนะครับว่า ต้องปิด เพราะถ้าเปิดไว้ ใบพัดลมหม้อน้ำจะพัดเอาน้ำกระจายเข้าเต็มห้องเครื่อง หรือโชคร้ายใบพัดอาจจะตีกับน้ำจนหัก คราวนี้ละเรื่องใหญ่
  • ใช้เกียร์ต่ำ ค่อย ๆ ไป : ขับให้ช้ามากเท่าที่จะทำได้!.....รถเกียร์ออโต้สับไปที่ L หรือ D2 ส่วนเกียร์ธรรมดายัดเกียร์ 1 หรือ 2 ไว้เลยครับ รักษาความเร็วให้คงที่ อย่าเหยียบคันเร่งกระชากเด็ดขาด
  • เลี้ยงรอบเครื่องไว้หน่อย : เพื่อให้แรงดันจากท่อไอเสียช่วยดันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้ามาในระบบเครื่องยนต์
  • เว้นระยะห่างคันหน้าให้มากกว่าเดิม : เพราะเวลาลุยน้ำ ประสิทธิภาพของเบรกจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมต้องระวังคลื่นน้ำจากรถคันใหญ่ที่ขับสวนมาด้วยนะครับ

 

2. รอดมาได้แล้ว... หลังลุยน้ำต้องทำยังไงต่อ?

หลังจากขับพ้นวิกฤตน้ำท่วมสิ่งที่ต้องทำทันทีมีอยู่ 3 ข้อหลัก ๆ :

  

  • ย้ำเบรกไล่น้ำ : ขับช้า ๆ แล้วเหยียบเบรกย้ำ ๆ เป็นระยะ เพื่อไล่ความชื้นออกจากจานเบรกและผ้าเบรก ให้ระบบเบรคกลับมาจับตัวได้ดีเหมือนเดิม
  • อย่าเพิ่งดับเครื่อง : ถึงจุดหมายแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อนรีบดับเครื่องยนต์ทันทีครับ ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สัก 10–15 นาที เปิดพัดลมแอร์แรง ๆ หน่อย เพื่อให้ความร้อนในห้องเครื่องช่วยเป่าไล่ความชื้นที่เกาะอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ
  • เช็กพรมในรถ : ลองก้มดูและเอามือคลำพรมพื้นรถดูหน่อยครับว่ามีน้ำซึมเข้ามาไหม ถ้ามีต้องรีบหาผ้ามาซับแล้วเปิดประตูผึ่งแดดด่วน ไม่งั้นกลิ่นอับและเชื้อราถามหาแน่นอน

 

3. ฝันร้ายคนมีรถ... ถ้าต้อง "จอดแช่น้ำ" จะกู้ชีพยังไง?

กรณีที่หนีไม่ทันจริง ๆ จนรถต้องจอดแช่น้ำ (โดยเฉพาะถ้าน้ำท่วมสูงเกินครึ่งล้อขึ้นไปจนถึงห้องเครื่อง) ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ "ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด!!"

  

  • ถอดขั้นแบตฯ : ถ้าประเมินแล้วว่าน้ำมาแน่ และยังพอเปิดฝากระโปรงรถได้ ให้รีบถอดขั้วลบของแบตเตอรี่ออกทันที เพื่อป้องกันระบบไฟฟ้ารวมถึงกล่อง ECU ลัดวงจร
  • เช็กของเหลวหลังน้ำลด : พอน้ำแห้งแล้ว ให้ชักก้านวัดน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์มาดู ถ้าสีมันเปลี่ยนไปเป็นสีขุ่น ๆ คล้าย "ชานม" แสดงว่าน้ำเข้าเครื่องแล้วครับ ห้ามบิดกุญแจสตาร์ทเด็ดขาด!
  • พึ่งรถสไลด์เท่านั้น : ทางออกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือ โทรเรียกเบอร์รถยกหรือรถสไลด์ ให้มายกรถไปเข้าศูนย์บริการหรืออู่ที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ช่างรื้อเช็กระบบไฟ กล่องสมองกล และถ่ายของเหลวทั้งหมดใหม่ก่อนจะเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งครับ

 

เรื่องน้ำท่วมกับรถยนต์เป็นของแสลงกันครับ รู้ทริคติดตัวไว้จะได้ไม่ตกใจและช่วยเซฟเงินในกระเป๋าจากค่าซ่อมหลักแสนได้แน่นอน

 

 

 

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษเมื่อเจอน้ำท่วม?

 

รถยนต์ EV ส่วนมากมีมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่สูงมาก (ส่วนใหญ่ระดับ IP67 หรือ IP68 ลุยน้ำลึก 30-40 ซม. ได้สบาย ๆ) แต่! รถยนต์ไม่ใช่เรือครับ ไฟฟ้ากับน้ำยังไงก็ต้องตื่นตัวไว้ก่อน

 

1. ตอนขับลุยน้ำ: "ช้าแต่ชัวร์" และต้องระวัง "คลื่น"

 

แม้ว่ารถ EV จะไม่มีท่อไอเสียให้ต้องกลัวน้ำย้อนเข้าเครื่อง หรือไม่มีกรองอากาศคอยดูดน้ำเข้าห้องเผาไหม้แบบรถน้ำมัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์รอบคัน

  

  • ใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ: ค่อย ๆ คลานไปครับ การขับเร็วเกินไปจะทำให้เกิด "คลื่นน้ำ" ดันขึ้นมาปะทะหน้ารถ ซึ่งอาจทะลักเข้าสู่ห้องโดยสาร หรือดันขึ้นไปโดนปลั๊กไฟและเซนเซอร์ต่าง ๆ ในห้องเครื่องด้านหน้า
  • เปิดโหมด Eco หรือเปิดระบบ Re-gen สูง ๆ (ถ้าทำได้): เพื่อควบคุมให้รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่นิ่งและหน่วงความเร็วได้ง่ายโดยไม่ต้องเหยียบเบรกบ่อย ๆ
  • สังเกตหน้าจอเตือน: รถ EV มีเซนเซอร์อัจฉริยะเยอะมาก ถ้าระบบตรวจเจอความชื้นหรือความผิดปกติในจุดสุ่มเสี่ยง หน้าจอจะแจ้งเตือนทันที ถ้าเห็นสัญลักษณ์เตือนสีเหลืองหรือแดง ให้รีบหาที่จอดในที่แห้งและปลอดภัยทันทีครับ

 

2. หลังลุยน้ำ: "ห้ามชาร์จไฟทันที" !

  

  • จอดพักและตรวจเช็กพอร์ตชาร์จ: หลังจากลุยน้ำขังมา ความชื้นหรือละอองน้ำอาจกระเด็นเข้าไปสะสมอยู่บริเวณฝาเปิด-ปิด หรือรอบ ๆ พอร์ตชาร์จไฟ ให้เปิดดูและใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาด
  • งดชาร์จไฟอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง: ปล่อยให้ลมเป่าหรือความชื้นระเหยออกไปให้หมดก่อน เพื่อป้องกันระบบตัดไฟอัตโนมัติทำงาน (หรือแจ็กพอตอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรช็อตคามือ)
  • สังเกตระบบเบรก: รถ EV ส่วนใหญ่ใช้ระบบ Regenerative Braking (ชะลอรถด้วยมอเตอร์) ทำให้เราเหยียบเบรกจริง ๆ น้อยลง แต่หลังลุยน้ำ คุณต้องหาจังหวะถนนโล่ง ๆ เหยียบเบรกจริง (Mechanical Brake) ย้ำ ๆ สักรอบสองรอบ เพื่อไล่น้ำออกจากจานเบรกและผ้าเบรกด้วยครับ

 

3. ถ้าต้อง "จอดแช่น้ำ"ห้ามเปิดระบบรถหรือห้ามกดปุ่ม Start!

 

  • ห้ามกดปุ่ม Start / ห้ามเปิดระบบไฟ: ระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage) มีระบบความปลอดภัยตัดการทำงานก็จริง แต่ระบบไฟ 12V (แบตเตอรี่ลูกเล็ก) ที่ควบคุมกล่องสมองกลและหน้าจอต่าง ๆ อาจช็อตเสียหายได้
  • รีบติดต่อประกันภัยและรถยก: ถ่ายรูปบันทึกระดับน้ำไว้เป็นหลักฐาน พอน้ำลดปุ๊บ ให้เรียก รถสไลด์แบบยกสี่ล้อ เท่านั้น ลากเข้าศูนย์บริการอย่างเดียวเลยครับ ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องมือเฉพาะทางเช็กค่าความฉนวนของระบบไฟ (Insulation Resistance) ก่อนจะเปิดระบบรถอีกครั้ง

 

สรุปง่าย ๆ คือ รถ EV ลุยน้ำได้ดีกว่าที่หลายคนคิด แต่ถ้าท่วมสูงเกินขีดจำกัดและแช่น้ำนาน ๆ ค่าซ่อมระบบไฟก็สยองไม่แพ้รถน้ำมันครับ เพลย์เซฟไว้ก่อนดีที่สุดครับ

การลุยน้ำขับช้า ๆ ใช้เกียร์ต่ำ ๆ หลีกเลี่ยงได้ยิ่งดี ประเมินสถานการณ์ก่อนจะขับผ่านน้ำ และขับช้า ๆ ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วยครับ 

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

TOYOTA INNOVA ZENIX อัปเกรดออปชั่น แรง ประหยัดขึ้น ราคาเดิมเริ่ม 1,379,000 บาท

4 พฤศจิกายน 2569

ส่งลูกฝึกขับ GO-KART เด็กเรียนรู้อะไร จากรถแข่งคันจิ๋ว จากสนามเล็กสู่การเปิดโลกใบใหญ่

14 ตุลาคม 2569

เมื่อ Mercedes-benz อยากสร้าง City Car แบรนด์ smart จึงเกิดขึ้น!

12 ตุลาคม 2569

อับเดทความคืบหน้า "ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุด" ตุลาคม 2069 จบไหม?

8 ตุลาคม 2569

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ