ย้อนไปเมื่อ 54 ปี ค่าย Mercedes-benz เกิดนึกอยากมีรถยนต์ขนาดเล็กเอาไว้ให้กลุ่มลูกค้าระดับหรูที่ต้องการมองหารถเล็กคล่องตัว แตกต่างและมีเอกลักษณ์ แต่คงไว้ซึ่งความหรูหราพรีเมี่ยม หรือเรียกว่า "เอาไว้ตกลูกค้าเบนซ์ที่อยากมีรถเก๋ ๆ ไว้ขับเล่นในเมือง" แบรนด์ "smart" จึงเกิดขึ้น! แนวคิดรถยนต์ขนาดเล็ก สู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก
1. จุดเริ่มต้นและที่มาของชื่อ smart (1972–1994)
จุดเริ่มต้นจาก Mercedes-Benz: แนวคิดการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กสำหรับการใช้งานในเมือง (City Car) เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2515 ภายใต้ Daimler-Benz หรือ Mercedes-Benz ในขณะนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรและมลพิษ ก่อนจะพัฒนาเป็นรถต้นแบบรุ่นแรกในชื่อ Mercedes-Benz NAFA ในปี พ.ศ. 2524

ด้วยความร่วมมือกับ Swatch: ต่อมา นิโคลัส ฮาเยค (Nicolas Hayek) ผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกา Swatch มีแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กที่ผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงเกิดความร่วมมือกับ Daimler-Benz ในปี พ.ศ. 2537 ที่มาของชื่อ smart: ชื่อ smart เกิดจากการผสมคำว่า Swatch, Mercedes และ Art สะท้อนแนวคิดการผสานความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และวิศวกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน


Smart Fortwo คือ รถยนต์ซิตี้คาร์ขนาดกะทัดรัดแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งผลิตโดย Mercedes-Benz (ภายหลังร่วมทุนกับ Geely) โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 และได้ยุติสายการผลิตเจเนอเรชันที่ 3 ไปเมื่อ มีนาคม 2024 และในระหว่างที่จำหน่ายมีรุ่นพิเศษมากมายที่โด่งดังคือ ตัวแต่งแรงจาก Brabus
Smart Forfour แบบ 4 ประตู และยังมีรุ่นตัวแรงอย่าง Brabus

เจเนอเรชันที่ 1 (ปี 2005 – 2006) รถยนต์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูขนาดเล็ก (Hot Hatch) ที่ขับสนุกและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง พัฒนาร่วมกับ Mitsubishi Colt (ใช้โครงสร้างร่วมกับ Colt CZT / Ralliart) ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,090 กิโลกรัม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ (รหัส Mitsubishi 4G15) ปรับแต่งโดย Brabus ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า (PS) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 221 กม./ชม. ตัวรถถูกลดความสูงลง 30 มม. เซ็ตช่วงล่างให้แข็งขึ้นสไตล์สปอร์ต ใส่ล้ออัลลอย Brabus ขนาด 17 นิ้ว ให้การขับขี่ที่เฉียบคมและเกาะถนนเหมือนรถแข่งคาร์ท (Kart-like handling)

เจเนอเรชันที่ 2 (ปี 2016 – 2018) ในเจเนอเรชันนี้เปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทั้งหมด โดยหันมาแชร์แพลตฟอร์มร่วมกับ Renault Twingo ทำให้กลายเป็นรถยนต์เครื่องยนต์วางท้ายและขับเคลื่อนล้อหลัง (RR Layout) เครื่องยนต์ขนาดเล็ก 3 สูบ ขนาด 898 ซีซี (0.9 ลิตร) เทอร์โบชาร์จ วางตำแหน่งไว้ที่ท้ายรถ ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (HP) และแรงบิด 170 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 6 สปีด Twinamic ที่ปรับแต่งให้ตอบสนองเร็วขึ้น 40% พร้อมระบบออกตัว Race Start (Launch Control) ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 10.5 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 112 ไมล์/ชม. (ประมาณ 180 กม./ชม.) เน้นความคล่องตัวสูงมากในการขับขี่ในเมือง ตกแต่งภายนอกและภายในด้วยอุปกรณ์ระดับพรีเมียมจาก Brabus เช่น ท่อไอเสียคู่, ล้ออัลลอยลายเฉพาะ, และเบาะหนังปักโลโก้ Brabus

All-New Smart #2 เพิ่งเปิดตัวตุลาคม 2026 มาพร้อมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 80 แรงม้า (60 kW) แบตเตอรี่ LFP ความจุ 35.8 kWh วิ่งได้สูงสุด 332 กิโลเมตรต่อชาร์จ (WLTP) หรือ 410 กิโลเมตร (CLTC) รองรับ DC Fast Charge กำลัง 65 kW 10% - 80% ได้ภายใน 20 นาที พร้อมฟังก์ชันจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ภายนอก (V2L) ในตลาดยุโรปเริ่มต้นที่ 19,990 ยูโร (ประมาณ 7.8 แสนบาท)
2. ยุครถยนต์ขนาดเล็กระดับไอคอนภายใต้ Mercedes-Benz (1997–2018)
เอกลักษณ์ของรถยนต์ขนาดเล็กระดับพรีเมียม: Mercedes-Benz ได้เข้าถือหุ้นทั้งหมดของ smart คืนจาก Swatch และเป็นเจ้าของแบรนด์ 100% ก่อนเปิดตัว smart City-Coupé ในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น smart fortwo รถยนต์สองที่นั่งขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้ได้รับความสนใจจากความคล่องตัวในการขับขี่และความสะดวกในการจอด พร้อมจุดเด่นด้านความปลอดภัยอย่าง โครงสร้างตัวถัง (Tridion Safety Cell) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมของ Mercedes-Benz
3. ยุค Premium EV และความร่วมมือระดับโลก (2019–ปัจจุบัน)
การร่วมทุนระหว่าง Mercedes-Benz และ Geely: ในปี พ.ศ. 2562 Mercedes-Benz AG และ Geely Holding Group ได้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50:50 เพื่อขับเคลื่อน smart สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า โดยทั้งสองฝ่ายมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์
บทบาท Mercedes-Benz: รับผิดชอบด้านการพัฒนาและการออกแบบ โดยมุ่งรักษาเอกลักษณ์ด้านสุนทรียภาพและภาพลักษณ์ร่วมสมัยระดับพรีเมียมของ smart

บทบาท Geely: รับผิดชอบด้านการผลิตและวิศวกรรมเทคโนโลยีแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์เจเนอเรชันใหม่
ขอบคุณภาพบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต