Hyundai new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดเต็มระบบที่หลายคนรอคอย ตอบโจทย์ผู้ต้องการรถ MPV ครับ และไม่ชอบเครื่องยนต์ดีเซลที่เสียงดัง แต่ยังให้ความประหยัดและอัตราเร่งดี เน้นความเงียบและลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ดีเซลได้ดี พร้อมการปรับโฉมเล็กน้อยภายนอกส่วนด้านหน้า ล้ออัลลอย 18 นิ้วลายใหม่ ภายในปรับใหม่หลายจุด เพิ่มความหรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive เปิดตัว 2 รุ่นย่อยใหม่ นำเข้าจากเกาหลีใต้ทั้งคันรวมถึงเบาะรูปแบบใหม่ ราคารวมภาษีนำเข้าแล้วดังนี้
- Modern ราคา 2,099,000 บาท
- Premium ราคา 2,399,000 บาท (TOP)
มีให้เลือก 3 สี ดังนี้ Creamy White, Abyss Black Pearl, และ GalaxyMaroon Pearl
โดยจำหน่ายควบคู่ไปกับรุ่นเครื่อยนต์ดีเซล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
สำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Sandwich Generation หรือ เดอะแบก ที่ต้องรับหลากหลายบทบาทและ ดูแลทุกคนในครอบครัว Hyundai new STARIA Hybrid ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกภารกิจในแต่ละวันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งลูก ดูแลพ่อแม่ หรือออกเดินทางพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวด้วยรถคันเดียว ด้วยพื้นที่กว้างขวางรองรับได้ถึง 11 ที่นั่ง ห้องโดยสารพรีเมียม เทคโนโลยีเทอร์โบไฮบริด และความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน พร้อมสำหรับทุกภารกิจได้อย่างมั่นใจ
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
- รถ MPV Hybrid ห้องโดยสาร 11 ที่นั่งพรีเมียมแบบใหม่ที่สานเข้ากับสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนไฮบริด
- เครื่องยนต์เบนซิน Turbo Hybrid Technology ทำงานเงียบยิ่งขึ้น ปรับให้เหมาะกับตัวถังขนาดใหญ่ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า (มากกว่าใน Santafe) แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ย้ายตำแหน่งเกียร์มาอยู่คอพวงมาลัย
- แนะนำเทคโนโลยี e-Motion Drive ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์และเครื่องยนต์ ประมวลผล ผ่าน ECU เพื่อให้การควบคุมที่ดีขึ้น เพิ่มความมั่นคงให้ทุกการเลี้ยว และลดแรงสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านเนินเพิ่มสุนทรียภาพและความมันใจให้ทุกเส้นทาง
- ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเบาะ 11 ที่นั่งพรีเมียม โดยได้รับการออกแบบใหม่ให้นั่งสบายกว่าเดิมพร้อมรองรับการเดินทางของครอบครัวและผู้โดยสารหลายคนอย่างสะดวกสบาย
- ดีไซน์ภายนอกใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าโฉมใหม่ ไฟหน้า LED แบบ Projector ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่ พร้อมแนะนำสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl
- ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และประดูท้ายไฟฟ้า Smart Power เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- หน้าจอแสดงผลการขับขี่และหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย AppleCarPlay และ Android Auto
- Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่มีมากถึง 15 ระบบ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง
- Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน
- Hyundai new STARIA Hybrid มีให้เลือก 3 สี ดังนี้ Creamy White, Abyss Black Pearl, และ GalaxyMaroon Pearl
การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
- Hyundai new STARIA Hybrid ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ Premium MPV ด้วยรูปลักษณ์ที่ลาสมัยเรียบหรู และมีเอกลักษณ์ พร้อมรายละเอียดดีไซน์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมในทุกมุมมอง
- ดีไซน์กันชนหน้าและกระจังหน้าโฉมใหม่
- กระจกบังลมหน้าและกระจกคู่หน้าแบบ Solar ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่ากระจกทั่วไป
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟหน้า LED โดยรุ่น Modern เป็นแบบ Multi-Reflector และรุ่น Premium เป็นแบบ Projector
- ไฟท้าย Parametric Pixel LED ดีไซน์เอกลักษณ์ของ Hyundai
- กระจกหน้าต่าง Flush Glass บนประตูสไลด์ทั้งสองข้าง สามารถเปิดรับลมได้โดยไม่ต้องเปิดประดูสไลด์สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางที่ดีกว่า
- กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED
- ประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power ทั้งสองด้าน
- ประตูท้ายไฟฟ้า Smart Power Tailgate
- รุ่น Premium มาพร้อมหลังคา Dual Wide Sunroof และกระจกคู่หน้าลดเสียงรบกวนแบบ AcousticLaminated การออกแบบภายใน (Interior Design)
- ภายในของ Hyundai new STARIA Hybrid ถูกออกแบบให้สะท้อนความทันสมัยและความพรีเมียม พร้อม พื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- เบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารสไตล์ Modern Premium
- หน้าจอแสดงผลการขับขี่ LCD ขนาด 12.3 นิ้ว
- ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Shif-by-Wire (SBW)
- แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shifter
- เบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake พร้อม Auto Hold
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ Electro-Chromatic mirror (ECM)

ห้องโดยสาร (Cabin & Comfort)
- รองรับผู้โดยสารสูงสุด 11 ที่นั่ง
- ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมระบบด้นหลังไฟฟ้า
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกควบคุมหน้า-หลัง
- ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ช่องชาร์จ USB Type-C สูงสุด 7 ตำแหน่ง
- Wireless Charger สำหรับสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่น Premium)
- ลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น Premium) (ลำโพงธรรมดา Modren 6 ตำแหน่ง)
- ฟีเจอร์และเทคโนโลยี (Technology & Safety)
- หน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว
- รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto
- Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน
- กล้อง Surround View Monitor ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะจอด
- เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
- ระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง Tyre pressure monitoring system (TPMS)
- ระบบสัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจ Immobilizer
- จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX
- รุ่น Premium มาพร้อมระบบเสียง BOSE 12 ลำโพง และ Wireless Charger
ระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go SCC (Smart Cruise Control withStop and Go)
- ระบบเดือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist)
- ระบบเดือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT (Forward collision-avoidance Assist with Junction Turning)
- ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCW (Blind-Spot Collision Warning)
- ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCA (Blind-Spot Collision-Avoidance Assist)
- ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist)
- ระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา BVM (Blind-spot View Monitor)
- ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBA (High Beam Assist)
- ระบบป้องกันการเปิดประดูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEA (Safe Exit Assist)
- ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)
- ระบบเดือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LVDA (Leading Vehicle Departure Alert)
- ระบบช่วยจำกัดความเร็ว MSLA (Manual Speed Limit Assist)
- ระบบแจ้งเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง ROA (Rear Occupant Alert)
ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่โดดเด่นคือ
มอเตอร์ควบคุมแรงบิดล้อคู่หน้าขณะเข้าโค้ง
e-Motion Drive ระบบที่ช่วยจัดการแรงขับเคลื่อนล้อคู่หน้าให้ช่วยเข้าโค้งได้ดีขึ้น ลดอาการล้อลื่นไถลในขณะเลี้ยวหรือเข้าโค้ง หรือหักลบฉุกเฉิน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวควบคุมกำลังที่จะส่งไปยังล้อทั้ง 2 ข้าง ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าโค้งได้ง่าย เกาะถนน นุ่มนวลและปลอดภัยขึ้น
เบาะแบบมีปีก
เบาะแถวที่ 2, 3 และ 4 ออกแบบใหม่ เน้นการนุ่งสะดวกสบายมากขึ้นกว่าในรุ่นดีเซล ด้วยการเพิ่มปีกด้านข้าง ผิวสัมผัสต่าง ๆ และวัสดุหุ้มให้โอบกระชับนั่งสบายตัวกว่าเดิม โดยไม่ต้องไปถอดออกแล้วติดตั้งใหม่ โดยเบาะชุดนี้ออกแบบและติดตั้งมาพร้อมกับตัวรถและนำเข้าทั้งคัน ต่างจากเดิมในรุ่นดีเซลที่ประกอบมาเลเซีย และติดตั้งเพิ่มเติมในประเทศไทย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถพับเบาะแบนราบเหมือนรุ่นดีเซล
ความปลอดภัยครบทุกรุ่นไม่ก๊ก
Hyundai SmartSense มีให้ครบทั้งรุ่น Modern และ Pemium รวมถึงกล้องมองภาพจุดอับสายตา กล้องรอบคัน ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCW และระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา แบบไม่กั๊ก
ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink
ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันมีให้ครั้งแรกในไทยที่ใช้งานได้กับรถตู้ Staria มีเฉพาะในรุ่น Hybrid เท่านั้น เป็นแอปพลิเคชั่นสั่งงานผ่านมือถือ สามารถควบคุมการทำงานต่าง ๆ เช่น เปิด-ปิดล็อคระยะไกล ดูสถานะของรถ สั่งเปิดระบบแอร์ เปิด-ปิดกระจก เช็คพิกัดตำแหน่งรถ ตั้งขอบข่ายการใช้งาน แจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นต้น
ขุมพลังไฮบริดปรับให้เหมาะกับ Staria
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร Turbo Hybrid Technology ปรับพละกำลังใหม่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า มากกว่าใน Satafe 232 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า เฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าก็ให้กำลัง 242 แรงม้า และแรงบิดมากถึง 304 นิวตันเมตร หมดกังวลเรื่อง อืด เร่งไม่ออกได้เลย ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากโรงงานเคลมไว้คร่าว ๆ คือ เฉลี่ยทั้งนอกและในเมืองอยู่ที่ 14 กม./ลิตร เฉพาะในเมืองอยู่ที่ 17 กม./ลิตร และนอกเมืองอยู่ที่ 12 กม./ลิตร (ทดสอบในที่เฉพาะของฮุนไดเท่านั้น) จากตัวเลขนี้ Staria Hybrid เหมาะกับการใข้งานในเมืองมาก ๆ ทั้งประหยัดและอัตราเร่งดี เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีแรงบิดมากกว่า แต่รอบเครื่องสูงสุดน้อยกว่า ทำให้ช่วงความเร็วกลางถึงปลายนั้นเบนซินไฮบริดได้เปรียบและทำอัตราเร่งแซงได้กระฉับกระเฉิงกว่า เพราะมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก
สรุปความแตกต่างระหว่างรุ่น Modern และ Pemuim
Hyundai Staria Hybrid ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยเท่ากัน น้ำหนักตัวเท่ากันที่ 2,350 กก. ทางฮุนไดแจ้งว่าเบากว่าในรุ่นดีเซลเล็กน้อย สิ่งที่แตกต่างกันมีดังนี้


Modern เน้นใช้งานไม่สนฟังก์ชั่นมากมายนัก ได้สมรรถนะและความปลอดภัยเท่ากัน ส่วนใครต้องการพรีเมี่ยมมากขึ้น ระบบความบันเทิงเพิ่มขึ้นและการตกแต่งที่หรูหราก็ไปรุ่น Premium
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และมีสิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS ในปีที่ 6 – 7 หรือ 150,000 กม.แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยคุ้มครองเฉพาะระบบเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ ตามรายการอะไหล่ที่กําหนด รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)




























