EN / TH

Hyundai new STARIA Hybrid ไฮบริดที่รอคอย ภายในใหม่ หรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive

9 กันยายน 2569

Audi A2 e-tron ไฟฟ้าน้องเล็กวิ่งได้ 400 ไมล์ หรือ 644 กม.

9 กันยายน 2569

CP Foton x SPARK EV ขยายระบบนิเวศสถานีชาร์จรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เตรียมเปิดสถานีชาร์จเพื่อภาคขนส่งกว่า 50 แห่ง

7 กันยายน 2569

Isuzu สานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 47 แก่โรงเรียนบ้านไหล่สูง จังหวัดอุบลฯ

7 กันยายน 2569

Hyundai เตรียมเปิดตัวย new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดแทนที่ดีเซลเดิม

3 กันยายน 2569

Hyundai แคมเปญ “ดาวน์ 0%” สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ต่อแคมเปญ Hyundai Game On, Deal On ถึง 30 ก.ย.นี้

3 กันยายน 2569

RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน ทรงพลังเท่า V8 วิ่งได้ 600 กม. WLTP

3 กันยายน 2569

เปิดตัว All-new Mitsubishi Pajero SUV ตัวจริงในณี่ปุ่นโครงสร้างใหม่ พลัง 2.4 ลิตร 204 แรงม้า 7 โหมดขับขี่

2 กันยายน 2569

ดิลใหม่ระหว่าง Nissan และ Honda ประกาศความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์

1 กันยายน 2569

SUZUKI FRONX ราคาพิเศษเพื่อลูกค้าซูซูกิและครอบครัว GLX และ GLX PLUS เริ่มต้น 649,000 บาท เพียง 499 คัน

1 กันยายน 2569

Tesla Experience Center โชว์รูมแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชลบุรี

1 กันยายน 2569

Lexus ยังคงเครื่องยนต์ V6 NA เพื่อความมันเฉพาะสีเขียว Envious Green เพียง 350 คัน

1 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

Hyundai new STARIA Hybrid ไฮบริดที่รอคอย ภายในใหม่ หรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive

9 กันยายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 184

Hyundai new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดเต็มระบบที่หลายคนรอคอย ตอบโจทย์ผู้ต้องการรถ MPV ครับ และไม่ชอบเครื่องยนต์ดีเซลที่เสียงดัง แต่ยังให้ความประหยัดและอัตราเร่งดี เน้นความเงียบและลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ดีเซลได้ดี พร้อมการปรับโฉมเล็กน้อยภายนอกส่วนด้านหน้า ล้ออัลลอย 18 นิ้วลายใหม่ ภายในปรับใหม่หลายจุด เพิ่มความหรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive เปิดตัว 2 รุ่นย่อยใหม่ นำเข้าจากเกาหลีใต้ทั้งคันรวมถึงเบาะรูปแบบใหม่ ราคารวมภาษีนำเข้าแล้วดังนี้

  • Modern     ราคา   2,099,000   บาท
  • Premium   ราคา   2,399,000   บาท (TOP)  

มีให้เลือก 3 สี ดังนี้ Creamy White, Abyss Black Pearl, และ GalaxyMaroon Pearl 

โดยจำหน่ายควบคู่ไปกับรุ่นเครื่อยนต์ดีเซล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า 

 

 

 

 

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Sandwich Generation หรือ เดอะแบก ที่ต้องรับหลากหลายบทบาทและ ดูแลทุกคนในครอบครัว Hyundai new STARIA Hybrid ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกภารกิจในแต่ละวันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งลูก ดูแลพ่อแม่ หรือออกเดินทางพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวด้วยรถคันเดียว ด้วยพื้นที่กว้างขวางรองรับได้ถึง 11 ที่นั่ง ห้องโดยสารพรีเมียม เทคโนโลยีเทอร์โบไฮบริด และความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน พร้อมสำหรับทุกภารกิจได้อย่างมั่นใจ


จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

  • รถ MPV Hybrid ห้องโดยสาร 11 ที่นั่งพรีเมียมแบบใหม่ที่สานเข้ากับสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนไฮบริด
  • เครื่องยนต์เบนซิน Turbo Hybrid Technology ทำงานเงียบยิ่งขึ้น ปรับให้เหมาะกับตัวถังขนาดใหญ่ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า (มากกว่าใน Santafe) แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ย้ายตำแหน่งเกียร์มาอยู่คอพวงมาลัย
  • แนะนำเทคโนโลยี e-Motion Drive ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์และเครื่องยนต์ ประมวลผล ผ่าน ECU เพื่อให้การควบคุมที่ดีขึ้น เพิ่มความมั่นคงให้ทุกการเลี้ยว และลดแรงสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านเนินเพิ่มสุนทรียภาพและความมันใจให้ทุกเส้นทาง
  • ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเบาะ 11 ที่นั่งพรีเมียม โดยได้รับการออกแบบใหม่ให้นั่งสบายกว่าเดิมพร้อมรองรับการเดินทางของครอบครัวและผู้โดยสารหลายคนอย่างสะดวกสบาย
  • ดีไซน์ภายนอกใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าโฉมใหม่ ไฟหน้า LED แบบ Projector ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่ พร้อมแนะนำสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และประดูท้ายไฟฟ้า Smart Power เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่และหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย AppleCarPlay และ Android Auto
  • Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่มีมากถึง 15 ระบบ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง
  • Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน
  • Hyundai new STARIA Hybrid มีให้เลือก 3 สี ดังนี้ Creamy White, Abyss Black Pearl, และ GalaxyMaroon Pearl

 

 

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

 

  • Hyundai new STARIA Hybrid ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ Premium MPV ด้วยรูปลักษณ์ที่ลาสมัยเรียบหรู และมีเอกลักษณ์ พร้อมรายละเอียดดีไซน์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมในทุกมุมมอง
  • ดีไซน์กันชนหน้าและกระจังหน้าโฉมใหม่
  • กระจกบังลมหน้าและกระจกคู่หน้าแบบ Solar ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่ากระจกทั่วไป
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟหน้า LED โดยรุ่น Modern เป็นแบบ Multi-Reflector และรุ่น Premium เป็นแบบ Projector
  • ไฟท้าย Parametric Pixel LED ดีไซน์เอกลักษณ์ของ Hyundai
  • กระจกหน้าต่าง Flush Glass บนประตูสไลด์ทั้งสองข้าง สามารถเปิดรับลมได้โดยไม่ต้องเปิดประดูสไลด์สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางที่ดีกว่า
  • กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power ทั้งสองด้าน
  • ประตูท้ายไฟฟ้า Smart Power Tailgate
  • รุ่น Premium มาพร้อมหลังคา Dual Wide Sunroof และกระจกคู่หน้าลดเสียงรบกวนแบบ AcousticLaminated การออกแบบภายใน (Interior Design)
  • ภายในของ Hyundai new STARIA Hybrid ถูกออกแบบให้สะท้อนความทันสมัยและความพรีเมียม พร้อม พื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารสไตล์ Modern Premium
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่ LCD ขนาด 12.3 นิ้ว
  • ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Shif-by-Wire (SBW)
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shifter
  • เบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake พร้อม Auto Hold
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ Electro-Chromatic mirror (ECM)

 

 

 

ห้องโดยสาร (Cabin & Comfort)

  • รองรับผู้โดยสารสูงสุด 11 ที่นั่ง
  • ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมระบบด้นหลังไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกควบคุมหน้า-หลัง
  • ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ช่องชาร์จ USB Type-C สูงสุด 7 ตำแหน่ง
  • Wireless Charger สำหรับสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่น Premium)
  • ลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น Premium) (ลำโพงธรรมดา Modren 6 ตำแหน่ง)
  • ฟีเจอร์และเทคโนโลยี (Technology & Safety)
  • หน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว
  • รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto
  • Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน
  • กล้อง Surround View Monitor ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะจอด
  • เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
  • ระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง Tyre pressure monitoring system (TPMS)
  • ระบบสัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจ Immobilizer
  • จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX
  • รุ่น Premium มาพร้อมระบบเสียง BOSE 12 ลำโพง และ Wireless Charger

 

 

ระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go SCC (Smart Cruise Control withStop and Go)
  • ระบบเดือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist)
  • ระบบเดือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT (Forward collision-avoidance Assist with Junction Turning)
  • ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCW (Blind-Spot Collision Warning)
  • ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCA (Blind-Spot Collision-Avoidance Assist)
  • ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist)
  • ระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา BVM (Blind-spot View Monitor)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBA (High Beam Assist)
  • ระบบป้องกันการเปิดประดูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEA (Safe Exit Assist)
  • ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)
  • ระบบเดือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LVDA (Leading Vehicle Departure Alert)
  • ระบบช่วยจำกัดความเร็ว MSLA (Manual Speed Limit Assist)
  • ระบบแจ้งเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง ROA (Rear Occupant Alert)

 

ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่โดดเด่นคือ 

มอเตอร์ควบคุมแรงบิดล้อคู่หน้าขณะเข้าโค้ง

e-Motion Drive ระบบที่ช่วยจัดการแรงขับเคลื่อนล้อคู่หน้าให้ช่วยเข้าโค้งได้ดีขึ้น ลดอาการล้อลื่นไถลในขณะเลี้ยวหรือเข้าโค้ง หรือหักลบฉุกเฉิน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวควบคุมกำลังที่จะส่งไปยังล้อทั้ง 2 ข้าง ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าโค้งได้ง่าย เกาะถนน นุ่มนวลและปลอดภัยขึ้น 

 

เบาะแบบมีปีก

เบาะแถวที่ 2, 3 และ 4 ออกแบบใหม่ เน้นการนุ่งสะดวกสบายมากขึ้นกว่าในรุ่นดีเซล ด้วยการเพิ่มปีกด้านข้าง ผิวสัมผัสต่าง ๆ และวัสดุหุ้มให้โอบกระชับนั่งสบายตัวกว่าเดิม โดยไม่ต้องไปถอดออกแล้วติดตั้งใหม่ โดยเบาะชุดนี้ออกแบบและติดตั้งมาพร้อมกับตัวรถและนำเข้าทั้งคัน ต่างจากเดิมในรุ่นดีเซลที่ประกอบมาเลเซีย และติดตั้งเพิ่มเติมในประเทศไทย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถพับเบาะแบนราบเหมือนรุ่นดีเซล 

 

ความปลอดภัยครบทุกรุ่นไม่ก๊ก

Hyundai SmartSense มีให้ครบทั้งรุ่น Modern และ Pemium รวมถึงกล้องมองภาพจุดอับสายตา กล้องรอบคัน ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCW และระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา แบบไม่กั๊ก 

 

ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink

ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันมีให้ครั้งแรกในไทยที่ใช้งานได้กับรถตู้ Staria มีเฉพาะในรุ่น Hybrid เท่านั้น เป็นแอปพลิเคชั่นสั่งงานผ่านมือถือ สามารถควบคุมการทำงานต่าง ๆ เช่น เปิด-ปิดล็อคระยะไกล ดูสถานะของรถ สั่งเปิดระบบแอร์ เปิด-ปิดกระจก เช็คพิกัดตำแหน่งรถ ตั้งขอบข่ายการใช้งาน แจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นต้น 

 

 

ขุมพลังไฮบริดปรับให้เหมาะกับ Staria 

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร Turbo Hybrid Technology ปรับพละกำลังใหม่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า มากกว่าใน Satafe 232 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า เฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าก็ให้กำลัง 242 แรงม้า และแรงบิดมากถึง 304 นิวตันเมตร หมดกังวลเรื่อง อืด เร่งไม่ออกได้เลย ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากโรงงานเคลมไว้คร่าว ๆ คือ เฉลี่ยทั้งนอกและในเมืองอยู่ที่ 14 กม./ลิตร เฉพาะในเมืองอยู่ที่ 17 กม./ลิตร และนอกเมืองอยู่ที่ 12 กม./ลิตร (ทดสอบในที่เฉพาะของฮุนไดเท่านั้น) จากตัวเลขนี้ Staria Hybrid เหมาะกับการใข้งานในเมืองมาก ๆ ทั้งประหยัดและอัตราเร่งดี เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีแรงบิดมากกว่า แต่รอบเครื่องสูงสุดน้อยกว่า ทำให้ช่วงความเร็วกลางถึงปลายนั้นเบนซินไฮบริดได้เปรียบและทำอัตราเร่งแซงได้กระฉับกระเฉิงกว่า เพราะมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก 

 

 

สรุปความแตกต่างระหว่างรุ่น Modern และ Pemuim 

Hyundai Staria Hybrid ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยเท่ากัน น้ำหนักตัวเท่ากันที่ 2,350 กก. ทางฮุนไดแจ้งว่าเบากว่าในรุ่นดีเซลเล็กน้อย สิ่งที่แตกต่างกันมีดังนี้ 

 

 

 

 

 

Modern เน้นใช้งานไม่สนฟังก์ชั่นมากมายนัก ได้สมรรถนะและความปลอดภัยเท่ากัน ส่วนใครต้องการพรีเมี่ยมมากขึ้น ระบบความบันเทิงเพิ่มขึ้นและการตกแต่งที่หรูหราก็ไปรุ่น Premium 

 

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และมีสิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS ในปีที่ 6 – 7 หรือ 150,000 กม.แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยคุ้มครองเฉพาะระบบเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ ตามรายการอะไหล่ที่กําหนด รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Audi A2 e-tron ไฟฟ้าน้องเล็กวิ่งได้ 400 ไมล์ หรือ 644 กม.

9 กันยายน 2569

CP Foton x SPARK EV ขยายระบบนิเวศสถานีชาร์จรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เตรียมเปิดสถานีชาร์จเพื่อภาคขนส่งกว่า 50 แห่ง

7 กันยายน 2569

Isuzu สานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 47 แก่โรงเรียนบ้านไหล่สูง จังหวัดอุบลฯ

7 กันยายน 2569

Hyundai เตรียมเปิดตัวย new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดแทนที่ดีเซลเดิม

3 กันยายน 2569

Hyundai แคมเปญ “ดาวน์ 0%” สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ต่อแคมเปญ Hyundai Game On, Deal On ถึง 30 ก.ย.นี้

3 กันยายน 2569

RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน ทรงพลังเท่า V8 วิ่งได้ 600 กม. WLTP

3 กันยายน 2569

เปิดตัว All-new Mitsubishi Pajero SUV ตัวจริงในณี่ปุ่นโครงสร้างใหม่ พลัง 2.4 ลิตร 204 แรงม้า 7 โหมดขับขี่

2 กันยายน 2569

ดิลใหม่ระหว่าง Nissan และ Honda ประกาศความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์

1 กันยายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ