Toyota BZ4X AWD รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นท็อปสุดขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบ เทคโนโลยีการขับขี่ X-Mode นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคันราคา 1,649,000 บาท ในตอนนี้น่าใช้หรือไม่...? มีหลายความคิดเห็นว่า BZ4X ราคาสูงเกินไป วิ่งได้น้อย เทคโนโลยีแบตเตอรี่เก่าแล้ว เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ที่อาจได้ทั้งระบบสั่งการจอดด้วยสมาร์ทโฟน, หน้าจอใหญ่โต, แบตฯ แรงดันสูง 800V ขนาดความจุใหญ่วิ่งได้เกิน 500 กม.ขึ้นไป ชาร์จไว้ 300 KW หรืออย่างเช่น ราคานี้ไป Tesla ดีกว่าไหม, MG IM5,6 ได้ระบบเยอะกว่า, แรงกว่าหรูกว่า....


ใช่ครับ เรื่องจริงเลย คุณกำเงิน 1.6 ล้านบาท โดยเน้นความคุ้มค่าที่ต้องจ่านแลกกับรถที่มีระบบเทคโนโลยีมาก ๆ นับว่าคุ้มกับเงินมาก แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งที่หลายท่านอาจมองข้ามไป หรือศึกษาข้อมูลแล้วว่าแบรนด์นั้นให้ความไว้วางใจได้ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าอาจมีหลายแบรนด์ที่มีการบริหารจัดการกับระบบหลังการขายที่ดีมาก ๆ และก็ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่แม้จะจำหน่ายรถยนต์ได้มากมายหรือมีดีลเลอร์แน่น ๆ แต่ก็ยังจัดการระบบหลังบ้านได้ไม่พอกับความต้องการลูกค้า
วัฒนธรรมคนไทยนั้นมักใช้รถยนต์กันยาวนานเปลี่ยนรถไม่บ่อยนักถ้าไม่จำเป็น (ยกเว้นผู้มีอันจะกิน) โดยเฉลี่ย 4 ปี ขึ้นไปต่อคัน บางคนใช้ยาวเกิน 10 ปี ซึ่งในปัจจุบันอาจมีไม่มากนัก หากคุณใช้รถยนต์เกิน 4 - 5 ปีขึ้นไป เริ่มต้องเข้าเซอร์วิส ในตอนนั้น เรื่องศูนย์บริการ อะไหล่ ความเร็วในเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือการเคลมจะดีขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ หากแบรนด์ที่ทำธุรกิจมานานและมีเครือข่ายและศูนย์กระจายอะไหล่ที่ดี ก็น่าจะมั่นใจได้ในระยะยาว แต่ถ้าไม่...ก็ไม่มีใครตอบได้ ครับว่ารถที่ใช้อยู่นั้นจะดูแลรถคุณได้มากน้อยแค่ไหน
ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่เทคโนโลยีล้ำและกำลังขยายสู่อนาคตเพื่อคนไทยมากขึ้น
ก่อนอื่นไม่ได้บอกว่า รถจีน รถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์นั้นนี่ไม่ดี สู้แบรนด์ญี่ปุ่นไม่ แต่จะเน้นว่ารถยนต์ไม่ใช่มือถือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าทั่วไป รถยนต์ต้องมีทั้งความคุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งาน ความปลอดภัย การดูแลรักษาต้องพร้อม และไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในระยะยาว ผมเชื่อว่ารถยนตจากประเทศจีนหลายค่ายเริ่มปรับตัวแล้วครับ เตรียมการเพิ่มเครือข่าย ขยายดีลเลอร์และศูนย์บริการ รวมถึงบางรายก็ตั้งโรงงานและใช้ Lacal Content ในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้นไปอีก

แล้วจะรีวิว BZ4X ทำไม?
BZ4X เป็นรถที่ผมเคยได้ขับมาหลายครั้งแล้วทั้งรุ่น FWD และ AWD ตั้งแต่สมัยยังอยู่ในหัวสื่อมวลชนเดิมก่อนจะอยู่ที่ MassAutoCar และเป็นรุ่นที่ประทับใจมากที่สุด เพราะลักษณะการขับขี่การใช้งานของผมนั้น ชื่นชอบความเรียบง่าย คือ ใช้งานง่าย (เป็นมนุษย์ลุงไปแล้ว) ไม่ชอบปุ่มสั่งงานบางอย่างที่อยู่จอ เพราะใช้ยากและขาดสมาธิในการขับขี่ แสบตาในตอนกลางคืน อย่างการปรับกระจกมองข้าง ปรับช่องแอร์ เปิด-ปิดระบบช่วยเหลือการขับขี่บางระบบที่ต้องใช้ทันทีระหว่างขับขี่ หรือบางรุ่นไม่จดจำค่าต่าง ๆ และระบบช่วยเหลือขับขี่บางระบบทำงานไม่เนียนและยุ่งยาก บางรุ่นต้องโหลดแอปฯ ใช้สมาร์ทโฟนเปิด-ปิด บางรุ่นระบบ Walk Away มีระยะทำงานที่ใกล้เกินไป บางคันใส่ระบบมาเกินจำเป็นแต่ไม่ได้ใช้เลย บางคันขาดระบบที่ควรมี แต่ให้ระบบที่ไม่จำเป็นมาทำไม!!!! สำหรับมนุษย์ลุงอย่างผมนั้น รู้สึกว่าเยอะเกินไปก็ไม่ไหว แทนที่จะเอาเวลาหรือความสนใจในการมองถนน แต่ต้องมางงกับหน้าจอ กว่าชำนาญก็ขับไปหลายวันหลายเดือน



เทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แค่อยู่ในจอมากเกินไป และขึ้นกับความต้องการของแต่ละคนว่าใช้งานจริงได้ตลอดไปนานแค่ไหน หรือมีไว้ดีกว่าไม่มีคุ้มกับราคาที่จ่าย นั่นก็เป็นอีกเรื่อง

สมรรถนะดีแรง นุ่มหนึบ เกาะถนน ขับง่ายเหมือนเดิม ไม่ต้องปรับตัวเยอะ ระบบช่วยขับที่เนียนแบบ Smoothie'
ถ้าคุณชอบที่มีสมรรถนะแรงพอดีดีกำลังจากมอเตอร์คู่ 2 ตัวหน้าหลังรวม 343 แรงม้า แรงบิดรวมกันประมาณ 430 นิวตันเมตร แรงเกินพอใช้งาน และมีการกระจายกำลังไปยังล้อได้ดี แม้จะกระแทกคันเร่งแรง ๆ ระบบป้องการล้อฟรีและควบคุมการทรงตัวเอาอยู่แบบชิว ๆ ระบบช่วงอิสระ 4 ล้อ โช้คอับที่แน่นหนึบและนุ่ม โยนเข้าโค้งแบบเนียน ๆ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ X-MODE ที่ฉลาดและระยะต่ำสุดใต้ท้อง 200 มม. ลุยได้ทุกที่ที่ใต้ท้องไม่ติดและยางเดิม ๆ ไปได้

ผู้ขับขี่ไม่ต้องปรับตัวเยอะมาก การเปิด-ปิดประตู เข้าในรถพร้อมเบาะถอย Welcome Seat ก็มีเหมือนรถหรูทั่วไป เหยียบเบรก กดปุ่มสตาร์ท หมุนเกียร์ที่ใช้งานง่ายมีล็อคแต่ละตำแหน่งไม่งง ไม่หวืด และไม่สับสน สวิตช์เบรกไฟฟ้าอยู่คอนโซลกลาง ปรับกระจกมองข้างอยู่ที่แผงประตูคนขับ เบาะไฟฟ้าคนขับมีระบบจำได้ 3 ตำแหน่ง ใช้ง่ายด้วย แค่กดปุ่ม "SET และ เลขที่ต้องการตั้ง" ไม่ต้องเข้าไปในจอกลาง บนพวงมาลัยมีสวิตช์สั่งงานที่จำเป็นต้องใช้บ่อย ๆ เช่น Adeptive Cruise control ควบคุมเครื่องเสียง แต่สิ่งที่เสียดายคือ ก้านเปิดไฟเลี้ยวอยู่ฝั่งซ้าย ขัดกับความเป็นญี่ปุ่น แต่ด้วยการนำเข้าในเวอร์ชั่นยุโรปทั้งคันเลยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน





ความสะดวกสบายด้วยเบาะเป่าลมเย็น หลังคาพาโนรามิคพร้อมม่านบังแดด ปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้ายขวา ช่องแอร์ด้านหลัง ช่องจ่ายไฟ USB หน้าหลังครบ ระบบเชื่อมต่อ Apple Carplay/Andriod Auto ไร้สาย แท่นชาร์จไร้สาย ที่วางของใต้คอนโซลกลาง และกล่องใต้เท้าแขนแบบเปิดได้ 2 ฝั่ง กระจกมองหลังปรับเป็นกล้องแสดงภาพแทนสายตาได้ คมชัดละเอียด แม้จะไม่มี "ใบปัดฝนหลัง" แต่ก็มองได้ และตัวเบาะหลังที่กว้างนั่งสบาย พื้นที่เหลือในการพักผ่อนระหว่างเดินทาง ฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Hand Free เซ็นเซอร์ฉลาดมากเตะยังไงก็เปิดได้ คงทำการบ้านจาก รุ่นฟอร์จูนเนอร์ก่อน ๆ ที่เปิดยาก
สมรรถนะอัตราเร่งแรงรวดเร็ว แต่มั่นคงไม่ส่าย หน้าไม่ดื้อเพราะขับ 4 ล้อ (รุ่นขับหน้าก็มั่นใจนะ) เวลากระแทกคันเร่ง น้ำหนักคันเร่งจะรู้สึกไม่แตกต่างจากรถสันดาป การผ่อนหรือเติมคันเร่งแต่ละครั้ง นุ่มเนียน ละเอียดมาก ๆ เหมือนขับรถน้ำมัน และระบบแม้จะเบรกจะแข็ง ๆ เท้าหน่อยแต่ก็เบรกได้ดี น้ำหนักพวงมาลัยจะไม่เบาหวิว มีความฝืด ๆ นิด ๆ ให้รู้สึกว่า "นี่กำลังขับรถยนต์อยู่นะ" แต่ไม่หนักควบคุมทิศทางแม่นยำและเป็นธรรมชาตืไม่ต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไป การเข้าโค้งมั่นใจ แถมเกาะถนนทั้งระบบช่วงล่างที่ปรับมาดีและระบบ AWD อีก และวงเลี้ยว 5 เมตรนิด ก็ไม่นับว่ากว้างเกินไป คล่องตัวที่ลีลาการจอดในห้างหรือที่แคบ กลับรถสบาย ๆ เกิน 1 เลนไปแค่เสี้ยวเดียว โดยรวมแล้วเหมือนอยู่ใน Lexus ญาติโตโยต้านี่แหละแค่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า
วิ่งได้น้อย กินไฟ ชาร์จไม่เร็วเท่าใครเค้า
รถยนต์ไฟฟ้าราคาระดับนี้ในปัจจุบันจะมีขนาดแบตฯ ใหญ่โต และแรงดันสูง ๆ 400-800V (ผมว่าจะกี่โวลต์ก็ไม่ติดอะไรนะครับ คันที่ผมใช้งานอยู่โบราณกว่าเยอะ) ซึ่งใน BZ4X AWD ใช้ลิเธียมไอออนขนาด 73.11 KW แรงดัน 348.8V 22 Module 104 Cell แต่เคลมระยะทางวิ่งไว้ที่ 570 กม. NEDC อย่างที่ทราบกันวิ่งจริงไม่ถึงอยู่แล้ว จากการขับขี่จริงจะอยู่แถว ๆ 320(+/-) และบนมาตรวัดจะโชว์ระยะทางวิ่งราว ๆ 400 กว่า ๆ เท่านั้น เมื่อระดับแบตฯ 100%

นี่คือจุดที่หลายคนลังเลว่า รถขับดี แบรนด์แข็งแรง แต่วิ่งได้น้อยจังเมื่อเทียบกับราคานี้ สำหรับผมมองว่า วิ่งได้น้อยกว่าจริง แต่ผมเป็นคนเน้นการขับขี่ที่ดีปลอดภัย มั่นใจ และเน้นใช้รถระยะยาวมั่นใจ นับเป็นเหตุผลที่ ถ้ามีโอกาส ผมซื้อแน่ ๆ แค่ยอมรับว่าราคาสูงเพราะต้องเตรียมการซ่อมบำรุงรักษา สำหรับอะไหล่ ความมั่นใจในระบบและเทคโนโลยีและราคาขายต่อที่ไม่เจ็บตัวเกินไปนัก


นอกจากนี้เทคโนโลยีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่มีใน BZ4X นับดูแล้วไม่ได้น้อยกว่ารถระดับหรือราคาใกล้เคียงกันเลย อาจเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาการออกแบบภายนอกภายในที่มีความอนุรักษ์นิยมแบบ "ญี่ปุ่น" มาก ๆ บวกกับรถยนต์ไฟฟ้าในท้องตลาดมีดีไซน์ที่หวือหวา ลูกเล่นแพรวพราวกว่า จึงทำให้ BZ4X กลายเป็น "จุดอ่อน" เรื่องลูกเล่นของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยไปเลย





ระบบความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่ใช้งานจริงมีครบไม่แพ้ชาวบ้านอย่างเช่น เตือนมุมอับสายด้านข้าง เตือนออกนอกเลน พร้อมดึงกลับ ควบคุมความเร็วแปรผัน ที่ทำงานได้ละเอียดแน่นนุ่มจริง ๆ ไม่กระชาก กล้องรอบคันแบบมีแสดงภาพใต้ท้องโปร่งแสง ระบบความบันเทิงครบครัน ลำโพง JBL คู่ขวัญแบรนด์อีก 9 ตำแหน่ง กระจกขึ้น-ลงอัตโนมัติทั้ง 4 บาน ไฟสร้างบรรยากาศ 64 เฉดสี ระบบที่ชอบมากเวลาขับรถกลางนอกจากกลองแสดงภาพด้านหลังกับกล้องมองรอบคันแล้ว ไฟหน้าแบบ เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ที่เปิดไฟสูงให้เมื่อผ่านที่มืดแบบปรับลำแสงหลบรถสวนทาง หรือ จะเพิ่มแสงในจุดมุมมืด ๆ ข้างทาง โดยไม่รบกวนรถที่สวนทางมาเลย ระบบนี้มักอยู่ในรถยุโรปราคาสูง ๆ

มีระบบช่วยจอด 3 รูปแบบที่เลือกปรับมุมจอดได้และสั่งการจอดในปลายนิ้ว ทำงานแม่นยำและถอยให้แบบทันใจ จนต้องร้อง "เฮ้ย!" ไม่ใช่ความ "ว้าว" แต่มันเสียวมาก ๆ เพราะมันขยับเดินหน้าถอยหลังได้รวดเร็วแทบไม่ต่างจากคนควบคุมเองเลยครับ

ระบบที่มีให้ไม่ได้ใช้หรือไม่เหมาะในไทย!
เรื่องจริงคือ เวลาขับขี่บนถนนประเทศไทยการจราจรวุ่นวายมาก ๆ บางสถานการณ์หรือแทบทุกวันอาจต้องปิดระบบต่าง ๆ ที่ให้มา เช่น เตือนการชนด้านหน้าที่ความเร็วต่ำ เตือนเมือมีรถสวนมาขณะเลี้ยว เตือนออกนอกเลน เพราะแม้ใน BZ4X จะทำงานได้เนียนแค้่ไหน แต่การจราจรเมืองไทยมันน่ากลัวกว่าที่คิด ครับ มีอะไรแว็บ ๆ ตัดหน้า โฉบไปมา ระบบตรวจจับเจอก็เบรกทันที หรือการใช้ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและเตือนออกนอกเลน แค่เบี่ยงหลบฝาท่อระบายน้ำ หลบรถเล็ก-ใหญ่ก็ต้องฝืนพวงมาลัย จนรถส่ายไปมา สรุป "ปิด" และสิ่งที่หลายคนต้องการคือ การจดจำตั้งค่าล่าสุดไว้ด้วย ไม่ต้องคอยเปิดระบบทุกครั้งที่ติดเครื่อง


เรื่องอัตรากินไฟนั้น ผมมองว่าปกติครับ รถที่มีความแรงระดับนี้ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 2 มอเตอร์และล้อโตขนาด 20 นิ้ว ยกสูงอีก ทุกอย่างเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้ใช้ไฟเยอะในการขับขี่ จากที่ใช้งานมาหลายวัน ๆ หลายรูปแบบและทั้งใน-นอกเมืองนั้น เฉลี่ยดีที่สุดที่ 11 kWh/100KM ขับรถติดไหล ๆ หยุด ๆ ในเมืองเป็นกิโล และติดสุด ๆ ส่วนตัวเลขที่กินสุด 18 kWh/100KM วิ่งทางด่วนและมอเตอร์เวย์แช่ความเร็วสูงยาว แต่ถ้าขับขี่ปกติอยู่ราว ๆ 14-15 kWh/100KM ระดับนี้สบายมาก ๆ ยิ่งใครมีที่ชาร์จที่บ้านก็กลับไปเสียบทิ้งไว้ทั้งคืนตื่นมาดึงออกก็เต็มแล้ว ใช้งาน 60-80 ต่อวัน สบาย ๆ ครับ 2-3 วันก็ชาร์จที เว้นแต่จะมีออกนอกเส้นทางก็ชาร์จถี่ขึ้นหน่อย
สิ่งที่ควรปรับปรุง
- ตำแหน่งพวงมาลัยบังจอคนขับ อาจต้องขยับปรับตำแหน่งอะไรก็ตามที่ช่วยให้มองเห็น ส่วนการแก้ใขในตอนนี้คือ ต้องปรับเบาะนั่งขับให้สูงหน่อยและปรับพวงมาลัยลดต่ำลงมา
- ระบบจัดการไฟยังไม่ประหยัดเท่าที่ควร หากสามารถปรับให้มีการจัดการใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนได้ประหยัดกว่านี้ให้ได้อัตรากินไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 11-13 kWh/100KM ในสภาวะขับขี่ปกติ และระยทางขับได้จริง เกิน 450 กม. จะทำให้น่าสนใจและสมกับราคามากขึ้น
- ระบบเสียบชาร์จต้องคอยปลดล็อคประตูทุกครั้งไม่งั้นเสียบไม่แน่น (อาจจะตั้งค่าได้แต่ผมหาไม่เจอ) และต้องล็อคก่อนจึงจะชาร์จได้ เมื่อปลดล็อคจะหยุดชาร์จ (กรณีชาร์จที่บ้าน)

สรุปยังน่าใช้อยู่ไหม?
หากคุณต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องปรับตัวในการขับขี่เยอะ เทคโนโลยี ฟังก์ชั่น งานประกอบญี่ปุ่นทั้งคัน หุ่นแบบยุโรปชอบ สมรรถนะดียกสูงลุยน้ำได้สบาย แบรนด์แข็งแกร่งระดับโลก โชว์รูมศูนย์บริการหลังการขาย อะไหล่สำรองเพียงพอก่อนที่รถจะออกขายอีก ในอนาคตขายต่อง่าย ได้ราคาดีไม่เจ็บหนัก และถ้าไม่สนเรื่องเทคโนโลยีแบตฯ และใช้งานด้วยระยะวิ่งระดับนี้ได้เพียงพอ พร้อมงบประมาณถึง นี่แหละครับคือ คำตอบ สำหรับผม แม้ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ดีสุด แต่ก็ซื้อเพราะ "มั่นใจ" ทั้งรถทั้งหลังบ้านทั้งแบรนด์ สุดท้าย อย่าเชื่อผม! ความต้องการใช้รถของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ
ตัวอย่าง ตารางค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาตามระยะทางครับ สูงสุด 200,000 กม. หรือ 10 ปี

ปล.ปัจจุบันมีแคมเปญราคาพิเศษมาก ๆ สอบถามเพิ่มเติมที่โชว์รูมพร้อมทดลองขับด้วยตัวคุณเองก่อนตัดสินใจ เชื่อว่าได้ลองแล้วต้องติดใจ อยู่ที่รับได้ไหมครับสิ่งที่ผมเล่าให้ฟังครับ