โครงการ T-50 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างเครื่องบินฝึกไอพ่นความเร็วเหนือเสียงที่เกาหลีใต้พัฒนาเอง โดยมีเป้าหมายหลักคือใช้ฝึกนักบินก่อนขึ้นบินเครื่องบินขับไล่จริงอย่าง F-16 และ F-15 แทนเครื่องบินฝึกแบบเก่าที่ใช้อยู่เดิม เช่น T-38 และ A-37 เครื่องบินในตระกูล T-50 โดยเฉพาะรุ่น FA-50 มีรูปทรงและโครงสร้างที่คล้ายกับ KF-16 อย่างเห็นได้ชัด
โครงการนี้เริ่มต้นในปี 1992 ภายใต้ชื่อ KTX-2 แต่ถูกระงับชั่วคราวในปี 1995 เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ภายในปี 1999 แบบพื้นฐานของเครื่องบินก็ถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ เงินทุนหลักมาจากรัฐบาลเกาหลีใต้ 70% ส่วนที่เหลือมาจาก KAI 17% และ Lockheed Martin 13% เครื่องบินได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า T-50 Golden Eagle ในปี 2000 เครื่องบินลำแรกประกอบเสร็จในปี 2001 และบินทดสอบครั้งแรกในปี 2002 โดย KAI และ Lockheed Martin ร่วมกันทำตลาดในระดับโลก
ในปี 2003 กองทัพอากาศเกาหลีใต้สั่งซื้อ T-50 จำนวน 25 ลำ เพื่อรับมอบระหว่างปี 2005-2009 รุ่นแรกติดตั้งเรดาร์ AN/APG-67(v)4 และใช้เครื่องยนต์ F404 ของ General Electric ที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล FADEC
สำหรับประเทศไทย ในปี 2015 รัฐบาลไทยตัดสินใจเลือกเครื่องบินฝึก T-50TH จาก KAI ให้กองทัพอากาศไทย เพื่อทดแทน L-39 Albatros เดิม แผนแรกคือจัดหา 4 ลำ และต่อมาอนุมัติเพิ่มอีก 8 ลำ โดยเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา T-50TH ของกองทัพอากาศไทยได้รับการปรับปรุงเป็นระยะ โดยเฉพาะการพัฒนาในระยะที่ 3 ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถให้ใกล้เคียงเครื่องบินโจมตีเบา TA-50 เช่น การติดตั้งเรดาร์ EL/M-2032 ระบบเตือนเรดาร์ ระบบปล่อยชาฟ-แฟลร์ ดาต้าลิงก์ และรองรับอาวุธอย่าง AGM-65
ในด้านการออกแบบ T-50 มีรูปลักษณ์คล้าย F-16 แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ห้องนักบินรองรับนักบิน 2 นาย นั่งเรียงหน้า-หลัง ตัวเครื่องเป็นแบบปีกกลาง ใช้ระบบควบคุมการบิน fly-by-wire และควบคุมด้วยหลัก HOTAS เหมือนเครื่องบินขับไล่จริง ห้องนักบินติดตั้งจอแสดงผลดิจิทัล 4 จอ พร้อม HUD ระบบนำร่อง INS และ GPS ใช้เครื่องยนต์ General Electric ที่มีถังเชื้อเพลิงภายในและสามารถติดตั้งถังเสริมภายนอกได้ การติดตั้งระบบดาต้าลิงก์ช่วยให้เครื่องบินสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบเรียลไทม์ ทำให้การฝึกบินมีความสมจริงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อาวุธประจำการของ T-50TH มีขีดความสามารถสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน แต่ยังด้อยกว่ารุ่นโจมตีเต็มรูปแบบอย่าง TA-50 Block 20 อาวุธประจำตัวเครื่องประกอบด้วยปืนใหญ่อากาศยาน M61A1 แบบสามลำกล้อง บรรจุกระสุน 205 นัด ด้านอาวุธอากาศสู่อากาศ สามารถใช้งาน AIM-9P และ AIM-9L Sidewinder สำหรับภารกิจโจมตีภาคพื้นดิน รองรับจรวด LAU-3, อาวุธปล่อยนำวิถี AGM-65 Maverick, ระเบิด Mk.82, ระเบิดนำวิถีดาวเทียม GBU-38 JDAM รวมถึงพ็อดชี้เป้า AN/AAQ-33 Sniper ATP
-
ความยาว: 13.14 เมตร
-
ช่วงปีก: 9.45 เมตร
-
ความสูง: 4.94 เมตร
-
พื้นที่ปีก: 23.69 ตารางเมตร
-
น้ำหนักบรรทุกเปล่า: 6,470 กิโลกรัม
-
น้ำหนักการทะยานสูงสุด: 12,300 กิโลกรัม
-
เครื่องยนต์: 1× General Electric F404 afterburning turbofan
-
แรงขับแห้ง 53.07 กิโลนิวตัน
-
แรงขับเผาไหม้ 78.7 กิโลนิวตัน
-
ความเร็วสูงสุด: 1,640 กิโลเมตร/ชั่วโมง (มัค 1.5)
-
พิสัยปฏิบัติการ: 1,851 กิโลเมตร
-
เพดานบิน: 14,630 เมตร
-
อัตราการไต่เพดานบิน: 11,887 เมตร/นาที





ที่มา: https://militaryleak.com/2019/06/05/kai-awarded-contract-to-upgrade-rtaf-t-50/
https://www.asiapacificdefensejournal.com/2019/05/thailamd-awards-t-50th-golden-eagle.html
https://www.israeldefense.co.il/en/node/30326
https://www.koreaaero.com/EN/Business/T50.aspx
https://thaiarmedforces.wordpress.com/2021/07/14/rtaf-finalize-deal-for-last-2-t-50th/
https://thaidefense-news.blogspot.com/2020/10/t-50th.html