EN / TH

Hyundai เตรียมเปิดตัวย new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดแทนที่ดีเซลเดิม

3 กันยายน 2569

Hyundai แคมเปญ “ดาวน์ 0%” สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ต่อแคมเปญ Hyundai Game On, Deal On ถึง 30 ก.ย.นี้

3 กันยายน 2569

RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน ทรงพลังเท่า V8 วิ่งได้ 600 กม. WLTP

3 กันยายน 2569

เปิดตัว All-new Mitsubishi Pajero SUV ตัวจริงในณี่ปุ่นโครงสร้างใหม่ พลัง 2.4 ลิตร 204 แรงม้า 7 โหมดขับขี่

2 กันยายน 2569

ดิลใหม่ระหว่าง Nissan และ Honda ประกาศความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์

1 กันยายน 2569

SUZUKI FRONX ราคาพิเศษเพื่อลูกค้าซูซูกิและครอบครัว GLX และ GLX PLUS เริ่มต้น 649,000 บาท เพียง 499 คัน

1 กันยายน 2569

Tesla Experience Center โชว์รูมแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชลบุรี

1 กันยายน 2569

Lexus ยังคงเครื่องยนต์ V6 NA เพื่อความมันเฉพาะสีเขียว Envious Green เพียง 350 คัน

1 กันยายน 2569

Lexus NX รุ่นปี 2027 ปรับโฉมหน้าใหม่พร้อมปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งในส่วนของโครงสร้างและระบบภายใน

1 กันยายน 2569

MG บุกอินเดียเปิดตัว Hector Tomahawk BEV และ PHEV มีบริการ Battery-as-a-Service เริ่ม 14,600 ดอลลาร์

31 สิงหาคม 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต

31 สิงหาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

เจาะลึกช่วงล่างเบื้องหลังความดุดันบนทุกเส้นทางของ Ford Ranger Raptor

1 มีนาคม 2567| จำนวนผู้เข้าชม 3,522

เจาะลึกช่วงล่างเบื้องหลังความดุดันบนทุกเส้นทางของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

 

สมรรถนะของรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ครองบัลลังก์ด้านการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้อย่างเหนือชั้น เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 เทอร์โบคู่ อันทรงพลังเป็นจุดเด่น แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือ ช่วงล่างที่ช่วยให้คนขับควบคุมรถได้อย่างมั่นใจเมื่ออยู่บนเส้นทางสมบุกสมบัน

 

นอกจากระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนามาโดยเฉพาะให้มีปีกนกอลูมิเนียมน้ำหนักเบาทั้งบนและล่างรวมถึงโช้คหลังที่มีระยะยืดยุบสูงพร้อมวัตต์ลิ้งก์ และแขนเต้นคู่แล้ว ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ในปัจจุบัน ยังติดตั้งโช้คอัพ FOX ที่มีเทคโนโลยีแบบไลฟ์ วาล์ว ออกแบบมาเพื่อคนรักการผจญภัย โดยที่แรงสั่นสะเทือนจะไม่สร้างความเสียหายให้กับแชสซีของรถ

 

“การเปลี่ยนโช้คอัพเดิมให้เป็นแบบไลฟ์ วาล์วแบบกึ่งแอคทีฟ นับเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ เพิ่มขีดความสามารถของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” แมตต์ เกอร์แลค วิศวกรอาวุโส ฝ่ายพัฒนาพลศาสตร์ยานยนต์ของฟอร์ด กล่าว

 

ในฐานะผู้ดูแลการพัฒนาช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ นายแมตต์ให้ข้อมูลว่า “ทีมออกแบบบอกเราว่าสุดยอดรถกระบะคันนี้จะตะลุยเส้นทางสมบุกสมบันได้ด้วยความเร็วสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า และนั่นหมายความว่าแชสซีจะรองรับการกระแทกได้มากขึ้น”

 

“ขณะเดียวกัน โช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว ยังลดแรงสั่นสะเทือนของแชสซีได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วระดับเดียวกัน รถคันนี้จึงนับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานรถกระบะขึ้นไปอีกขั้น” นายแมตต์ พูดเสริม

 

 

อีกขั้นของการควบคุม 

ภายในกระบอกโช้คอัพ FOX ประกอบไปด้วยช่องบายพาสซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันที่มีความลื่นเป็นพิเศษด้วยส่วนผสมของเทฟลอน™  ไหลผ่านภายในและภายนอกของลูกสูบและไหลกลับออกมาทางช่องบายพาส โดยวิศวกรของฟอร์ด และ FOX เองเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างที่พิถีพิถันของ ride zone ภายในกระบอกโช้คนี้

 

“Ride zone เป็นกลไกที่ทำให้โช้คสร้างแรงต้านในบริเวณที่มีการสั่นสะเทือน ช่วยให้คุณนั่งรถได้สบายบนทางราบ และยังช่วยซึมซับแรงกระแทกได้ทีบนเส้นทางที่สมบุกสมบันมากขึ้น” นายแมตต์ กล่าว

 

“พวกเราทำงานอย่างหนักและใช้เวลานานกว่าจะวางตำแหน่งโซนต่างๆ ของโช้คอย่างแม่นยำเพื่อให้รถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ปรับการทำงานของช่วงล่างตามสภาพพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อการสั่งการของผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

 

‘โหมดปกติ’จะอาศัยการทำงานของโช้คอัพจากฟังก์ชันของระบบไลฟ์ วาล์วเพียงเล็กน้อย “เราต้องการรักษา ‘ความนุ่มสบายราวกับพรม’ ที่ลูกค้าประทับใจจากฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นแรกเอาไว้ โช้คอัพจึงทำงานในโหมดนี้แบบพาสซีฟเป็นส่วนใหญ่แต่หากใช้ ‘โหมดสปอร์ต’ โช้คอัพจะทำงานหนักขึ้นผ่านระบบไลฟ์ วาล์ว เพื่อให้รถยึดเกาะถนนได้ดีเมื่อเข้าโค้ง

 

“บนถนนที่ไม่คดเคี้ยวมากนัก ระบบช่วงล่างก็จะตอบสนองด้วยการสร้าง แรงต้านเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเส้นทางเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้น ระบบจะทำงานแบบแอคทีฟมากขึ้นทันที สมรรถนะของระบบที่ปรับจูนช่วงล่างได้ภายในเสี้ยววินาทีนี้เองสะท้อนให้เห็นความเป็นรถสมรรถนะสูงที่ตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด”

 

เซ็นเซอร์รอบรถจะทำหน้าที่วัดการหมุนพวงมาลัย แรงเหยียบบนคันเร่ง แรงเบรก การเร่งของแชสซี ความเร็วรอบ และระยะห่างตัวถังจากพื้นถนน รวมกันมากถึง 500 ครั้งต่อวินาที โดยระบบไลฟ์ วาล์ว จะวางแผน วิเคราะห์ และอ้างอิงชุดข้อมูลอัลกอริทึมต่างๆ จากนั้นจึง ‘คาดการณ์และเตรียมพร้อม’ ให้รถตอบสนองต่อการขับขี่ตามรูปแบบที่ผู้ขับเลือก และตามสภาพเส้นทางที่ต้องเผชิญ 

 

“โดยทั่วไปแล้ว ในการปรับแต่งระบบช่วงล่าง เราต้องเลือกว่าจะให้รถขับได้สบายบนทางเรียบ หรือรับแรงกระแทกได้ดีบนเส้นทางออฟโรด และยังต้องเลือกระหว่างความสามารถในการยึดเกาะถนน กับความสบายภายในห้องโดยสาร” แมตต์ กล่าว “แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ทลายกำแพงข้อจำกัดที่เคยมี โดยระบบไลฟ์ วาล์ว แบบกึ่งแอคทีฟ คือตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้รถตอบสนองทุกสภาพถนนได้อย่างดีเยี่ยมแบบเรียลไทม์”

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 กรกฏาคม 2569

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 ผลิตไม่ถึง 6,000 คัน

20 กรกฏาคม 2569

บทสัมภาษณ์ ทีมพัฒนา Mitsubishi PAJARO

19 กรกฏาคม 2569

ลองขับ Nissan Kicks SV ใหม่ จากใจลูกค้า GEN 2

14 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ