EN / TH

เติมน้ำมัน 1 ลิตร เสียค่าอะไรไปบ้าง? พาส่องโครงสร้างราคาน้ำมันประเทศไทย

19 มิถุนายน 2569

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ในจีน ทำกำไรไตรมาสแรก สูงกว่าค่ายรถจีนเจ้าใหญ่รวมกัน 7 ค่าย

19 มิถุนายน 2569

ชมตำนาน Range Rover รุ่นแรกสู่รุ่นปัจจุบันในงาน “Range Rover Heritage Showcase” ระหว่างวันที่ 19 – 30 มิถุนายน

18 มิถุนายน 2569

MG URBAN 3 รุ่นย่อยเลือกคันไหนดี

18 มิถุนายน 2569

All-New Nissan Kicks e-POWER เปิดตัวในญี่ปุ่น มาพร้อมระบบ e-4ORCE เป็นครั้งแรก

17 มิถุนายน 2569

เปิดตัว 2027 CHEVROLET SILVERADO 1500 เครื่องยนต์ V8 เจนใหม่ ภายในปรับดีไซน์

17 มิถุนายน 2569

เปิดราคา MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตไทย เคลมวิ่ง 435-530 กม. NEDC ราคา 529,900-709,900 บาท

17 มิถุนายน 2569

ข้อมูล HONGQI E-HS9 เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรูแดนมังกร ช่วงล่างถุงลม วิ่งไกล 760 กม. CLTC

17 มิถุนายน 2569

FORTHING FRIDAY REEV เครื่องยนต์ปั่นไฟ เคลมระยะวิ่งทั้งระบบสูงสุด 1,100 กม ราคา 789,900-859,900 บาท

16 มิถุนายน 2569

FORTHING FRIDAY EV เอสยูวีไฟฟ้า แบต LFP 64.4 kWh ระยะทางวิ่ง 480 กม NEDC 699,900-789,900 บาท

16 มิถุนายน 2569

รอมานาน ORA 7 ผลิตโดย BMW หลังจากร่วมมือกันสร้าง MINI ไฟฟ้า

16 มิถุนายน 2569

กระบะไฟฟ้าแพลตฟอร์ม Universal EV ของ FORD ถูกพบเจอพรางตัววิ่งทดสอบ

12 มิถุนายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

เช็ครถก่อนเดินทาง ง่ายๆ ฉบับมือใหม่

7 เมษายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,077

 

การเดินทางช่วงเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าใกล้หรือไกล รถยนต์ที่ใช้จะต้องมีความพร้อมในการเดินทาง และผู้ใช้รถเองก็ควรจะตรวจเช็ครถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด ในบทความนี้จะมาแนะนำการตรวจเช็คเบื้องต้นง่าย ๆ ฉบับ "มือใหม่" ใครก็เช็คได้ เพื่อให้รถยนต์ของคุณอยู่ในสภาพที่ดีก่อนที่จะจอด "กินข้าวลิง" หรือ "จอดเสียบนถนน" จนต้องเรียกรถสไลด์!

 

 

เดินวนรอบรถ

  • เดินวน...การตรวจสอบความผิดปกติด้วยสายตา หรือ ความผิดปกติรอบ ๆ รถ ด้วยการเดินวนดูรอบ ๆ คัน ว่า สิ่งใดที่มันแปลก ๆ ไป เช่น ยางอ่อน/แบน หรือไม่ มีคราบน้ำหรือน้ำมันหรืออาจจะเป็นของเหลว "ที่หยด" ลงพื้น ของเหลวมีสีหรือลักษณะใด ข้น เหนียวหรือมีกลิ่นเหมือนน้ำมันหล่อลื่น, น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ 
  • ดมกลิ่น...ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม หากมีกลิ่นแปลกหรือมีความแรงจนเตะจมูกอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลิ่นก็อาจการส่งสัญญาณเตือนว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปใรถของคุณก็ได้
  • ฟังเสียง...ในกรณีสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว ให้ลองฟังเสียงใต้ฝากระโปรงว่ามีอะไรที่ดังแปลก ๆ เช่น เสียงเหล็กกระทบกัน, เสียงพัดลมไฟฟ้าหมุน/ไม่หมุน, เสียงสายพานที่ดัง "อี๊ด ๆ " หรือเสียงเหมือน "หนูร้อง" นั่นอาจเกิดความผิดปกติได้
  • ระบบไฟรอบคัน...ติดครบทุกดวงหรือไม่ ไฟหน้า, ไฟหรี่, ไฟเบรก, ไฟเลี้ยว (ติดแล้วอย่าลืมเปิดใช้งาน), ไฟถอยหลัง และไฟส่องป้ายทะเบียน  ต้องติดครบและมองได้ชัดเจน
  • ภาษีประจำปี/พรบ.หรือประกันภัย...รถยนต์จำเป็นต้องต่อทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึง พรบ. ด้วย และถ้าสามารถทำประกันภัยภาคสมัครใจชั้น 1, 2 หรือ 3 ได้ ยิ่งดีครับ

 

 

  • ยางต้องดี...ดอกยางต้องเหลือเยอะ ดูว่ามีหนา ๆ เป็นก้อน ๆ หรือไม่และความลึกของร่องดอกยางไม่ควรน้อยกว่า 5 มม. หรืออาจจะเอาเหรียญบาทมาลองวัดดูให้จมร่องยางไปเกือบครึ่งก็ได้ และลองใช้เล็บ "จิก" เนื้อยางว่ายังนิ่มหรือไม่พร้อมกับสังเกตุด้วยว่ามีการ "แตกลายงา" หรือเปล่า
  • ระบบเบรกต้องเอาอยู่...มองที่จานเบรกว่ามีร่อยรอยขุดขีดหรือเป็นเส้น ๆ หรือไม่ และถ้าทำได้ให้มองตัวผ้าเบรกที่อยู่ด้านในว่ามีความหนาหรือไม่ (อันนี้อาจต้องรู้จักตัวผ้าเบรกก่อน) 

 

 

เปิดฝากระโปรงกัน

 

 

เปิดฝากระโปรงสักหน่อยดูว่ามีอะไรที่ไม่เรียบร้อยบ้างและอย่างน้อย ๆ ก็ ยังสามารถตรวจเช็คระดับของเหลวเบื้องต้นได้ครับ อย่างแรกคือ ดึงสวิตช์เปิดฝากระโปรงก่อนเลย ซึ่งรถยนต์ทั่วไปจะอยู่ฝั่งคนขับ จะมีไม่กี่แบรนด์ที่อยู่ฝั่งซ้าย (คนนั่ง) และบางรุ่นจะต้องดึง 2 ครั้งต่อกันเป็น

 

 

เมื่อเปิดฝากระโปรงแล้วจะเห็นอะไรยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ต้องตกใจนะครับ หากรถคุณยังอยู่ในระยะประกันฯ หรือถ้าไม่มีมีความรู้เรื่องรถมากนัก ให้ดูเพียงที่เติม "น้ำฉีดกระจก" ฝาสีฟ้า ๆ หรือบางรุ่นสีเทา ๆ เท่านั้น เพื่อเติมเวลากระจกเป็นคราบให้กดฉีดล้างกระจกบานหน้าได้ โดยน้ำที่เติมควรเป็น "น้ำยาล้างกระจก" จะดีที่สุด เพราะจะไม่ทิ้งคราบขาว ๆ หลังจากแห้งแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกใช้น้ำยาเฉพาะก็สามารถเติมน้ำเปล่าได้เช่นกันนะครับ

 

สำหรับฝาปิดสีดำนั้น ไม่จำเป็นไม่ควรเปิดเล่นนะครับ เพราะเป็นระบบของเหลวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครื่องยนต์ เบรก หรือ น้ำระบบหม้อน้ำ ที่คุณอาจปิดไม่สนิทส่งผลอันตรายต่อเครื่องยนต์ได้ ให้เพียงสังเกตุที่ฝาของแต่ละกระบอกว่า มีรอยรั่วซึมหรือไม่ก็พอครับ หากมีคราบซึมออกมา ให้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการทันทีครับ 

 

ระบบแบตเตอรี่ 12V บางรุ่นอาจพอดูได้จาก "ตาแมว" หรือ ช่องกลมใส ๆ ด้านบน ซึ่งจะมีสัญลักษณ์บอกสถานะสีต่าง ๆ เอาไว้ เช่น สีฟ้าหรือเขียว-ปกติ, สีแดง-ควรเติมน้ำกลั่น/ไฟเหลือเหลือน้อย และสีขาว-ไฟหมด เป็นต้น นอกจากนี้ในรถบางรุ่นแบตฯ 12V อาจไปอยู่ที่ส่วนท้ายรถก็ได้ 

 

 

สุดท้ายเมื่อเริ่มออกรถหรือรถเคลื่อนที่ไปแล้ว ให้สังเกตุความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เสียงล้อหรือยางดัง ขณะรถวิ่ง, เสียงเบรกเสียดสีกับจานเบรก, เสียงระบบช่วงล่าง ตกหลุมดัง/เลี้ยวดัง-แก๊ก ๆ เป็นต้น หากพบให้รีบนำรถเข้าศูนย์หรือสถานบริการที่น่าเชื่อถือทันทีครับ

 

เอาหละผมว่าการตรวจเช็ครถเบื้องต้นด้วยตัวเองนั้น ไม่ใช้เรื่องใหม่หรือไกลตัวเลย ผู้ขับขี่รถจำเป็นจะต้องมีความสนใจและตรวจสอบสภาพของรถยนต์ที่ใช้งานให้อยู่ในความพร้อมเสมอ เพื่อให้เดินทางได้อย่างปลอดภัยครับ 

 

"การตรวจเช็ครถ-ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป หากคุณใส่ใจสักนิด จะปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณและผู้ร่วมใช้ถนนทุกคนครับ"

 

 

บทความโดย: สินธนุ จำปีศรี


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

เติมน้ำมัน 1 ลิตร เสียค่าอะไรไปบ้าง? พาส่องโครงสร้างราคาน้ำมันประเทศไทย

19 มิถุนายน 2569

รอมานาน ORA 7 ผลิตโดย BMW หลังจากร่วมมือกันสร้าง MINI ไฟฟ้า

16 มิถุนายน 2569

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 มิถุนายน 2569

CEO Lamborghini อดใจไม่ไหวขอแซว Ferrari Luce

29 พฤษภาคม 2569

BYD Sealion 5 DM-i EV Mode ผ่ากลางเมืองรถติดสุดพีคระยะทางกว่า 50 กม.ได้เท่าไหร่?

26 พฤษภาคม 2569

Ford Ranger XLS 2026 เครื่องใหม่โซ่ไทม์มิ่ง เกียร์ 10 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 13 กม./ลิตร ค่าตัว 939,000 บาท

21 พฤษภาคม 2569

Wuling Starlight Darion EV MPV ราคาอีโค่ ดีที่ออปชั่นแต่ต้องปรับปรุงหลายอย่าง

15 พฤษภาคม 2569

เปรียบเทียบ เจาะลึก ระหว่าง นโยบาย รถยนต์คันแรก VS EV 3.0/3.5 ประโยชน์ที่ประเทศได้ กับความเสี่ยงที่ไทยเจอ

13 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ