Toyota ได้เผยแพร่วิดีโออย่างเป็นทางการ พาเจาะลึกรายละเอียดของ Land Cruiser 70 Series รุ่นฐานล้อสั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวถังที่หาชมได้ยากที่สุด
ในวิดีโอดังกล่าว Takamoto Miura นักแข่ง Toyota Racing W2RC และ Dakar Rally พร้อมด้วย Masaya Uchiyama หัวหน้าวิศวกรโครงการ Land Cruiser ได้พาชมรถ SWB ทั้ง 3 รูปแบบอย่างละเอียด
คันแรกเป็นรุ่น Hardtop Narrow Body สีดำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ มาพร้อมล้อเหล็ก สนอร์เกิล กระจกมือหมุน และห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุไวนิลที่เน้นความทนทาน
ส่วนคันที่สองเป็นรุ่น Hardtop Wide Body ตกแต่งด้วยสีทราย พร้อมโป่งล้อ กระจกไฟฟ้า และห้องโดยสารที่ยกระดับความสะดวกสบายด้วยเบาะหนังผสมวัสดุคล้ายหนังกลับ รวมถึงหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์
ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ รุ่นเปิดประทุน ที่มาพร้อมกระจกบังลมหน้าซึ่งสามารถปลดล็อกและพับราบลงบนฝากระโปรงหน้าได้ โดย Uchiyama อธิบายว่าฟังก์ชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ เพราะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเหวี่ยงบ่วงเชือก จับวัวจากบนรถได้สะดวกขณะรถกำลังเคลื่อนที่ นอกจากนี้ รุ่นเปิดประทุนยังติดตั้งโครงป้องกันการพลิกคว่ำ (Roll-over Protection Structure) และเบาะนั่งด้านข้างบริเวณท้ายรถ รองรับผู้โดยสารรวม 6-7 คน
Land Cruiser 70 SWB ถือเป็นตัวถังที่มีการผลิตน้อยที่สุดในตระกูล แต่กลับได้รับความนิยมในกลุ่มหน่วยงานราชการและภาคเกษตรกรรม เนื่องจากมีระยะฐานล้อเพียง 2,310 มม. ส่งผลให้มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่แคบหรือเส้นทางทุรกันดาร
เช่นเดียวกับ Land Cruiser 70 รุ่นอื่น ๆ เวอร์ชัน SWB ยังคงใช้โครงสร้าง แชสซีส์แบบ Ladder Frame พร้อมเพลาแข็งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบคอยล์สปริง และด้านหลังแบบแหนบ เพื่อรองรับงานบรรทุกและการใช้งานออฟโรดอย่างเต็มรูปแบบ
ด้านขุมพลังจะแตกต่างกันตามแต่ละตลาด โดยมีเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ความจุ 4.2 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ ให้กำลัง 131 แรงม้า จับคู่เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขณะที่อีกทางเลือกคือเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 4.0 ลิตร ให้กำลัง 231 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
Uchiyama เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประมาณ 90% ของกำลังการผลิต Land Cruiser 70 SWB ถูกส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ส่วนอีก 10% ส่งไปยังบางประเทศในอเมริกาใต้และเอเชีย ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นยังไม่มีแผนนำรุ่นฐานล้อสั้นกลับมาจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ แม้ตัวเขาเองจะชื่นชอบสัดส่วนตัวถังแบบกะทัดรัดของรุ่นนี้ และหวังว่าจะได้เห็นการทำตลาดในประเทศบ้านเกิดอีกครั้งในอนาคต
สำหรับราคาจำหน่ายในดูไบ Land Cruiser 70 Hardtop SWB 3 ประตู เริ่มต้นที่ 177,900 เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ประมาณ 1,626,000 บาท) ซึ่งมีราคาถูกกว่ารุ่นตัวถัง 5 ประตูที่มีสเปกใกล้เคียงกันอยู่ 10,000 เดอร์แฮม (ประมาณ 91,000 บาท) โดยในบางประเทศตะวันออกกลาง Toyota จะจำหน่ายเฉพาะรุ่น SUV 5 ประตู รวมถึงรุ่นกระบะตอนเดียวและดับเบิลแค็บของ Land Cruiser 70 Series เท่านั้น





















ที่มา: Carscoops