มาซาฮิโระ โมโร (Masahiro Moro) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Mazda ยืนยันว่า MX-5 เจเนอเรชั่นใหม่ รหัส NE กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้รองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า พร้อมตั้งเป้ารักษาจุดเด่นด้านน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรดสเตอร์รุ่นนี้มาโดยตลอด
"รถรุ่นสืบทอดจะต้องพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปอีกต่อไป ความท้าทายของเราคือการทำให้โครงสร้างพื้นฐานของรถมีน้ำหนักเบาลง โดยไม่ต้องใช้วัสดุราคาแพงอย่างคาร์บอนไฟเบอร์" มาซาฮิโระ โมโร กล่าว
แทนที่จะพึ่งวัสดุน้ำหนักเบาราคาสูงอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ Mazda เลือกให้ทีมวิศวกรมุ่งพัฒนาโครงสร้างด้วยวัสดุทั่วไป แต่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายของบริษัทคือให้น้ำหนักตัวรถอยู่ในช่วง ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ไปจนถึงไม่เกิน 1,200 กิโลกรัม หากทำสำเร็จ MX-5 เวอร์ชั่นไฟฟ้าจะมีน้ำหนักใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบัน โดย MX-5 รุ่นปี 2026 (ND) สเปกยุโรป มีน้ำหนักเพียง 1,003 กิโลกรัม (ไม่รวมผู้ขับ) คาดว่าดีไซน์ของ MX-5 ใหม่จะได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ Mazda Iconic SP Concept
แม้ Mazda จะพัฒนาเวอร์ชันไฟฟ้า แต่บริษัทไม่ได้ทิ้งเครื่องยนต์สันดาป โดย MX-5 รุ่นใหม่ยังมีแนวโน้มใช้เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-Z ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ รุ่นใหม่ของบริษัท
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มระบบ Hybrid หากสามารถรักษาน้ำหนักรถให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้ ซึ่งคาดว่ากำลังสูงสุดอาจเพิ่มเป็นประมาณ 220 แรงม้า (223 PS)
อย่างไรก็ตาม Mazda ยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะจัดวางทางเลือกทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และไฟฟ้าอย่างไร โดยคาดว่า MX-5 เจเนอเรชันใหม่จะเปิดตัวไม่เร็วกว่าปี 2028 หลังจากที่ MX-5 รหัส ND ทำตลาดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2015
นอกจาก MX-5 แล้ว มาซาฮิโระ โมโร ยังเปิดเผยว่า Mazda ต้องการพัฒนารถสปอร์ตระดับเรือธงเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ "ผมต้องการรถ Hero Car สำหรับ Mazda รถสปอร์ตเรือธงที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ" เขากล่าว
มาซาฮิโระ โมโร ระบุว่า MX-5 จะยังคงเป็นรถสปอร์ตสำหรับผู้ที่ต้องการความสนุกในราคาที่เข้าถึงได้ แต่เชื่อว่า Mazda ยังขาดรถสปอร์ตระดับสูงที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์
![]()
![]()
ที่มา: Carscoops