EN / TH

SUZUKI XL7 รุ่น Facelift เปิดตัวในอินโดนีเซีย จอกลาง 9 นิ้ว กล้อง 360 ระบบ TPMS

30 กรกฏาคม 2569

TOYOTA VELOZ HYBRID โชว์ตัวจริงในงาน GIIAS 2026 ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ตลาดอินโด ราคาราว 566,000-727,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

HONDA กำลังพิจารณาสร้าง ACCORD SUV เพื่อแข่งกับ Subaru Outback เน้นตลาดอเมริกา

30 กรกฏาคม 2569

BYD RACCO EV เปิดตัวในญี่ปุ่น Kei Car ไฟฟ้า 64 แรงม้า ระยะทาง 210-320 กม. WLTC เริ่มต้นราว 439,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

CEO MAZDA ยืนยัน MX-5 ใหม่จะมีขุมพลังไฟฟ้า พร้อมเผย ยังต้องการสร้างรถสปอร์ตระดับสูงกว่า MX-5

30 กรกฏาคม 2569

2028 The new GLA SUV เริ่มรุ่นต้นยกเทคโนโลยี CLA มาทั้งระบบพร้อม 2 ทางเลือก Hybrid และ BEV

30 กรกฏาคม 2569

GWM TANK 500 จะมาพร้อมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 231 PS แรงบิด 620 NM ในออสเตรเลีย

30 กรกฏาคม 2569

สื่อญี่ปุ่นเผย All-New MITSUBISHI PAJERO จะเปิดตัวแบบ World Premiere ในวันที่ 2 กันยายน

29 กรกฏาคม 2569

TOYOTA เปิดตัวสีใหม่ไลน์อัพ TRD PRO สำหรับปี 2027 สีเหลืองส้ม HoneyComb และ Hot Honey

29 กรกฏาคม 2569

สื่อญี่ปุ่นรายงาน TOYOTA เตรียมเปิดตัว PROBOX เจเนอเรชั่นใหม่ ปี 2028 แพลตฟอร์ม TNGA

28 กรกฏาคม 2569

เปิดราคาตลาดออสซี่ Volkswagen Amarok W600 กระบะตัวท๊อปเน้นทางดำ ช่วงล่าง Koni ราว 2,157,000 บาท

28 กรกฏาคม 2569

2026 Toyota Land Cruiser 70 SWB รุ่นฐานล้อสั้น ไฮไลท์ตัวถังเปิดประทุน ตลาดตะวันออกกลาง

27 กรกฏาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

2028 The new GLA SUV เริ่มรุ่นต้นยกเทคโนโลยี CLA มาทั้งระบบพร้อม 2 ทางเลือก Hybrid และ BEV

30 กรกฏาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 39

Mercedes-benz ได้เปิดตัว GLA รุ่นใหม่ 2028 ที่มาพร้อมทางเลือกขุมพลังทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและไฮบริด โดยรุ่นไฟฟ้าล้วนจะออกวางจำหน่ายก่อน ซึ่งรุ่นท็อปสุดมาพร้อมพละกำลัง 349 แรงม้า และมีระยะทางวิ่งไกลถึง 643 กม. และมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูหรูหราขึ้นและห้องโดยสารที่อัดแน่นไปด้วยหน้าจอแสดงผลต่าง ๆ และจุดเด่นหลายอย่างมาจาก CLA 250 ที่จำหน่ายในไทยยอดจองเกินคาดในตอนนี้ 

 

 

Mercedes-benz เตรียมเปิดตัว GLA รุ่นใหม่ที่ดีไซน์โดดเด่นมากขึ้น อาจถูกใจและไม่ถูกใจหลายคนบ้าง แต่ในเรื่องเทคโยโลยีนั้น ปฎิเสธไม่ลงแน่นอน และมาพร้อม 2 ทางเลือกขุมพลังไฟฟ้าล้วน 100% และไฮบริด โดยจะเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อในยุโรปตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ส่วนกำหนดการเปิดตัวในสหรัฐอเมริกานั้นวางไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2027  

 

 

 

 

 

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าด้วยไฟหน้า LED แบบมาตรฐานที่โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปดาวชุบโครเมียม ส่วนในรุ่นที่ติดตั้งไฟหน้า Multibeam LED (อุปกรณ์เสริม) ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน (Daytime Running Lights) จะได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเป็นรูปดาว หลังคาและตัวถังที่ดูเพรียวบาง มือจับประตูแบบเรียบเนียนไปกับตัวรถ และชิ้นส่วนตกแต่งขอบตัวถัง (cladding) ที่โดดเด่นชัดเจน องค์ประกอบเหล่านี้ผสานเข้ากับซุ้มล้อหลังที่ดูบึกบึนและล้ออัลลอยขนาด 18 ถึง 20 นิ้ว ด้านท้ายรถย้ายตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียนจากฝาท้ายลงมาไว้ที่กันชน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟเรียวบาง

 

 

 

 

รูปลักษณ์ภายนอกอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย โดยจะมีให้เลือกทั้งแพ็กเกจ AMG Line, AMG Line Plus และ Night Edition สำหรับรุ่น Night Edition นั้นจะมาพร้อมตัวถังสีดำ Cosmos Black Magno ตัดกับรายละเอียดตกแต่งสีดำเงาและล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตแบบทูโทน แผ่นครอบธรณีประตูแบบมีไฟส่องสว่าง และการตกแต่งด้วยโทนสี Dark Shadow ในด้านมิติขนาด GLA รุ่นปรับโฉมใหม่นี้มีความยาว 4,565 มม.ความกว้าง 1,873 มม. และความสูง 1,604 มม. โดยมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,790 มม. ซึ่งหมายความว่ารถรุ่นนี้มีความยาวเพิ่มขึ้น 155 มม. และมีระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังเพิ่มขึ้นอีก 61 มม.

 

 

 

 

 

 

ห้องโดยสารส่วนใหญ่ยกดีไซน์มาจากรุ่น CLA ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อจะได้พบกับหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว และพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยลวดลายรูปดาว พื้นที่ว่างดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจถึงความประหยัดงบของผู้ซื้อ และเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกออปชันเสริมอย่าง MBUX Superscreen ซึ่งจะเพิ่มหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14 นิ้วเข้ามา โดยรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ มากกว่า 40 แอป รวมถึง Disney+ และ YouTube ในส่วนของออปชันเสริมอื่นๆ Mercedes ยังมีหลังคาพาโนรามิกแบบ Sky Control ที่สามารถปรับเปลี่ยนความโปร่งแสงจากใสเป็นทึบได้ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester 3D พร้อมลำโพง 16 ตัวให้เลือกติดตั้งได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

ด้วยขนาดตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้น ผู้โดยสารจึงสัมผัสได้ถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมีพื้นที่วางขาด้านหน้าเพิ่มขึ้น 0.3 นิ้ว (7 มม.) และเบาะหลังมีพื้นที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1.5 นิ้ว (38 มม.) นอกจากนี้ Mercedes ยังระบุด้วยว่าพื้นที่เหนือศีรษะสำหรับเบาะหลังนั้นเพิ่มขึ้นอีก 0.9 นิ้ว (24 มม.)

 

ในด้านพื้นที่ใช้สอย พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 14.5 ลูกบาศก์ฟุต (410 ลิตร) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.5 ลูกบาศก์ฟุต (70 ลิตร) โดยสามารถขยายความจุได้สูงสุดถึง 49.4 ลูกบาศก์ฟุต (1,400 ลิตร) ด้วยการพับเบาะหลังลง นอกจากนี้ ในรุ่นขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ายังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (frunk) ขนาด 3.8 ลูกบาศก์ฟุต (107 ลิตร) อีกด้วย

 

ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า BEV

Mercedes ปรับโฉมรถครอสโอเวอร์รุ่นเริ่มต้นอย่าง GLA ใหม่ โดยมาพร้อมทางเลือกขุมพลังทั้งแบบไฮบริดและไฟฟ้าล้วน

สำหรับรุ่น GLA 200 Electric ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัวในกลุ่มนี้ จะมาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งบริเวณเพลาล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้า (165 กิโลวัตต์ / 224 แรงม้าแบบ PS) และแรงบิดสูงสุด 247 ปอนด์-ฟุต (335 นิวตันเมตร) ขุมพลังดังกล่าวช่วยให้รถครอสโอเวอร์รุ่นนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 8.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กม./ชม. นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถคาดหวังระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ที่ 394 – 447 กิโลเมตร ระบบรองรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) กำลังไฟ 200 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟจากระดับ 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที หรือหากต้องการความรวดเร็วยิ่งขึ้น การชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 165 กิโลเมตร

 

รุ่นกลางอย่าง GLA 250+ Electric มาพร้อมมอเตอร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยให้กำลังสูงสุด 268 แรงม้า (200 กิโลวัตต์ / 272 แรงม้าแบบ PS) และแรงบิด 247 ปอนด์-ฟุต (335 นิวตันเมตร) ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้รถครอสโอเวอร์รุ่นดังกล่าวสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 7.3 วินาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดยังคงเดิมอยู่ที่ 210 กม./ชม. นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังจะได้พบกับแบตเตอรี่ NMC ขนาด 85 kWh ที่มีความจุสูงขึ้น ซึ่งมอบระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 359 – 408 ไมล์ (577 – 657 กม.) อีกทั้งยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) ที่ได้รับการอัปเกรดให้รองรับกำลังไฟสูงสุด 320 kW ทำให้สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 168 ไมล์ (270 กม.) ภายในเวลาเพียง 10 นาที

 

รุ่นท็อปสุดในไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้าคือ GLA 350 4MATIC Electric ซึ่งมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ให้กำลังรวมสูงสุด 349 แรงม้า (260 กิโลวัตต์ / 354 แรงม้าแบบ PS) และแรงบิด 380 ปอนด์-ฟุต (515 นิวตันเมตร) รถรุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 5.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กม./ชม. (130 ไมล์/ชม.) ในขณะที่ระยะทางขับขี่สูงสุดลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ช่วง 555 – 643 กิโลเมตร (345 – 400 ไมล์)

 

สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา จะมีการวางจำหน่ายเฉพาะรุ่น 250+ และ 350 4MATIC เท่านั้น อย่างไรก็ตาม Mercedes ได้ประกาศว่าจะมีการเปิดตัวรุ่นที่สี่ตามมาในปี 2027 ซึ่งจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ NMC ขนาด 71 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

  

ขุมพลังไฮบริด HYBRID

มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ แม้ทางบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่ระบุว่ารถรุ่นดังกล่าวจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์ / 30 PS) ที่ติดตั้งรวมอยู่ในชุดเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 8 สปีด

 

Mercedes จะยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าระบบขับเคลื่อนจะยกชุดมาจากรุ่น CLA ซึ่งหมายความว่าอาจมีรุ่น GLA 200 ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า (142 กิโลวัตต์ / 193 PS) และรุ่น GLA 220 ที่ให้กำลัง 217 แรงม้า (162 กิโลวัตต์ / 220 PS) ให้เลือกด้วย นอกจากนี้ GLA ยังจะมาพร้อมกับระบบช่วยขับขี่ใหม่ล่าสุดอย่าง MB.Drive Assist ซึ่งมอบประสบการณ์การขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ 2 (Level 2) ที่มีความล้ำสมัยอีกด้วย

ที่มา : www.carscoops.com

 

 

 

 

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

SUZUKI XL7 รุ่น Facelift เปิดตัวในอินโดนีเซีย จอกลาง 9 นิ้ว กล้อง 360 ระบบ TPMS

30 กรกฏาคม 2569

TOYOTA VELOZ HYBRID โชว์ตัวจริงในงาน GIIAS 2026 ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ตลาดอินโด ราคาราว 566,000-727,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

HONDA กำลังพิจารณาสร้าง ACCORD SUV เพื่อแข่งกับ Subaru Outback เน้นตลาดอเมริกา

30 กรกฏาคม 2569

CEO MAZDA ยืนยัน MX-5 ใหม่จะมีขุมพลังไฟฟ้า พร้อมเผย ยังต้องการสร้างรถสปอร์ตระดับสูงกว่า MX-5

30 กรกฏาคม 2569

GWM TANK 500 จะมาพร้อมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 231 PS แรงบิด 620 NM ในออสเตรเลีย

30 กรกฏาคม 2569

สื่อญี่ปุ่นเผย All-New MITSUBISHI PAJERO จะเปิดตัวแบบ World Premiere ในวันที่ 2 กันยายน

29 กรกฏาคม 2569

TOYOTA เปิดตัวสีใหม่ไลน์อัพ TRD PRO สำหรับปี 2027 สีเหลืองส้ม HoneyComb และ Hot Honey

29 กรกฏาคม 2569

สื่อญี่ปุ่นรายงาน TOYOTA เตรียมเปิดตัว PROBOX เจเนอเรชั่นใหม่ ปี 2028 แพลตฟอร์ม TNGA

28 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ