EN / TH

CP Foton x SPARK EV ขยายระบบนิเวศสถานีชาร์จรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เตรียมเปิดสถานีชาร์จเพื่อภาคขนส่งกว่า 50 แห่ง

7 กันยายน 2569

Isuzu สานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 47 แก่โรงเรียนบ้านไหล่สูง จังหวัดอุบลฯ

7 กันยายน 2569

Hyundai เตรียมเปิดตัวย new STARIA Hybrid ขุมพลังไฮบริดแทนที่ดีเซลเดิม

3 กันยายน 2569

Hyundai แคมเปญ “ดาวน์ 0%” สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ต่อแคมเปญ Hyundai Game On, Deal On ถึง 30 ก.ย.นี้

3 กันยายน 2569

RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน ทรงพลังเท่า V8 วิ่งได้ 600 กม. WLTP

3 กันยายน 2569

เปิดตัว All-new Mitsubishi Pajero SUV ตัวจริงในณี่ปุ่นโครงสร้างใหม่ พลัง 2.4 ลิตร 204 แรงม้า 7 โหมดขับขี่

2 กันยายน 2569

ดิลใหม่ระหว่าง Nissan และ Honda ประกาศความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์

1 กันยายน 2569

SUZUKI FRONX ราคาพิเศษเพื่อลูกค้าซูซูกิและครอบครัว GLX และ GLX PLUS เริ่มต้น 649,000 บาท เพียง 499 คัน

1 กันยายน 2569

Tesla Experience Center โชว์รูมแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชลบุรี

1 กันยายน 2569

Lexus ยังคงเครื่องยนต์ V6 NA เพื่อความมันเฉพาะสีเขียว Envious Green เพียง 350 คัน

1 กันยายน 2569

Lexus NX รุ่นปี 2027 ปรับโฉมหน้าใหม่พร้อมปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งในส่วนของโครงสร้างและระบบภายใน

1 กันยายน 2569

MG บุกอินเดียเปิดตัว Hector Tomahawk BEV และ PHEV มีบริการ Battery-as-a-Service เริ่ม 14,600 ดอลลาร์

31 สิงหาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

ลองขับ MG URBAN ตัวท็อป ออปชั่นครบ 709,900 บาท นาทีนี้คุ้มไหม?

29 มิถุนายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 692

ลองขับ MG URBAN ตัวท็อป ออปชั่นครบ 709,900 บาท นาทีนี้ต่างก็มีตัวเลือกมากมาย และคุ้มไหมกับค่าตัวระดับนี้ มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำที่มักมีในรถราคาหลักล้าน เช่น พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist ระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking ที่สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก รวมถึงระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) จอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 ระบบ i-SMART PRO และ AI Voice Command  และความปลอดภัย ADAS ระดับ L2 

 

พลังมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL ความจุ 53.9 kWh  วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ระบบ QUICK CHARGE ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และผ่าน มอก. ของไทยรายแรก (มาตรฐานเพิ่มเติมจาก EU R100-04 และ CN GB  38031-2025) มาตรฐาน 3 ถึงขั้น!

 

 

 

สมรรถนะหลังทดลองขับ 

เริ่มทดลองขับขี่ระยะทางพอจับความรู้สึกได้ ออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ (UNHOUR CAFE-ศรีนคริน) - ร้านอาหารท่าช้างบีช บางแสน รวมกว่า 200 กม.  มีผู้ร่วมเดินโดยสาร 4 คน 2 สื่อชวมชน สลับกันขับขี่ เริ่มจากลองนั่งเบาะหลังด้วยมีพื้นที่กว้างเกินตัว ทำให้นั่งได้สบาย ผิวสัมผัสเบาะนุ่ม พื้นที่วางขายังเหลือแบบหลวม ๆ และบนศีรษะก็ไม่อึดอัดยิ่งเปอดแผ่นบังแดดยิ่งโปร่งสบายตา และแม้แดดจะส่องตรงตั้งฉาก ก็"หัวไม่ร้อน" เพราะยังมีขอบของหลังคาที่บังแดดเอาไว้ให้ 

 

 

 

นั่งตอนหลัง แน่น แข็ง ไม่ย้วย ไม่มึน 

ตำแหน่งการนั่งหลังนั้น ช่วงล่างมีความตึง ๆ หรืออาจจะแข็งกว่ารถในระดับเดียวกัน ใครชอบนุ่มนวลมาก ๆ อาจจะรู้สึกกระเทือนหน่อย ส่วนผมนั้นรู้สึกว่า "ถูกใจ" กับช่วงล่างแบบนี้ เพราะไม่มึน ไม่เมส ไม่โยน และไม่ย้วย เวลาขับขี่ โดยเฉพาะความเร็วต่ำถึงกลาง ๆ นั้น ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างจากรถแบรนด์ญี่ปุ่นเท่าไหร่ ส่วนความเร็วสูงนั้น หากขับตรง ๆ หรือไม่โยกเปลี่ยนเลนแรง ๆ มากนักก็นับว่าดี แต่ถ้าขับสไตล์ดุดันหากเกิน 120 กม./ชม. ไปแล้ว ออกการอาการ โยน ยวบแต่ไม่ถึงย้วน มากทันที ซึ่งเค้าเป็นรถเน้นใช้งานในเมืองนุ่มนวลสะดวกสบาย ส่วนที่ความเร็วสูงก็ต้องนั่งหลังแกร็งกันเล็กน้อย

 

 

 

ในเมืองขับสบาย นุ่มนวล ความเร็วสูง ขอควรเฟิร์มกว่านี้ 

มาลองตำแหน่งคนขับอาการแรกที่รู้สึกได้คือ ความนุ่มนวลและสบายตัวของช่วงล่าง บวกกับเบาะนั่งที่ได้สรีระพอดี กับผมที่ความสูง 176 ซม. หนัก 90 กก. ท่านั่งค่อนข้างลงตัวมาก ๆ ทั้งที่เป็นรถระดับกลางกึ่งเล็ก มักจะนั่งขับนาน ๆ จะมีอาการเมื่อย แต่ใน Urban ทำได้ดีกว่าที่คิด พวงมาลัยกับการใช้งานต่าง ๆ ทั้งบนปุ่มซ้ายและขวาหรือบนจอกลาง ยังมีระยะใช้งานง่าย แต่ติดตรงรูปทรงแบบหัวตัดท้ายตัด จะไม่ค่อยคุ้มเคยนัก มีปุ่มนอกจอให้ใช้งานง่าย ๆ เช่น ปรับกระจกมองข้าง ปรับระบบแอร์ ไม่ต้องงมในจอเยอะเกินจำเป็น และตัวเบาะเองก็มีระบบเป่าลมเย็นมาให้ด้วย นอกจากนี้วิสัยทัศน์ด้านหน้าโปร่งโล่ง ด้านข้างมองง่าย ส่วนกระจกมองหลังก็มีมุมมองกว้างไม่มีมุมอับสายตา ใคร ๆ ก็ขับได้ง่ายแน่นอน

 

 

 

สมรรถนะออกตัวแรงดี แต่ยังไม่กระชากหรือดึงติดเบาะมาก อาจเพราะต้องการใช้งานในเมืองและเน้นนุ่มนวล ควบคุมง่ายเหมาะกับหนุ่มสาวที่ไม่สนความแรง แต่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง ขับชิว ๆ เน้นใช้ฟังก์ชั่นในรถคุ้มค่า แต่ถ้าอยากซ่า ๆ จริง "น้องม่วง" ก็เร่งได้ทันใจ มาแบบค่อย ๆ ตึงและจะเร่งไต่ระดับความเร็วไปเรื่อย ๆ จะเร่งแซงหรือขึ้นเนินก็มีกำลังเหลือให้ใช้งาน ส่วนระบบเบรกนุ่มเท้าให้ความรู้สึกไม่ต่างจากรถสันดาปทั่วไป นั่นคือ  นุ่มลึก ค่อย ๆ จับจากน้อยไปมากแบบเละเอียดตามน้ำหนัก ซึ่งทำได้ดีกว่าในรถสัญชาติเดียวหลายรุ่น

 

 

 

 

 

การควบคุมพวงมาลัย ความเร็วต่ำเบาสบาย ส่วนความเร็วสูงเริ่มมีความ "หวิว" และต้องเกร็งมือมากขึ้น แต่ในการเลี้ยวการโยกเปลี่ยนเลนยังพอไว้ใจได้ด้วยช่วงล่างที่มีความตึงในระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางแข็ง ในความเร็วต่ำ ๆ จะกระเทือนเล็กอยู่บ้าง ความเร็วปานกลางไม่เกิน 110 กม.ชม. เริ่มตึงมือขับผ่านคอสะพานตกหลุมหรือเข้าโค้ง ไม่โคลงหรือโยนตัวมากนัก และไม่มีการเด้งแถมนับว่ากำลังพอดี แต่ถ้าเร็วกว่านั้น แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในการควบคุม เพราะเริ่มมีอาการตัวรถ "ลอย ๆ " อย่างที่ทราบครับ เข้าเน้นเป็นรถใช้งานในเมืองมากกว่านำไป "ซิ่ง" 

 

 

 

 ระบบช่วยเหลือการขับขี่เยอะ คุ้มดี แต่!

ระบบที่ใช้งานบ่อย ๆ สำหรับรถที่มี ADAS Level 2  น่าจะเป็นเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ และควบคุมความเร็วแปรผัน แต่ Urban Ultra ตัวท็อปนี้มีเพิ่มอีกคือ ช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ เมื่อปลอดภัย และมีจอแสดงภาพแทนมุมมองด้านข้างบนจอกลางที่ใช้นิ้วลากไปมาได้ด้วย ที่ทำงานควบคู่กับการเปิดระบบควบคุมความเร็วแปรผัน เพียงเปิดไฟเลี้ยวฝั่งที่จะแซง (ได้ทั้งซ้ายและขวา) รถก็จะตรวจจับและแซงให้เมื่อปลอดภัย แต่ว่า....ระบบช่วยเปลี่ยนหรือแซงอัตโนมัตินี้ ยังไม่ค่อยเหมาะกับการจราจรในประเทศไทย เพราะแม้ว่าระบบตรวจจับว่าด้านข้างที่กำลังจะแซงนั้น โล่งมีแค่รถที่อยู่ไกล ๆ แต่หากตั้งความเร็วไม่มากพอ การเปลี่ยนเลนออกไป ในขณะที่รถในเลนที่ต้องการแซงและอยู่ไกลนั้น ใช้ความเร็วสูง ๆ อาจเกิดอันตรายได้ เพราะจะเร่งความเร็วขึ้นไปตามที่ตั้งเอาไว้ หากรถคันหลังมีความเร็วต่างกันมาก ๆ อาจโดนเสยท้ายได้ หรือรถคันด้านหลังต้องเบรกตัวโก่ง นับว่าอันตรายมาก ๆ 

 

 

 

การใช้งานระบบนี้จะผู้ขับต้องดูเรื่องความปลอดภัยและปรับตั้งความเร็วของระบบควบคุมนี้เหมาะสมกับความเร็วของรถบนท้องถนนในแน่ใจก่อนจะใช้ระบบนี้ควบคู่ไปด้วย เช่น หากใช้ระบบควบคุมความเร็วอยู่ความเร็ว 80 กม./ชม. มีรถด้านหน้าขับอยู่ 70 กม./ชม. เมื่อต้องการแซงขึ้นไป ต้องดูให้แน่ใจว่า รถที่อยู่เลนที่จะแซงนั้น ใช้ความเร็วกว่าเรามากน้อยแค่ไหน และปรับตั้งความเร็ซเพิ่มขึ้นไปให้เหมาะสม จึงจะให้ระบบช่วยแซงไปได้โดยที่ทำความเร็วให้พ้นรถคันนั้นๆ  สรุปคือ????........แซงเองง่ายกว่า!!!!

 

อีกระบบที่น่าทึ่งคือ ช่วยจอดอัตโนมัติ ที่สั่งในรถหรือจะสั่งผ่านแอปฯ บนมือถือได้ โดยไม่อยู่ในรถ และใช้แอปฯ ในการขยับรถเลื่อนเข้า-ออกช่องจอดรถแคบ ๆ ได้ด้วย ซึ่งในการจอดอัตโนมัติ มีเมนูเลือกจอดเองแบบตามใจสั่ง เพียงลากกรอบสี่เหลี่ยมไปในตำแหน่งที่ต้องการจอดในกรณีไม่มีเส้นจอด เมื่อกรอบเปลี่ยนเป็นสีเขียวแสดงว่าระบบพร้อมสามารถกดเริ่มทำงานเลย แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างในฟังก์ชั่นจอดอัตโนมัติระยะไกลด้วยแอปฯ นั้น จะใช้ได้เฉพาะการเลื่อนเข้า-ออกจากช่องจอด หรือ เดินหน้าถอยหลังเท่านั้น ส่วนการจอดแบบอัตโนมัติ จะต้องสั่งบนจอเท่านั้น     

 

ระยะทางต่อการขับขี่นทริปนี้อาจไม่เน้นเพราะมีการสลับกับขับขี่และจอดถ่ายรูปทำคอนเทนท์อาจ จึงยังไม่สามารถวัดได้ว่าใช้แบตฯ ในการเดินทางจริง ๆ เท่าไหร่ ส่สวนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัดนั้นอยู่ที่ 14 - 15 kWh/100 km ซึ่งถือว่ากลาง ๆ ไม่กินและประหยัดมากนัก (การขับขี่ในรูปแบบเร่งแซงบ่อย ๆ และนั่ง 4 คน) 

 

 

 

 

สิ่งที่ควรปรับปรุง

  • หน้าจอมีสะดุดบ้าง อาจเพราะต้องรออับเดทระบบอีกครั้ง
  • พวงมาลัยเบาในความเร็วสูง แม้โหมดปรับสปอร์ตแล้ว
  • ส่วนตัวอยากให้ช่วงล่างเฟิร์มขึ้นอีกนิด สมรรถนะตอบโจทย์ดีอยู่แล้วแต่ช่วงล่างยังไม่พอหากขับความเร็วสูง
  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติควรปรับเรื่องการอ่านความเร็วของรถในเลนที่จะเปลี่ยนไปให้เหมาะสม
  • เพิ่มกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ

 

 

สรุปความคุ้มค่า 709,900 บาท

MG URBAN Ultra เน้นใช้งานในเมืองคล่องตัว และมีฟังก์ชั่นภายในรถที่เพรียบพร้อมไม่น้อยหน้าใคร อย่างระบบช่วยจอดต่าง ๆ ระบบช่วยการขับขี่หรือระบบประมวลผลบนจอที่สเปคแรงแบบเดียวกับในรถราคาแตะล้าน ส่วนเดินทางไกลก็อยู่ในระดับที่ขับขี่ได้มั่นใจมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าระเดียวกัน หรืออาจเทียบเท่ารถญี่ปุ่นบางรุ่น เหมาะกับผู้ต้องความคล่องตัว ออปชั่นหลักล้าน สมรรถนะเกินพอใช้งานในราคาไม่สูงเกินไปนัก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันหากมองว่าสูงไป สามารถเลือกรุ่นกลาง MAX ราคา 599,900 บาท ตัดแค่ระบบเกินจำเป็นออกไปไม่มากนัก แนะนำว่าไปทดลองขับและสัมผัสคันจริงก่อนตัดสินใจว่าตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 กรกฏาคม 2569

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 ผลิตไม่ถึง 6,000 คัน

20 กรกฏาคม 2569

บทสัมภาษณ์ ทีมพัฒนา Mitsubishi PAJARO

19 กรกฏาคม 2569

ลองขับ Nissan Kicks SV ใหม่ จากใจลูกค้า GEN 2

14 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ