Mitsubishi เตรียมเปิดตัว Delica Mini ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 โดยมาพร้อมดีไซน์ที่เฉียบคมขึ้น เทคโนโลยีที่อัปเกรด และการปรับจูนช่วงล่างใหม่
แม้ภาพรวมยังคงเอกลักษณ์ของรุ่นก่อน แต่เมื่อมองใกล้ ๆ จะพบว่าเกือบทุกชิ้นส่วนตัวถังภายนอกถูกออกแบบใหม่ ด้านหน้า ไฟหน้า LED ครึ่งวงกลมมีขนาดใหญ่ขึ้น กระจังหน้ามีความหนามากขึ้น พร้อมส่วนยื่นรอบโลโก้ กันชนหน้าแบบ Dynamic Shield สีเดียวกับตัวถัง ช่องรับลมต่างไปจากเดิม และแผ่นกันกระแทกด้านล่างที่เด่นชัดขึ้น ฝากระโปรงหน้า แก้มข้าง และประตูมีเส้นสายโค้งนูนมากขึ้น มุมบนของกระจกบังลมหน้าถูกขยับมาด้านหน้า 115 มม. ทำให้รถดูตั้งตรงขึ้น อีกจุดสำคัญคือเสา D แบบทึบที่มาแทนการออกแบบโค้งล้อมรอบของรุ่นเดิม ด้านท้ายติดตั้งไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ แถบตกแต่งสีตัวถังที่ฝาท้าย และแผ่นกันกระแทกขนาดใหญ่ขึ้น ความยาวตัวถัง 3,395 มม. ยังคงตามข้อกำหนดรถ Kei Car ของญี่ปุ่น
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมจอแสดงผลมาตรวัดขนาด 7 นิ้ว และจออินโฟเทนเมนต์ 12.3 นิ้วแบบฝังในแผงเดียวกัน ใช้วัสดุคุณภาพสูงพร้อมตกแต่งสีเบจ มีการปรับปรุงฉนวนกันเสียง และเพิ่มตัวเลือกการจัดวางเบาะให้อิสระมากขึ้น อุปกรณ์มาตรฐานรวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ครอบคลุมกว่าเดิม และกล้องมองรอบคัน 3D Multi Around Monitor จากกล้อง 4 ตัว
แม้ Mitsubishi ยังไม่ประกาศสเปกรุ่นใหม่ แต่รุ่นปัจจุบันใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 658 ซีซี ให้กำลัง 51 แรงม้า และแรงบิด 60 นิวตันเมตรในรุ่นธรรมดา หรือ 63 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตรในรุ่นเทอร์โบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ระบบกันสะเทือนติดตั้งโช้ก Kayaba Prosmooth รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล พร้อมปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ โดยรุ่น 4WD จะมีการปรับจูนที่ต่างออกไป
โหมดการขับขี่ 5 แบบ ได้แก่
- Power
- Normal
- Eco
- Gravel
- Snow
ตัวถังมีสีใหม่ 2 สีคือ
- Sand Beige Pearl
- Denim Blue Pearl
*มีให้เลือกทั้งแบบสีเดี่ยวและทูโทนกับหลังคาสีดำ
Mitsubishi ยังเปิดตัว eK Space เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งใช้โครงสร้าง แชสซี และห้องโดยสารร่วมกับ Delica Mini แต่มีด้านหน้าที่ออกแบบต่างออกไป ตัวรถเตี้ยกว่า และไม่มีคิ้วกันกระแทกหรือแผ่นกันกระแทกเหมือนรุ่นพี่ ทั้งนี้ รุ่น eK Cross Space ถูกยกเลิกเนื่องจาก Delica Mini ได้รับความนิยมมากกว่า
Delica Mini ใหม่จะมีราคาอยู่ระหว่าง 1.95-2.95 ล้านเยน (ราว 428,000 - 648,000 บาท) ส่วน eK Space อยู่ที่ 1.75-1.95 ล้านเยน (ราว 384,000 - 428,000 บาท) และจะเริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้













ที่มา: Carscoops