EN / TH

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

TANK 500 3.0T ไม่ใช่แค่แรงขึ้น..แต่ประหยัดด้วย

26 กันยายน 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569

The all-new electric GLC เทคโนโลยีวิ่งไกล 600 กม. คาดไม่เกิน 3.7 ล้านบาท พร้อมปรับราคา 11 รุ่น ลดกว่า 1 ล้านบาท

24 กันยายน 2569

Mercedes-Benz G 450 d Vintage Look แต่งครบย้อนต้นตำหรับ “King of Off-Road” เริ่ม 12,700,000 บาท

24 กันยายน 2569

Toyota BZ4X AWD นำเข้าญี่ปุ่นแพงนะ...แต่แรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไร..หลงรักทุกที

24 กันยายน 2569

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซีย เอ็กซ์โซบอท

23 กันยายน 2569

BYD - REVER เปิดให้เข้าชมโรงงานพร้อมฉลองผลิต 100,000 คันในไทย ยอมรับการใช้ Local content ต้นทุนเพิ่มแต่พร้อม!

22 กันยายน 2569

โตโยต้า เคาะแผนเปิดตัว Hilux ไฮโดรเจนปี 2028

19 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

เปิดราคา MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตไทย เคลมวิ่ง 435-530 กม. NEDC ราคา 529,900-709,900 บาท

17 มิถุนายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,465

 

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ทำตลาดในประเทศทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมราคาพิเศษ Early Bird

 

  • รุ่น STANDARD    ราคาพิเศษ  529,900 บาท (ปกติ 579,900 บาท)

 

  • รุ่น MAX   ราคาพิเศษ  599,900 บาท (ปกติ 649,900 บาท)

 

  • รุ่น ULTRA   ราคาพิเศษ  709,900 บาท (ปกติ 749,900 บาท)

 

ขุมพลัง

  • รุ่น STANDARD: ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion Phosphate (LFP) จาก CATL ความจุ 42.8 kWh ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) Quick Charge จาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW

  • รุ่น MAX และ ULTRA: ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion Phosphate (LFP) จาก CATL ความจุ 53.9 kWh ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) Quick Charge จาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW 

 

ระบบช่วงล่างและการขับขี่

  • แพลตฟอร์ม SAIC E3 PURE ELECTRIC พัฒนาขึ้นในรูปแบบ “Cell-to-Body” (CTB)

  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson struts 

  • ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Torsion Beam

  • ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบ Ventilated Disc และด้านหลังแบบ Disc

  • โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO NORMAL SPORT SNOW CUSTOM

 

มิติตัวถัง

  • ความยาว   4,395   มิลลิเมตร

  • ความกว้าง  1,842  มิลลิเมตร

  • ความสูง   1,549  มิลลิเมตร

  • ระยะฐานล้อ   2,750  มิลลิเมตร

  • รัศมีวงเลี้ยว   5.2  เมตร

 

ไฮไลท์ MG URBAN

  • โลโก้เรืองแสง

  • ไฟหน้า LED พร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ

  • ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack

  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)

  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ

  • กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว ในรุ่น MAX และ ULTRA

  • กระจกไฟฟ้า One-Touch Up-Down

  • กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA

  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด

  • เบาะนั่งด้านหลังลายข้าวหลามตัด พนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่เท้าวางแขนเบาะหลัง เพิ่มความมั่นคงและความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง และที่วางแก้วน้ำ

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม Aero Wheel Cover ในรุ่น STANDARD และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA

  • รองรับระบบ V2L

  • ระบบอัจฉริยะควบคุมด้วยชิปประมวลผลจาก Qualcomm Snapdragon

  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว

  • หน้าจอกลางแบบสัมผัส ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น STANDARD และ ขนาด 15.6 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA รองรับร Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

  • Interactive Ambient Light 256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA

  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด ในรุ่น STANDARD และ 6 จุด ในรุ่น MAX และ ULTRA

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์

  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น Max และ Ultra

  • เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น ULTRA

  • เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ ลายข้าวหลามตัด

  • ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch

  • หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด

  • ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า

  • ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถ จุได้มากถึง 382 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถเพิ่มเติม ความจุ 98 ลิตร

  • ระบบ Intelligent Smart Access เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกและสตาร์ทรถ

  • ระบบ One Pedal

 

เทคโนโลยี i-SMART

  • ระบบ i-SMART PRO ในรุ่น ULTRA 

    • ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist) 

    • ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking 

    • ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ

    • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)

    • ฟังก์ชันเปิดระบบ Cooling seat ผ่านมือถือในรุ่น Ultra

  • ระบบ i-SMART ในรุ่น MAX 

    • ฟังก์ชันระบบควบคุมการจอดระยะไกล (Remote Parking)

    • ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ

    • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)

 

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View)

  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Auto Parking Solution) 

  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert (ALC)

  • ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC Lane Centering Control

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) (EPB) พร้อมระบบป้องกันการไหล Auto Vehicle Hold (AVH)

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

  •  ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)

  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัฉริยะ ICA (Intelligent Cruise Assist)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping Assist) โดยผสานการทำงานของ LKA (Lane Keeping Assist), LDP (Lane Departure Prevention) และ LDW (Lane Departure Warning) 

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)

  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)

  • ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ LCA (Lane Change Assist), BSD (Blind Spot Detection), RCTA (Rear Cross Traffic Alert), RCTB (Rear Cross Traffic Braking), DOW (Door Open Warning) และ RCW (Rear Collision Warning)

  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System) 

  • เซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบคัน ถึง 21 ตำแหน่ง 

  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ในรุ่น MAX และ ULTRA พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง 

  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX 

  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ 

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง 

 

 

สีตัวถังให้เลือก 5 สี พร้อมตกแต่งภายในสีทูโทน เทา-ดำ

  • สีม่วง Lavender Purple

  • สีเบจ Modern Beige

  • สีขาว Arctic White

  • สีเทา Andes Grey

  • สีดำ Pearl Black

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Toyota BZ4X AWD นำเข้าญี่ปุ่นแพงนะ...แต่แรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไร..หลงรักทุกที

24 กันยายน 2569

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซีย เอ็กซ์โซบอท

23 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

เผยโฉม SUZUKI e SKY รถไฟฟ้า Kei Car แบต 26 kWh ชาร์จ DC 50 kW

25 สิงหาคม 2569

LEPAS เตรียมเปิดตัวรถยนต์ในไทยอีก 2 รุ่น L8 และ L6 SIVP ช่วงปลายปี 2026

24 สิงหาคม 2569

MAXUS eDELIVER รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เปิดราคา 990,000-1,300,000 บาท

24 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ