EN / TH

The all-new electric GLC เทคโนโลยีวิ่งไกล 600 กม. คาดไม่เกิน 3.7 ล้านบาท พร้อมปรับราคา 11 รุ่น ลดกว่า 1 ล้านบาท

24 กันยายน 2569

Mercedes-Benz G 450 d Vintage Look แต่งครบย้อนต้นตำหรับ “King of Off-Road” เริ่ม 12,700,000 บาท

24 กันยายน 2569

Toyota BZ4X AWD นำเข้าญี่ปุ่นแพงนะ...แต่แรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไร..หลงรักทุกที

24 กันยายน 2569

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซีย เอ็กซ์โซบอท

23 กันยายน 2569

BYD - REVER เปิดให้เข้าชมโรงงานพร้อมฉลองผลิต 100,000 คันในไทย ยอมรับการใช้ Local content ต้นทุนเพิ่มแต่พร้อม!

22 กันยายน 2569

โตโยต้า เคาะแผนเปิดตัว Hilux ไฮโดรเจนปี 2028

19 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 กันยายน 2569

Renault Niagara พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา

15 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

IMV - เมด บาย โตโยต้า ตอนที่ 3: อีซูซู - โตโยต้า..กว่าจะมาถึงวันนี้

28 พฤศจิกายน 2566| จำนวนผู้เข้าชม 3,884

 

ผมคงไม่เขียนถึงยุค IMV 2 หรือ รีโว่มากนัก เพราะว่าคงหาข่าวร่วมสมัยอ่านกันได้ แต่อยากพูดถึงบรรยากาศศึกรถกระบะยุคแรกๆ ก่อนมี IMV น่าจะอธิบายแนวการแข่งขันของ กระบะในอดีตกว่า "กว่าจะมาถึงวันนี้" เขาผ่านอะไรกันมาบ้าง

 

วงการรถกระบะของไทยนั้น น่าจะเกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2510 หรือมากกว่า 50 ปีมาแล้ว ยุคนั้นกระบะยี่ห้อ ดัทสัน (DATSAN) จำหน่ายโดยสยามกลการ นำเอารถกระบะมาจำหน่ายเป็นรายแรกของประเทศ และดัทสันก็ครองตลาด ตามมาด้วยกระบะโตโยต้า, มาสด้า ตามลำดับ โดยวงการรถกระบะใช้แต่เครื่องยนต์เบนซินอย่างเดียวไม่มีดีเซล ขนาดเครื่องยนต์ มีตั้งแต่ 1,000 cc แล้วขยับมาเป็น 1,300 cc โดยมีมาสด้าที่มีการขยายตลาดต่างไปกว่าคนอื่น คือมีขนาดเครื่องยนต์หลายขนาดให้เลือก เช่น 1,000 cc 1,100 cc และ 1,300 cc แล้วมาสด้า ก็เป็นผู้เริ่มใช้เครื่องเบนซินที่ใหญ่ขึ้นคือ 1,600 cc ในมาสด้ากระบะหน้าเก๋ง รุ่นโปรซีด (PROCEED) หรือ B1600

 

ต่อมาราวปี 2516 อีซูซุเข้ามา เปิดตลาดรถกระบะจากเดิมขายแต่รถบรรทุกใหญ่ อีซูซุ ใช้จุดเด่นของตนเองในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เครื่องยนต์ดีเซล นำเอาเครื่องยนต์ดีเซล 1,600 ซีซี. ที่ใช้กับรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กรุ่น ELF มาใส่ลงไปในรถกระบะของตนเอง บวกกับขณะนั้นอีซูซุได้ผลิตรถยนต์ รถกระบะให้กับเชฟโรเลตด้วย จึงมีรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลของเชฟโรเลตรุ่น LUV ที่มีรูปลักษณ์เดียวกันกับอีซูซุออกมาจำหน่าย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร

 

ความสำเร็จของกระบะ มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อราคาน้ำมันเป็นตัวแปร สถานการณ์ราคาน้ำมันทวีความมรุนแรงขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์รถกระบะยี่ห้ออื่นๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจกับเครื่องดีเซล เพราะว่าประหยัดน้ำมัน ผู้นำตลาดในยุคนั้นอย่างดัทสัน มีการนำเอาเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,600 ซีซี. ที่ใช้ในรุ่น CABALL มาวางในกระบะของตนเอง พร้อมโฆษณาถึงเทคโนโลยี "ควิกกรูว์" คือไม่ต้องเผาหัวก่อนติดเครื่อง เพราะในยุคนั้น เครื่องยนต์ดีเซล ก่อนติดเครื่องต้องเผาหัวก่อน ซึ่งกลยุทธ์ของดัทสัน ได้ผลดีมาก และถือเป็นยุคสุดท้ายที่ดัทสันได้ครองความเป็นเจ้าตลาดรถรถกระบะในเมืองไทย เพราะหลังจากนั้นยี่ห้ออื่นๆ ก็เร่งพัฒนาขึ้นมาเบียดตลาดดัทสัน โดยเฉพาะโตโยต้าที่คว้าแชมป์ไปครองหลายปี

 

ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ อีซูซุที่มีความชำนาญเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล เปลี่ยนระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบอินไดเร็คอินเจ็คชั่น หรือสเวิร์ลแชมเบอร์ (swirl chamber) มาเป็นแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น พร้อมทั้งเป็นเจ้าแรกที่มีเครื่องยนต์แรงถึง 90 แรงม้า ซึ่งนับจากนั้นมา อีซูซุก็ครองตลาดอันดับหนึ่งในการจำหน่ายของตลาดรถยนต์รถกระบะในเมืองไทยอย่างเบ็ดเสร็จมายาวนาน

 

มีอีซูซุยี่ห้อเดียวที่ยืนหยัดใช้เครื่องยนต์แบบไดเร็คอินเจ็คชั่น และชูจุดเด่นด้านความประหยัดมาเป็นจุดขาย ตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดระยะเวลานานนับสิบปี ในขณะที่ยี่ห้ออื่นใช้เครื่องยนต์แบบอินไดเร็คอินเจ็คชั่น

 

ตลาดรถยนต์กระบะมีค่ายหลักๆ ทำตลาดอยู่ 7 ค่ายคือ อีซูซู โตโยต้า นิสสัน มิตซูบิชิ มาสด้า ฟอร์ด และเชฟโรเลต แต่ตลอดเวลาถูกยึดครองโดยอีซูซุ ยาวนานต่อเนื่อง ทำให้คู่แข่งอย่างโตโยต้า ต้องลุกขึ้นมาสู้ครั้งใหญ่ จนเป็นที่มาของ IMV Project อย่างที่เห็นกันอยู่นั้่นเอง

 

IMV-0 ถือเป็นโปรเจคลำดับ 3 แผนงานเบื้องหลังการพัฒนารถยนต์ที่ใช้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่า IMV อื่นๆ ลองดูครับการเปลี่ยนครั้งใหญ่โดยเฉพาะแพคเก็จจิ้งของ IMV-0 โตโยต้าจะสร้างเกมเชนจ์อีกครั้งได้หรือไม่..? กับกระบะรุ่นใหม่ที่มีชื่อทางการตลาดว่า "TOYOTA HILUX CHAMP"

 

บทความโดย: ยุทธพงษ์ ภาษี


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 กรกฏาคม 2569

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 ผลิตไม่ถึง 6,000 คัน

20 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ