EN / TH

กระบะไฟฟ้าแพลตฟอร์ม Universal EV ของ FORD ถูกพบเจอพรางตัววิ่งทดสอบ

12 มิถุนายน 2569

Denza Z พลัง 1,600 แรงม้า จาก BYD พร้อมลงสนามแข่งได้เลย

12 มิถุนายน 2569

Subaru Sambar Van พลัง 660 ซีซี เกียร์ธรรมดา ราคา 7,200 ดอลลาร์ เหมาะมากในยุคน้ำมันแพง

12 มิถุนายน 2569

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 มิถุนายน 2569

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 มิถุนายน 2569

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 มิถุนายน 2569

CP FOTON eVIEW CONNECT รถตู้บรรทุกไฟฟ้า 3 ขนาด แบต 50.23-66.67 kWh เคลมวิ่ง 274-371 กม. NEDC

11 มิถุนายน 2569

Mitsubishi Eclipse Sportback EV ฝาแฝด Nissan Leaf สำหรับตลาดอเมริกา

10 มิถุนายน 2569

Audi Q7 ใหม่ SUV 7 ที่นั่ง พลัง 591 ม้า สุดหรู

10 มิถุนายน 2569

ข้อมูล MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตไทย แบต 42.8 และ 53.9 kWh เคลมวิ่ง 435-530 กม. NEDC

10 มิถุนายน 2569

TOYOTA รุกตลาดโกคาร์ต เตรียมเปิดตัว GR Kart ตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่น หวังเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

9 มิถุนายน 2569

TOYOTA จดสิทธิบัตรใหม่ "เกียร์กระปุกสำหรับ EV" ปรับระดับความยากตามทักษะ เข้าเกียร์ไม่ถูก รถดับได้

9 มิถุนายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

Lamborghini Urus SE ซุปเปอร์คาแบบ PHEV SUV รุ่นแรกของแบรนด์ พลัง 800 แรงม้า ทำ 0-100 km/h ได้ใน 3.4 วินาที

25 เมษายน 2567| จำนวนผู้เข้าชม 1,991

Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV PHEV รุ่นแรกของแบรนด์

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี เผยโฉม “Urus SE” ซูเปอร์เอสยูวีระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของลัมโบร์กินีในงาน Volkswagen Group Media Night จัดขึ้นก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน Auto China Beijing 2024 โดย “Urus SE” นำเสนอดีไซน์รถยนต์แนวใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ที่เหนือชั้น ระบบส่งกำลัง 800 CV  ความสบาย ประสิทธิภาพ การปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ และประสบการณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนาน Urus SE เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นที่สุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน โดยสามารถลดการปล่อย ไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศได้มากถึง 80%

 

ขุมพลัง

 

เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ให้พละกำลัง 620 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดรวม 950 Nm ที่ 1,750 - 5,750 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังไฟฟ้าเพื่อมอบกำลังเครื่อง 192 แรงม้า และแรงบิด 483 Nm และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทีมวิศวกรทำการปรับจูนเพิ่มเติมจนได้กำลังเครื่องสูงสุดที่ 800 แรงม้า พร้อมการันตีกำลังเครื่องเฉลี่ยดีที่สุดในทุก ๆ โหมดการขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน ติดตั้งแบตเตอรีลิเทียม 25.7 kWh บริเวณใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านบนระบบเฟืองท้ายไฟฟ้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยระบบไฟฟ้า 100% ที่สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 60 กม.เมื่อขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน

 

Urus SE สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที (Urus S ที่ 3.5 วินาที) และจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 11.4 วินาที (Urus S ที่ 12.5 วินาที) สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 312 กม./ชม. (Urus S ที่ 305 กม./ชม.) ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ SE เป็นรถยนต์ที่ ทรงพลังสูงสุดของตระกูล Urus และสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์เอสยูวี

 

นอกจากนี้ยังมีระบบเวคเตอร์แรงบิดไฟฟ้าตามแนวยาวรูปแบบใหม่ที่ติดตั้งไว้บริเวณกลางตัวรถ พร้อมคลัตช์อิเลกโตรไฮดรอลิกแบบมัลติเพลตซึ่งช่วยสร้างแรงบิดแปรผันระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำหน้าที่ประสานการทำงานให้สอดรับกับเฟืองท้ายไฟฟ้าบนเพลาหลังอย่างราบรื่น คอยกระจายแรงบิดเมื่อทำการเบรก ทำให้รถยนต์สามารถควบคุมอาการ oversteer ได้อยู่หมัด แถมยังปรับจูนการทำงานให้เหมาะสมกับการยึดเกาะถนนทุกรูปแบบและทุกสไตล์การขับขี่ มอบแรงฉุดและการตอบสนองที่ฉับไวสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งทะยานในสนามแข่งหรือวิ่งตะลุยไปบนเนินทราย พื้นน้ำแข็ง หรือทางดิน

 

งานออกแบบรถยนต์และอากาศพลศาสตร์

ดีไซน์ของ Urus SE สะท้อนถึงรูปทรงแบบพลศาสตร์ที่เน้นภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตและความแข็งแกร่งบึกบึน ส่วนหน้าหรูหราด้วยการออกแบบฝากระโปรงทรงใหม่แบบ Floating Design ลบเส้นสายที่เป็นตัวแบ่งส่วนต่าง ๆ ทิ้งไปเพื่อเสริมความรู้สึกลื่นไหลต่อเนื่อง เน้นย้ำถึงรูปทรงแบบนักกีฬา ชวนให้นึกถึงแนวคิดการออกแบบในรุ่น Revuelto นอกจากนี้ยังมีชุดไฟหน้าที่ใช้เทคโนโลยี Matrix LED ซึ่งเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุดที่มีแรงบันดาลใจมาจากหางวัวกระทิงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ลัมโบร์กินีนั่นเอง ตลอดจนการออกแบบส่วนกันชนท้ายและตะแกรงหน้าใหม่ในทุกรายละเอียด

 

ภายนอก

ทีมออกแบบได้นำแรงบันดาลใจมาจากรุ่น Revuelto พร้อมฝากระโปรงรถแบบ Floating เพื่อมอบเส้นสายที่สะอาดตาและรูปทรงส่วนหน้าที่แข็งแกร่งบึกบึน โดยระบบไฟหน้าที่ล้ำสมัยได้ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์แบบ DRL ไว้อย่างลงตัว การออกแบบส่วนท้ายให้ความสำคัญกับช่วงกว้าง ตกแต่งด้วยดิฟฟิวเซอร์แบบใหม่และปรับช่องติดป้ายทะเบียนรถให้มีระดับต่ำลง ดีไซน์ตะแกรงหลังนำ แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตของลัมโบร์กินีอย่าง Gallardo สำหรับการออกแบบห้องโดยสารภายในยังคงสืบทอดปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักขับและระบบดิจิทัลภายใน”

 

การจัดสรรพื้นที่เก็บสัมภาระใหม่ นำรูปทรงมาจากรุ่น Gallardo เชื่อมต่อชุดไฟท้ายด้วยดวงไฟรูปตัว “Y” และดิฟฟิวเซอร์หลังรูปแบบใหม่ซึ่งทำให้รถยนต์มีสัดส่วนคล้ายสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนสปอยเลอร์ใหม่ยังทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์หลังในการช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลังขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงเพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Urus S จึงเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

 

เปลื่ยนช่องทางเดินลมให้ต่อเนื่องมากขึ้นเพื่อลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% การออกแบบส่วนหน้ายังผสานกับการเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ด้านล่างเพื่อช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยอากาศสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเก่า

 

ออพชั่น
ล้ออัลลอยลายใหม่พร้อมดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้วเป็นรุ่นมาตรฐานพร้อมยาง Pirelli P Zero รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีโทนสีตัวรถให้เลือกมากมายและออปชันการตกแต่งอีกมากกว่า 100 องค์ประกอบ พร้อมนำเสนอ 2 โทนสีใหม่ในวันเปิดตัว ทั้งโทนสี Arancio Egon (สีส้ม) ที่จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Arancio Apodis (สีส้ม) และโทนสี Bianco Sapphirus (สีขาว) จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)

 

ดีไซน์ห้องโดยสารภายใน

การตกแต่งภายในได้รับการอัปเดตใหม่ เพื่อขับเน้นดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ “Feel like a pilot” นำเสนอฟีเจอร์ใหม่มากมายบริเวณแผงหน้าปัดด้านหน้าและยกระดับภาพลักษณ์รถยนต์น้ำหนักเบาเหมือนกับในรุ่น Revuelto

  • หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วซึ่งใหญ่กว่ารุ่นเดิม
  • กราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายดายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • ระบบวัดระยะสำหรับรุ่น SE ช่วยให้ผู้ขับสามารถรับรู้สภาวะนอกรถได้ดีขึ้น

 

โหมดการขับขี่ 10 โหมด

ทีมผู้พัฒนายังให้ความสำคัญกับระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air Suspension) เพื่อเน้นประสบการณ์ การขับขี่ของแต่ละโหมดให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

 

 EV Drive 

ช่วยให้ผู้ขับได้สัมผัสศักยภาพของพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เมื่อวิ่งบนท้องถนนในเมือง โดยสามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 60 กม. และเร่งความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม. เมื่อทำความเร็วสูงกว่านี้ เครื่องยนต์ V8 ก็จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า เช่นเดียวกันเมื่อผู้ขับต้องการแรงบิดที่มากกว่าระดับสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า

 

Hybrid

มอบประสิทธิภาพและความสบายสูงสุดบนการทำงานที่สมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า ถือเป็นโหมดใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

 

Recharge

สามารถชาร์จไฟให้แบตเตอรีได้ถึง 80% โดยที่ยังให้สมรรถนะการขับขี่สูงสุด

 

Performance

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องสัมผัสศักยภาพที่แท้จริงของ Urus SE โดยมอบประสิทธิภาพด้านพลศาสตร์ที่เหนือชั้นของซูเปอร์ เอสยูวีตัวจริงแม้ไม่ได้วิ่งบนพื้นยางมะตอย

 

Strada

ได้เพิ่มระดับความสบายของรถยนต์ขึ้นไป

 

Sport

จะเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ โดยเสริมคาแรกเตอร์ของระบบส่งกำลังแบบใหม่ ในการสตาร์ตและการดริฟต์ที่มันส์อย่างต่อเนื่อง

 

Corsa

ออกแบบมาเพื่อการพุ่งทะยานในสนามแข่งขัน ทำให้ Urus SE โชว์ศักยภาพด้านพลศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ด้วยการติดตั้งหน่วยควบคุมไฟฟ้า (ECU) สำหรับระบบกันสะเทือน ซึ่งช่วยควบคุมรูปแบบการเคลื่อนไหวของโครงแชสซี (ทั้งการ Pitch, Yaw, Roll และ Pump) ซึ่งทำให้ตัวรถมีความเสถียรสูงและตอบสนองกับขอบสนามแข่งได้อย่างฉับไว รวมไปถึงการวิ่งบนทางขรุะขระและพื้นผิวที่มีการยึดเกาะต่ำ ซึ่งเกิดจากการติดตั้งเหล็กกันโคลงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 48V

 

สำหรับโหมด Neve, Stabbia และ Terra

ได้ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพแรงกระทำกับพื้นถนนที่สม่ำเสมอ และสร้างแรงฉุดที่ดีที่สุดบนพื้นผิวทุกประเภท

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Denza Z พลัง 1,600 แรงม้า จาก BYD พร้อมลงสนามแข่งได้เลย

12 มิถุนายน 2569

Subaru Sambar Van พลัง 660 ซีซี เกียร์ธรรมดา ราคา 7,200 ดอลลาร์ เหมาะมากในยุคน้ำมันแพง

12 มิถุนายน 2569

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 มิถุนายน 2569

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 มิถุนายน 2569

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 มิถุนายน 2569

Audi Q7 ใหม่ SUV 7 ที่นั่ง พลัง 591 ม้า สุดหรู

10 มิถุนายน 2569

TOYOTA รุกตลาดโกคาร์ต เตรียมเปิดตัว GR Kart ตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่น หวังเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

9 มิถุนายน 2569

ชุดแต่งราคา 4,100 ดอลลาร์ ปรับลุกให้ Toyota Probox หน้าตาบ้านๆ เป็นรถ Land Cruiser 60 Series สุดคลาสสิก

9 มิถุนายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ