TH / EN

Honda Civic e:HEV ใส่ S+ Shift พร้อม Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ครั้งแรกในไทย!

23 July 2026

Mercedes-benz แถลงทิศทางดำเนินงานพร้อมเปิดแคมเปญ “FLEX Mobility Campaign” เริ่มต้น 5 แสน ผ่อน 27,000 บาท ตลอดสัญญา

23 July 2026

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 July 2026

GWM เผยภาพทีเซอร์ Ora 5 รุ่นย่อย GT และ Sport ในจีน

22 July 2026

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ขนาดกะทัดรัดที่ผลิตช่วงปี 1997-2001 โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำยุคเหมือนรถแนวคิด (Concept Car) สมรรถนะออฟโรดเต็มขั้น

20 July 2026

บทสัมภาษณ์ ทีมพัฒนา วิศวกร และออกแบบในการกลับมาครั้งใหม่ตำนาน PAJARO SUV สัญลักษณ์แห่งออฟโร้ดทนทานแข็งแกร่ง

19 July 2026

สื่ออังกฤษรายงาน SUZUKI มีแผนเปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็กจากต้นแบบ Vision e-Sky สำหรับยุโรป ภายใน 2027

17 July 2026

BAW M8 รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง แบต 81 kWh ระยะทาง 408 กิโลเมตร NEDC ชาร์จ DC 80 kW

16 July 2026

All-New NISSAN ELGRAND เปิดตัวในญี่ปุ่น ขุมพลัง e-POWER ราคาราว 1.427-1.568 ล้านบาท

16 July 2026

TOYOTA Crown Crossover MY2027 ปรับเส้นสายทูโทน เปลี่ยนใช้ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 5

16 July 2026

Chery และ Jaguar Land Rover เผยภาพห้องโดยสารของ FREELANDER 8

16 July 2026

ตำรวจดูไบรับ DENZA B8 PHEV เข้าประจำการ รถสายตรวจหน่วย GHIATH

16 July 2026

No Data Found

Back To Page Car

Lamborghini Urus SE ซุปเปอร์คาแบบ PHEV SUV รุ่นแรกของแบรนด์ พลัง 800 แรงม้า ทำ 0-100 km/h ได้ใน 3.4 วินาที

25 April 2024| Number Of Visitors 2,088

Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV PHEV รุ่นแรกของแบรนด์

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี เผยโฉม “Urus SE” ซูเปอร์เอสยูวีระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของลัมโบร์กินีในงาน Volkswagen Group Media Night จัดขึ้นก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน Auto China Beijing 2024 โดย “Urus SE” นำเสนอดีไซน์รถยนต์แนวใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ที่เหนือชั้น ระบบส่งกำลัง 800 CV  ความสบาย ประสิทธิภาพ การปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ และประสบการณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนาน Urus SE เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นที่สุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน โดยสามารถลดการปล่อย ไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศได้มากถึง 80%

 

ขุมพลัง

 

เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ให้พละกำลัง 620 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดรวม 950 Nm ที่ 1,750 - 5,750 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังไฟฟ้าเพื่อมอบกำลังเครื่อง 192 แรงม้า และแรงบิด 483 Nm และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทีมวิศวกรทำการปรับจูนเพิ่มเติมจนได้กำลังเครื่องสูงสุดที่ 800 แรงม้า พร้อมการันตีกำลังเครื่องเฉลี่ยดีที่สุดในทุก ๆ โหมดการขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน ติดตั้งแบตเตอรีลิเทียม 25.7 kWh บริเวณใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านบนระบบเฟืองท้ายไฟฟ้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยระบบไฟฟ้า 100% ที่สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 60 กม.เมื่อขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน

 

Urus SE สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที (Urus S ที่ 3.5 วินาที) และจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 11.4 วินาที (Urus S ที่ 12.5 วินาที) สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 312 กม./ชม. (Urus S ที่ 305 กม./ชม.) ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ SE เป็นรถยนต์ที่ ทรงพลังสูงสุดของตระกูล Urus และสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์เอสยูวี

 

นอกจากนี้ยังมีระบบเวคเตอร์แรงบิดไฟฟ้าตามแนวยาวรูปแบบใหม่ที่ติดตั้งไว้บริเวณกลางตัวรถ พร้อมคลัตช์อิเลกโตรไฮดรอลิกแบบมัลติเพลตซึ่งช่วยสร้างแรงบิดแปรผันระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำหน้าที่ประสานการทำงานให้สอดรับกับเฟืองท้ายไฟฟ้าบนเพลาหลังอย่างราบรื่น คอยกระจายแรงบิดเมื่อทำการเบรก ทำให้รถยนต์สามารถควบคุมอาการ oversteer ได้อยู่หมัด แถมยังปรับจูนการทำงานให้เหมาะสมกับการยึดเกาะถนนทุกรูปแบบและทุกสไตล์การขับขี่ มอบแรงฉุดและการตอบสนองที่ฉับไวสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งทะยานในสนามแข่งหรือวิ่งตะลุยไปบนเนินทราย พื้นน้ำแข็ง หรือทางดิน

 

งานออกแบบรถยนต์และอากาศพลศาสตร์

ดีไซน์ของ Urus SE สะท้อนถึงรูปทรงแบบพลศาสตร์ที่เน้นภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตและความแข็งแกร่งบึกบึน ส่วนหน้าหรูหราด้วยการออกแบบฝากระโปรงทรงใหม่แบบ Floating Design ลบเส้นสายที่เป็นตัวแบ่งส่วนต่าง ๆ ทิ้งไปเพื่อเสริมความรู้สึกลื่นไหลต่อเนื่อง เน้นย้ำถึงรูปทรงแบบนักกีฬา ชวนให้นึกถึงแนวคิดการออกแบบในรุ่น Revuelto นอกจากนี้ยังมีชุดไฟหน้าที่ใช้เทคโนโลยี Matrix LED ซึ่งเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุดที่มีแรงบันดาลใจมาจากหางวัวกระทิงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ลัมโบร์กินีนั่นเอง ตลอดจนการออกแบบส่วนกันชนท้ายและตะแกรงหน้าใหม่ในทุกรายละเอียด

 

ภายนอก

ทีมออกแบบได้นำแรงบันดาลใจมาจากรุ่น Revuelto พร้อมฝากระโปรงรถแบบ Floating เพื่อมอบเส้นสายที่สะอาดตาและรูปทรงส่วนหน้าที่แข็งแกร่งบึกบึน โดยระบบไฟหน้าที่ล้ำสมัยได้ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์แบบ DRL ไว้อย่างลงตัว การออกแบบส่วนท้ายให้ความสำคัญกับช่วงกว้าง ตกแต่งด้วยดิฟฟิวเซอร์แบบใหม่และปรับช่องติดป้ายทะเบียนรถให้มีระดับต่ำลง ดีไซน์ตะแกรงหลังนำ แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตของลัมโบร์กินีอย่าง Gallardo สำหรับการออกแบบห้องโดยสารภายในยังคงสืบทอดปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักขับและระบบดิจิทัลภายใน”

 

การจัดสรรพื้นที่เก็บสัมภาระใหม่ นำรูปทรงมาจากรุ่น Gallardo เชื่อมต่อชุดไฟท้ายด้วยดวงไฟรูปตัว “Y” และดิฟฟิวเซอร์หลังรูปแบบใหม่ซึ่งทำให้รถยนต์มีสัดส่วนคล้ายสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนสปอยเลอร์ใหม่ยังทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์หลังในการช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลังขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงเพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Urus S จึงเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

 

เปลื่ยนช่องทางเดินลมให้ต่อเนื่องมากขึ้นเพื่อลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% การออกแบบส่วนหน้ายังผสานกับการเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ด้านล่างเพื่อช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยอากาศสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเก่า

 

ออพชั่น
ล้ออัลลอยลายใหม่พร้อมดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้วเป็นรุ่นมาตรฐานพร้อมยาง Pirelli P Zero รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีโทนสีตัวรถให้เลือกมากมายและออปชันการตกแต่งอีกมากกว่า 100 องค์ประกอบ พร้อมนำเสนอ 2 โทนสีใหม่ในวันเปิดตัว ทั้งโทนสี Arancio Egon (สีส้ม) ที่จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Arancio Apodis (สีส้ม) และโทนสี Bianco Sapphirus (สีขาว) จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)

 

ดีไซน์ห้องโดยสารภายใน

การตกแต่งภายในได้รับการอัปเดตใหม่ เพื่อขับเน้นดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ “Feel like a pilot” นำเสนอฟีเจอร์ใหม่มากมายบริเวณแผงหน้าปัดด้านหน้าและยกระดับภาพลักษณ์รถยนต์น้ำหนักเบาเหมือนกับในรุ่น Revuelto

  • หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วซึ่งใหญ่กว่ารุ่นเดิม
  • กราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายดายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • ระบบวัดระยะสำหรับรุ่น SE ช่วยให้ผู้ขับสามารถรับรู้สภาวะนอกรถได้ดีขึ้น

 

โหมดการขับขี่ 10 โหมด

ทีมผู้พัฒนายังให้ความสำคัญกับระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air Suspension) เพื่อเน้นประสบการณ์ การขับขี่ของแต่ละโหมดให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

 

 EV Drive 

ช่วยให้ผู้ขับได้สัมผัสศักยภาพของพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เมื่อวิ่งบนท้องถนนในเมือง โดยสามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 60 กม. และเร่งความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม. เมื่อทำความเร็วสูงกว่านี้ เครื่องยนต์ V8 ก็จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า เช่นเดียวกันเมื่อผู้ขับต้องการแรงบิดที่มากกว่าระดับสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า

 

Hybrid

มอบประสิทธิภาพและความสบายสูงสุดบนการทำงานที่สมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า ถือเป็นโหมดใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

 

Recharge

สามารถชาร์จไฟให้แบตเตอรีได้ถึง 80% โดยที่ยังให้สมรรถนะการขับขี่สูงสุด

 

Performance

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องสัมผัสศักยภาพที่แท้จริงของ Urus SE โดยมอบประสิทธิภาพด้านพลศาสตร์ที่เหนือชั้นของซูเปอร์ เอสยูวีตัวจริงแม้ไม่ได้วิ่งบนพื้นยางมะตอย

 

Strada

ได้เพิ่มระดับความสบายของรถยนต์ขึ้นไป

 

Sport

จะเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ โดยเสริมคาแรกเตอร์ของระบบส่งกำลังแบบใหม่ ในการสตาร์ตและการดริฟต์ที่มันส์อย่างต่อเนื่อง

 

Corsa

ออกแบบมาเพื่อการพุ่งทะยานในสนามแข่งขัน ทำให้ Urus SE โชว์ศักยภาพด้านพลศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ด้วยการติดตั้งหน่วยควบคุมไฟฟ้า (ECU) สำหรับระบบกันสะเทือน ซึ่งช่วยควบคุมรูปแบบการเคลื่อนไหวของโครงแชสซี (ทั้งการ Pitch, Yaw, Roll และ Pump) ซึ่งทำให้ตัวรถมีความเสถียรสูงและตอบสนองกับขอบสนามแข่งได้อย่างฉับไว รวมไปถึงการวิ่งบนทางขรุะขระและพื้นผิวที่มีการยึดเกาะต่ำ ซึ่งเกิดจากการติดตั้งเหล็กกันโคลงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 48V

 

สำหรับโหมด Neve, Stabbia และ Terra

ได้ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพแรงกระทำกับพื้นถนนที่สม่ำเสมอ และสร้างแรงฉุดที่ดีที่สุดบนพื้นผิวทุกประเภท

 


Share this article


Related News/Articles

Honda Civic e:HEV ใส่ S+ Shift พร้อม Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ครั้งแรกในไทย!

23 July 2026

Mercedes-benz แถลงทิศทางดำเนินงานพร้อมเปิดแคมเปญ “FLEX Mobility Campaign” เริ่มต้น 5 แสน ผ่อน 27,000 บาท ตลอดสัญญา

23 July 2026

GWM เผยภาพทีเซอร์ Ora 5 รุ่นย่อย GT และ Sport ในจีน

22 July 2026

All-New NISSAN ELGRAND เปิดตัวในญี่ปุ่น ขุมพลัง e-POWER ราคาราว 1.427-1.568 ล้านบาท

16 July 2026

TOYOTA Crown Crossover MY2027 ปรับเส้นสายทูโทน เปลี่ยนใช้ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 5

16 July 2026

Chery และ Jaguar Land Rover เผยภาพห้องโดยสารของ FREELANDER 8

16 July 2026

ตำรวจดูไบรับ DENZA B8 PHEV เข้าประจำการ รถสายตรวจหน่วย GHIATH

16 July 2026

CHERY STOCKMAN กระบะดีเซลปลั๊กอินไฮบริด 476 แรงม้า 800 นิวตันเมตร วิ่งไฟฟ้า 100 กม. NEDC

16 July 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept