Hyundai Staria รุ่น Minorchange ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศเกาหลีใต้แล้ว
ด้านหน้าเปลี่ยนมาใช้แถบไฟ LED เส้นยาวพร้อมโลโก้ Staria บริเวณด้านข้าง ไฟหน้าด้านล่างถูกออกแบบให้กลมกลืนมากขึ้น และช่องดักอากาศสำหรับระบายความร้อนก็เปลี่ยนลวดลายใหม่ รุ่นย่อยระดับสูงอย่าง Lounge ได้รับการปรับกระจังหน้าเล็กน้อย เพิ่มลูกเล่นโครเมียม และแยกภาพลักษณ์ของกระจังหน้าออกจากช่องรับอากาศด้านล่างของกันชนอย่างชัดเจน ขณะที่ Hyundai ยังไม่ยืนยันรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับ Staria Electric รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แม้จะมีการพบรถต้นแบบวิ่งทดสอบพร้อมกันชนหน้าดีไซน์เฉพาะแล้วก็ตาม
ในส่วนของสีตัวถัง มีการเพิ่มสีใหม่ Classy Blue Pearl เข้ามาในไลน์สีมาตรฐาน ขณะที่รุ่น Lounge ยังเพิ่มสี Galaxy Maroon Pearl เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
ภายในห้องโดยสาร โครงสร้างโดยรวมยังคงเดิม แต่มีการยกระดับองค์ประกอบสำคัญหลายจุด ทั้งหน้าจอแสดงผลมาตรวัดดิจิทัล และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลาง ที่ขยายขนาดจาก 10.25 นิ้ว เป็น 12.3 นิ้ว และมาพร้อมซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดของ Hyundai ซึ่งรองรับการอัปเดตแบบ OTA (Over-the-Air) แผงแดชบอร์ดได้รับการออกแบบใหม่ เพิ่มช่องแอร์แบบใหม่และถาดเก็บของเพิ่มเติม ขณะที่คอนโซลกลางได้รับการปรับปรุง โดยเพิ่มปุ่มควบคุมมากขึ้น แทนที่ปุ่มระบบสัมผัสของรุ่นเดิม พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ คันเกียร์ไฟฟ้าแบบติดตั้งบนคอพวงมาลัยในรุ่น Lounge มือจับเสริมข้างเบาะคนขับเพื่อช่วยให้ขึ้น-ลงรถได้สะดวกขึ้น รวมถึงตัวเลือกสีวัสดุหุ้มภายในใหม่ และการเพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมากขึ้น
Hyundai Staria มีรูปแบบที่นั่งให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นใช้งานเชิงพาณิชย์แบบ 2 ที่นั่ง ไปจนถึงรุ่นโดยสาร 11 ที่นั่ง จัดวางได้สูงสุด 4 แถว
Hyundai ยังให้ความสำคัญกับความนุ่มนวลในการขับขี่ โดยปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ ตัวรถพร้อมบูชซับเฟรมแบบปรับปรุงใหม่ รุ่น Lounge ได้รับบูชแบบไฮโดรลิก ขณะที่ทุกรุ่นย่อยมีการเพิ่มวัสดุซับเสียง เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร
ขุมพลังยังคงเดิมทั้งหมด รุ่นพื้นฐานยังใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลัง 240 แรงม้า และสามารถใช้เชื้อเพลิง LPG ได้ รุ่นไฮบริดใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 245 แรงม้า ส่วนรุ่นไฟฟ้า 100% ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
Hyundai Staria รุ่นปี 2026 เปิดให้สั่งจองแล้วในเกาหลีใต้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 32.59 ล้านวอน (ประมาณ 694,000 บาท) และสูงสุด 48.76 ล้านวอน (ราว 1,039,000 บาท) สำหรับรุ่นย่อยสูงสุด ก่อนเตรียมขยายการทำตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป















ที่มา: Carscoops