นอกจากรุ่นลิมิเต็ด GR Supra A90 Final Edition แล้ว Toyota ยังได้เผยโฉม GR Supra รุ่นอัปเดตเล็กน้อยสำหรับปีสุดท้ายของการวางจำหน่ายในตลาดโลก รวมถึงญี่ปุ่น ยุโรป และออสเตรเลีย โดยรุ่นนี้ใช้ชื่อว่า “Lightweight Evo” ในยุโรป หรือ “Track Edition” ในออสเตรเลีย โดยตัวรถได้รับการปรับปรุงทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์และช่วงล่าง
จุดเด่นภายนอก ได้แก่ สปอยเลอร์หลังแบบ Ducktail ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และช่องระบายอากาศบนซุ้มล้อหน้าแบบใหม่ ทั้งสองชิ้นได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ตัวรถใช้ล้ออะลูมิเนียมฟอร์จขนาด 19 นิ้วสีดำด้าน หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Super Sport ประกบกับชุดเบรค Brembo ขนาดจาน 347 มิลลิเมตรส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมตะเข็บสีแดงและเข็มขัดนิรภัยสีแดงเข้าชุดกัน
มีการปรับตั้งค่าใหม่สำหรับโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังมีการปรับปรุงชิ้นส่วนช่วนล่าง เช่น ยางบูช ยางยึด เหล็กกันโคลง มีการเสริมความแข็งแรงโครงเสริมใต้ท้องรถ ติดตั้งระบบควบคุมดิฟเฟอเรนเชียลแบบแอคทีฟใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและลดอาการหน้าดื้อขณะเข้าโค้ง มีการปรับระบบพวงมาลัยไฟฟ้าให้แม่นยำยิ่งขึ้น, การเพิ่มองศาแคมเบอร์ของล้อ
ในด้านขุมพลัง GR Supra Lightweight EVO มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลัง 382 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ไม่ได้มีการปรับพละกำลังเหมือนในรุ่น Final Edition และลูกค้ายังสามารถเลือกได้ระหว่าง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด นอกเหนือจากรุ่น A90 Final Edition และ Lightweight Evo แล้ว GR Supra ที่วางจำหน่ายในยุโรปและญี่ปุ่นยังคงมีรุ่นมาตรฐานที่ใช้เครื่องยนต์ ทั้งแบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร และ 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้เลือกอีกด้วย












ที่มา: Toyota Europe Newsroom