Mitsubishi XFORCE HEV ทำตลาดในประเทศไทย 3 รุ่นย่อย ได้แก่
-
รุ่น IGNITE ราคา 899,000 บาท
-
รุ่น ULTIMATE ราคา 1,039,000 บาท
-
รุ่น ULTIMATE X ราคา 1,089,000 บาท

สำหรับขุมพลัง Mitsubishi XFORCE HEV มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด ขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ให้พละกำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 116 แรงม้า 255 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ไฮบริด Lithium-ion ขนาด 1.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 2-Speed Transaxale ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยเคลมอัตราความประหยัดไว้ที่ 24.4 กม./ลิตร
มิติตัวถัง ของ Mitsubishi XFORCE HEV
- กว้าง 1,810 มิลลิเมตร
- ยาว 4,390 มิลลิเมตร
- สูง 1,660 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร
- Ground Clearance 183 มิลลิเมตร



จุดเด่นสำคัญสำหรับ Mitsubishi XFORCE HEV
- ระบบฟูลไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ เคลมอัตราความประหยัด 24.4 กม./ลิตร
-
ช่วงล่างด้านหน้า McPherson Strut
-
ช่วงล่างด้านหลัง Torsion Beam
-
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
- ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง AYC
- ช่วงล่างจูนพิเศษสำหรับประเทศไทย
- โหมดการขับขี่ 7 โหมด
- Charge
- EV Priority
- Normal
- Gravel
- Wet
- Tarmac
- Mud
- ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ
- ไฟเดย์ไลท์และไฟตัดหมอกแบบ LED
- ไฟท้าย LED สี Smoke
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED
- ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Alenza 001 ขนาด 225/50 R18
- หลังคาดำพร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม
- ไฟแอมเบี้ยนบริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูคู่หน้า
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- หน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple Carplay และ Andriod Auto
- ระบบเสียง Yamaha พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง
- ระบบปรับอากาศแยกปรับซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ Nanoe X
- ที่พักแขนบริเวณคอนโซลกลางพร้อมกล่องเก็บความเย็น
- ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อม Kick Sensor
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
- เบาะหนังสังเคราะห์มี Heatguard สะท้อนความร้อน
- เบาะหลังปรับเอนได้ 8 ระดับ
- Mitsubishi Diamond Sense
- ระบบเตือนมุมอับสายตา BSW
- ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCM
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าเคลื่อนที่ LCDN
- กล้องมองรอบคัน 360 องศา
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
- ชุดตกแต่งรอบคัน
- สีตัวถังแบบทูโทน











จุดสังเกตสำหรับ Mitsubishi XFORCE HEV รุ่น IGNITE ราคา 899,000 บาท
- ไม่มี ไฟตัดหมอกแบบ LED
- ไม่มี ชุดตกแต่งรอบคัน
- ไม่มี ไฟแอมเบี้ยนไลท์
- ไม่มี ฝาท้ายไฟฟ้า
- ไม่มี กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
- ไม่มี แผ่นกั้นห้องสัมภาระ
- ไม่มี ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
- ไม่มี กล้องมองภาพรอบคัน และ ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนจากกล้องรอบคัน
- ไม่มี ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
- ไม่มี เซนเซอร์กะระยะจอด
- ภายในห้องโดยสารสีดำ
- เบาะผู้ขับขี่ปรับระดับได้ 6 ทิศทาง (ไม่ไฟฟ้า)
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง (ไม่ใช่ Yamaha)
- ยังคงได้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Mitsubishi Diamond Sense
- มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond)
สีเงิน (Blade Silver)
สีเทา (Graphite Grey)




จุดสังเกตสำหรับ Mitsubishi XFORCE HEV รุ่น Ultimate ราคา 1,039,000 บาท เมื่อเทียบกับรุ่น IGNITE
- ไม่มี ชุดตกแต่งรอบคัน
- ไม่มี ไฟแอมเบี้ยนไลท์
- มีไฟตัดหมอกแบบ LED
- มีฝาท้ายไฟฟ้าพร้อม Kick Sensor
-
มีกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
-
มีแผ่นกั้นห้องสัมภาระ
-
มีกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
-
มีที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
-
ภายในห้องโดยสารสีเทาน้ำตาล (Mélenge-Mocha)
-
เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง
-
มีเซนเซอร์กะระยะจอด
-
มีระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
-
มีกล้องมองภาพรอบคัน และ ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนจากกล้องรอบคัน
-
ลำโพง 6 ตำแหน่ง (ไม่ใช่ Yamaha)
- มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ
สีเงิน (Blade Silver)
สีเทา (Graphite Gray)
สีดำ (Jet Black Mica)




จุดสังเกตสำหรับ Mitsubishi XFORCE HEV รุ่น Ultimate X ราคา 1,089,000 บาท
- ชุดตกแต่งรอบคัน
- ลำโพง Yamaha 8 ตำแหน่ง
- ไฟแอมเบี้ยนบริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูคู่หน้า
- มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ
สีเทา(Graphite Gray) หลังคาดำ
สีเหลือง (Energetic Yellow) หลังคาดำ
สีแดง (Spirit Red) หลังคาดำ
สีดำ (Jet Black Mica)








สำหรับลูกค้าที่สนใจ Mitsubishi XFORCE HEV ทาง Mitsubishi ก็ได้มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นนี้ ได้แก่
- รับประกันระบบไฮบริดเป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
- ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
- เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
- ลูกค้าครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 30,000 บาท ผ่านแอฟพลิเคชัน M-Drive