Renault Duster รุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศอินเดียได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อมดีไซน์ภายนอก ระบบขับเคลื่อน และห้องโดยสารที่หรูหรากว่าเดิม
Renault ระบุว่า Duster รุ่นใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายตามโชว์รูมทั่วประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดพวงมาลัยขวา ภายในช่วงก่อนเดือนเมษายน 2026 จากนั้นจะมีการส่งออกไปยังแอฟริกาใต้และตะวันออกกลาง
Duster ที่ผลิตในอินเดียเป็นส่วนหนึ่งของแผน “Renault International Game Plan 2027” ซึ่งประกาศเมื่อเดือนตุลาคม 2023 โดย Renault เตรียมลงทุนกว่า 3,000 ล้านยูโร (ราว 5.15 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) เพื่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 8 รุ่นนอกทวีปยุโรปภายในปี 2027
นอกเหนือจากแหล่งผลิตแล้ว ความแตกต่างระหว่าง Duster สเปกอินเดียกับรุ่นที่ผลิตในยุโรป นั้นยังรวมถึงการปรับดีไซน์ภายนอก เช่น กันชนหน้าและหลังที่ออกแบบแตกต่างกัน ทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์ม CMF-B เหมือนกัน มิติตัวถังโดยรวมแตกต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่นที่ผลิตในยุโรป มีความยาว 4,345 มม. กว้าง 1,813 มม. สูง 1,650 มม. ขณะที่รุ่นอินเดียมีตัวเลขอยู่ที่ 4,343 มม. กว้าง 1,813 มม. และสูง 1,659 มม. Duster ที่ผลิตในอินเดียมีระยะต่ำสุดจากพื้น 212 มม. เท่ากับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ผลิตในยุโรป แต่ในช่วงเปิดตัวจะมีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น แม้จะมีความแตกต่างดังกล่าว แต่ทั้งสองตลาดยังคงวางตำแหน่งรถในแนวลุยและสายแอดเวนเจอร์ โดยติดตั้งอุปกรณ์ปกป้องใต้ท้องรถและตัวถังส่วนล่าง เช่น แผ่นกันกระแทกหน้าและหลัง รุ่นอินเดียมีมุมไต่ (Approach angle) 25.7 องศา และมุมจาก (Departure angle) 29.2 องศา ขณะที่รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ผลิตในยุโรปทำได้ที่ 31 และ 36 องศาตามลำดับ
ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดอยู่ภายในห้องโดยสาร โดย Duster สเปกอินเดียใช้การออกแบบใหม่ทั้งหมด รุ่นตลาดอินเดียมาพร้อมหน้าจอดิจิทัลแบบคู่ โดยรุ่นเริ่มต้นใช้จอเรือนไมล์ขนาด 7.0 นิ้ว และเพิ่มเป็น 10.25 นิ้วในรุ่นที่สูงขึ้น จับคู่กับหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้แพลตฟอร์ม Google รองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini AI และบริการเชื่อมต่อออนไลน์ พร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา แสดงภาพแบบ 3D ไดนามิก ตัวรถมาพร้อมระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย–ขวา ช่องแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง เบาะนั่งระบายอากาศ หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา และฝาท้ายไฟฟ้า
ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ประกอบด้วย ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบอ่านป้ายจราจร ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัว ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน
สเปกอินเดียสามารถเลือกขุมพลังได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร แบบ Mild-hybrid พละกำลัง 101 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
- เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 1.4 ลิตร พละกำลัง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร เลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 6 สปีด
- เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 4 สูบ 1.8 ลิตร แบบ Atkinson Cycle ให้กำลัง 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ









ที่มา: CarExpert