EN / TH

สื่ออเมริการายงาน Ford กำลังพิจารณาพัฒนา Bronco Pickup วางตำแหน่งกระบะ Mid-size

20 สิงหาคม 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

GWM CANNON ALPHA เครื่องดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร เปิดตัวในออสเตรเลียควบคู่กับ TANK500

17 สิงหาคม 2569

IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ปรับราคาพิเศษเป็น 1.449 ล้านบาท เพิ่มอีก 200 คัน หลังครบ 400 คันแรก

17 สิงหาคม 2569

HONDA SUPER-ONE แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็ก จำกัด 30 คันปีนี้ ราคา 990,000 บาท

14 สิงหาคม 2569

ACURA เปิดตัว NEXERA Vision รถยนต์ Concept สะท้อนแนวคิดการออกแบบใหม่ของแบรนด์

14 สิงหาคม 2569

HONDA จ้าง TATA พัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ เพื่อลดระยะเวลาและควบคุมต้นทุน

13 สิงหาคม 2569

All-New LEXUS ES เปิดตัวในไทย ขุมพลัง Hybrid และ BEV ราคา 3,290,000-3,890,000 บาท

13 สิงหาคม 2569

GEELY STARRAY EM-R ขุมพลัง PHEV ชนิด REEV วิ่งไฟฟ้าล้วน 104.8 กม. NEDC 699,900-799,900 บาท

13 สิงหาคม 2569

MITSUBISHI เตรียมผลิตรถยนต์ HEV รุ่นใหม่ในฟิลิปปินส์ สื่อในประเทศคาดว่าเป็น Next-Gen XPANDER

11 สิงหาคม 2569

TOYOTA COASTER อัพเดทปี 2026 เครื่อง EURO 5 เพิ่ม USB-C ผู้โดยสาร 6 จุด

10 สิงหาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

จีนไม่พร้อม Omoda & Jaecoo หรือจะสะดุดตั้งแต่ต้นทาง?

27 ธันวาคม 2568| จำนวนผู้เข้าชม 1,631

 
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังร้อนแรง ต้องเผชิญอีกหนึ่งบททดสอบ เมื่อ โอโมดา แอนด์ เจคู (Omoda & Jaecoo) หรือ OJ  แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนในเครือ เชอรี่(Chery Automobile) ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์อย่างหนัก จากปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้า หลังเพิ่งประกาศความสำเร็จด้านยอดจดทะเบียนได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน




จาก “แชมป์จดทะเบียน” สู่คำถามเรื่องความพร้อม

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568  มีรายงานจาก Omoda & Jaecoo  ประเทศไทย  เปิดเผยว่า โอโมดา สามารถทำยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย  ในเดือน พฤศจิกายนได้ 2,896 คัน ส่วนใหญ่เป็นรุ่น JAECOO 5 EV ส่งผลให้แบรนด์ โอโมดา  ขึ้นเป็นผู้นำยอดจดทะเบียน EV รายเดือนของไทยในทันที อย่างไรก็ตาม ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์2568 ที่ผ่านมา โอโมดายังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อโดย มีกำหนดส่งมองรถจากคำสั่งซื้อในงาน โดยระบุว่า รถล็อตใหม่ได้เดินทางถึงประเทศไทยภายในเดือนธันวาคม และสามารถส่งมอบให้ลูกค้าทั่วประเทศได้ตามแผน โดยยืนยันว่า รถยนต์มากกว่า 3,000 คัน ได้มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีแล้วอย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดและเป็นดารม่าอย่างแรงในโลกออนไลน์




ขาดรถเทรลเลอร์ขนส่ง ส่งมอบไม่ทันตามสัญญา

Omoda & Jaecoo (ประเทศไทย) แจ้งต่อลูกค้าว่า ไม่สามารถส่งมอบรถทั้งหมดได้ภายในเดือนธันวาคม เนื่องจากข้อจำกัดด้านรถพ่วงขนส่งในช่วงเทศกาลปลายปี ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากต้องรอรถนานกว่ากำหนดที่สร้างกระแสวิพากษ์ในโลกออนไลน์ คือแนวทางแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคยในตลาดรถยนต์ไทย เมื่อบริษัทเสนอให้ลูกค้าที่ไม่ต้องการรอ เดินทางไปรับรถด้วยตนเองที่ลานจอดรถแหลมฉบัง แทนการส่งมอบผ่านโชว์รูมหรือถึงบ้านลูกค้า กรณีดังกล่าวจุดกระแสไม่พอใจในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการ “รับรถที่ยาร์ด” ไม่ใช่มาตรฐานปกติของอุตสาหกรรมรถยนต์



 

เปิดคำชี้แจงจาก Omoda & Jaecoo

บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ลูกค้าเป็นอันดับแรก พร้อมระบุว่าได้เพิ่มกำลังการส่งมอบจากเดิมประมาณ 300 คันต่อวัน เป็นราว 500 คันต่อวัน ลูกค้าที่ต้องการรับรถด้วยตนเอง สามารถรับรถได้ที่ Pick Up Point ยาร์ดแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00–17.00 น.บริษัทระบุว่าจะ ดูแลค่าเดินทางและสนับสนุนค่าโรงแรมสำหรับลูกค้าต่างจังหวัด และมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพรถ (PDI) ประจำจุดส่งมอบ โดยลูกค้าสามารถโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้าได้ที่หมายเลข 02-020-8888 พร้อมแจ้งข้อมูลต่อไปนี้: ชื่อ-นามสกุล / หมายเลขโทรศัพท์ / ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต / รุ่นรถ / หมายเลขตัวถัง / สีรถ

 



โอโมดา แอนด์ เจคู ขออภัยในความล่าช้าในการส่งมอบรถที่เกิดขึ้น

บริษัทฯ มีความตั้งใจในการส่งมอบรถยนต์คุณภาพให้กับลูกค้าชาวไทยทุกท่าน โดยขณะนี้รถยนต์มากกว่า 3,000 คัน ได้เดินทางถึงท่าเรือเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการทยอยส่งมอบไปยังผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กระบวนการส่งมอบเกิดความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
บริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจต่อความล่าช้าที่เกิดขึ้น สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการส่งมอบล่าช้า ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณในความเข้าใจ และขอตอบแทนด้วยสิทธิพิเศษ
ลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายที่ท่านได้ทำการจองรถไว้ เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม
ขอขอบคุณทุกความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

แรงกดดันจากเส้นตาย “EV 3.5”
จากปัญหาการส่งมอบแล้ว Omoda & Jaecoo ยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านเวลา เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากจีนจะต้อง จดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 เพื่อรักษาสิทธิ์เงินอุดหนุนจากภาครัฐจำนวน 75,000 บาทต่อคัน ภายใต้โครงการ EV 3.5หลังจากเส้นตายดังกล่าว รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้อง ประกอบในประเทศไทย และเงินอุดหนุนจะลดลงเหลือ 50,000 บาทต่อคัน ซึ่งมีผลต่อทั้งต้นทุนบริษัทและความคาดหวังของลูกค้าโดยตรง 


เสียงสะท้อนโซเชียล
บนเฟซบุ๊กของโอโมดา มีชาวเน็ตทั้งที่เป็นลูกค้าและคนทั่วไปต่างแสดงความเห็นต่อการเปิดให้ลูกค้าไปรับรถที่ท่าเรือ จำนวนมาก  ผู้ใช้ เฟซบุ๊กชื่อ Keng Witchar แสดงความเห็นว่า 
ทำไมไม่เข้าไปเจรจากับทางรัฐบาลขอ ส่งมอบให้ทันภายในเดือนมกราคม เนื่องจากสาเหตุต่างๆ นาๆ ก็อธิบายไป ในขณะที่ กิตติชัย แสดงความเห็นว่า "มุมคนอยากได้รถไปใช้ปีใหม่ อันนี้ช่วยลดเวลารอได้จริง ส่วนสมาชิกอีกท่านหนึ่งแสดงความเห็นว่า อย่าไปรับเองเลย ความเสี่ยงเยอะ อดใจรอหลังปีใหม่ ให้รถมาลงศูนย์ที่จองก่อน ไม่รู้ว่ารถลงเรือแล้วได้ทำ pdi มาหรือยัง ส่วนบัญชีผู้ใช้ชื่อ อะตอม มีคำถามว่า รถคันที่จอง จะจดทะเบียนทัน EV 3.0 แน่นอนหรือไม่? ถ้าจดทะเบียนไม่ทัน บริษัท/ดีลเลอร์รับผิดชอบส่วนต่างเงินอุดหนุนหรือไม่  และมีหนังสือหรือเอกสารยืนยันเรื่องสิทธิ EV 3.0 ให้ลูกค้าหรือไม่ ในขณะที่บัญชี ปาล์ม มี่ ระบุว่า รอมาจะ3เดือนแล้ว ยังไม่ได้เลย ท้อใจ

 

บททดสอบสำคัญของแบรนด์จีนในไทย
กรณี Omoda & Jaecoo สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จด้านยอดขายและการจดทะเบียน อาจไม่เพียงพอหากโครงสร้างการทำธุรกิจ ทั้งโลจิสติกส์และบริการหลังการขายยังไม่พร้อม ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอาจเปราะบางกว่าที่คิด และเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจกลายเป็น จุดชี้ชะตา ว่า Omoda & Jaecoo จะสามารถตั้งหลักในตลาดไทยได้ หรือจะ “สะดุดตั้งแต่ก้าวแรก” อย่างที่หลายฝ่ายกำลังกังวล

 

 

 

เกี่ยวกับ โอโมดาแอนด์เจคู

OMODA & JAECOO เป็นผู้พัฒนาแบรนด์รถยนต์ส่วนบุคคล ภายใต้บริษัท Chery Automobile  ประเทศจีนโดยนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ทางเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV, HV และอื่นๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น เติบโตอย่างรวดเร็วใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มีผู้ใช้ทั่วโลกเกิน 410,000 คน โดยเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2567 ทั้งนี้ในประเทศไทย ผู้บริหารสูงสุดของโอโมดา และเชอรี่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2568 มีดังนี้ นายจิม ลี เป็นผู้อำนวยการ แบรนด์ เชอรี ออโตโมบิล (ประเทศไทย) นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) นายบิล จาง ผู้อำนวยการ แบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย)


โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เกิดจาก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ เชอรี่ อินเตอร์เนชันแนล ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของจีน กับพันธมิตร สัญชาติไทยคือ บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) ภายใต้ สัญญาร่วมลงทุน (Joint Venture) โดย KGEN ถือหุ้น 60% สำหรับ KGEN ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ภายใต้ชื่อ บริษัท แน็ทค่อนมีเดีย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจผลิตรายการข่าวในรูปแบบต่างๆ ปัจจุบันเป็นบริษัทแม่ของ เครือเนชั่นและกรุงเทพธุรกิจ สื่อรายใหญ่ของประเทศไทย โดยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2565 ที่ประชุมบอร์ดบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC ได้อนุมัติเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น "บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน)

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ปรับราคาพิเศษเป็น 1.449 ล้านบาท เพิ่มอีก 200 คัน หลังครบ 400 คันแรก

17 สิงหาคม 2569

HONDA SUPER-ONE แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็ก จำกัด 30 คันปีนี้ ราคา 990,000 บาท

14 สิงหาคม 2569

FORD FATHOM กระบะไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ แพลตฟอร์ม Universal EV เริ่มต้นราว 939,519 บาท

7 สิงหาคม 2569

KIA PV5 CARGO รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ แบต 51.5 kWh ระยะทาง 384 กม. NEDC ราคา 1,199,000 บาท

6 สิงหาคม 2569

HYUNDAI NEIRA Prototype รถ BEV ต้นแบบ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่ง 490 กม./ชาร์จ เตรียมผลิตในอินโด

31 กรกฏาคม 2569

XIAOMI เปิดตัว SKYNOMAD N70 และ N90 ในจีน ขุมพลัง EREV เริ่มต้นราว 1.3 และ 1.5 ล้านบาท

31 กรกฏาคม 2569

BYD RACCO EV เปิดตัวในญี่ปุ่น Kei Car ไฟฟ้า 64 แรงม้า ระยะทาง 210-320 กม. WLTC เริ่มต้นราว 439,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

NISSAN LEAF NISMO เปิดตัวในญี่ปุ่น ตกแต่งรอบคัน ปรับปรุงช่วงล่างใหม่หมด พละกำลังคงเดิม

27 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ