นิสสัน กำลังมองหาพันธมิตรใหม่ เนื่องจากเตรียมที่จะยุติการเจรจาเพื่อจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งร่วมทุนกับ ฮอนด้า เจแปนไทม์ อ้างแหล่งข่าว ว่าพันธมิตรรายใหม่ ของนิสสันอาจมาจากภาคเทคโนโลยีและมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ แม้ว่ายอดขายของ นิสสัน จะชะลอตัวทั่วโลก แต่สำหรับตลาดอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของ นิสสัน และการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังถูกผลักดันในวงกว้าง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายต่างแสวงหาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมาเป็นพันธมิตร
นายมาโกโตะ อุชิดะ ประธานบริษัทนิสสัน พบกับนายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานบริษัทฮอนด้า ที่สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าในกรุงโตเกียวเมื่อวันพฤหัสบดี (6ก.พ.)ที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวอื่นๆ ระบุว่าระหว่างการประชุม นายอุชิดะได้แจ้งให้นายมิเบะทราบถึงความตั้งใจของนิสสันที่จะยุติการเจรจาเกี่ยวกับบริษัทโฮลดิ้งร่วมดังกล่าว
นิสสันและฮอนด้ามีแผนที่จะประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับอนาคตของการเจรจารวมธุรกิจในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยทั้งสองบริษัทจะสรุปผลหลังจากพิจารณาสิ่งที่ผู้นำทั้งสองหารือกันในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แหล่งข่าว เผยว่า ฮอนด้าเคยเสนอแนวคิดในการซื้อกิจการนิสสันและทำให้นิสสันเป็นบริษัทในเครือที่ฮอนด้าถือหุ้นทั้งหมด แต่ได้รับการคัดค้านอย่างหนัก นอกจากนี้ ระดับขนาดของการลงทุนยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอีกด้วย
ฮอนด้าได้กำหนดให้การปรับโครงสร้างการดำเนินงานของนิสสันเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ แต่ถึงแม้จะเลิกจ้างพนักงานบางส่วนและลดปริมาณการผลิตแล้ว นิสสันก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก ตัวอย่างเช่น นิสสันไม่ได้วางแผนที่จะปิดโรงงานใดๆ ซึ่งน่าจะทำให้ฮอนด้าไม่พอใจ เนื่องจากฮอนด้ากำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งนี้ การถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรกับฮอนด้าถือเป็นการเดิมพัน ครั้งใหญ่สำหรับนิสสัน ซึ่งรถยนต์ของนิสสัน ค่อนข้างล้าสมัยทำให้ต้องลดราคาลงอย่างหนัก ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทลดลง นิสสันจะรายงานรายได้ไตรมาสที่ 3 ในสัปดาห์หน้า
หากนิสสัน ไม่สามารถหาพันธมิตรที่จะช่วยให้บริษัทกลับมามีฐานะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นบริษัทอาจต้องได้รับการช่วยเหลือ เช่นเดียวกับที่เคยขายหุ่นให้เรโรลต์ ในอดีต การยุติการเจรจาพิเศษกับฮอนด้านั้น จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถถอนตัวได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการยกเลิกจำนวนสูงถึง 100,000 ล้านเยน (657 ล้านดอลลาร์) ตามบันทึกข้อตกลงของบริษัทเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 67
นิสสัน เคยดิ้นรนเพื่อฟื้นคืนฐานะนับตั้งแต่มีการจับกุมและขับไล่อดีตประธาน Carlos Ghosn เมื่อปี 2018 ในข้อหารายงานเงินชดเชยต่ำกว่าความเป็นจริง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ นิสสัน ต้องพลิกโฉมความร่วมมือกับ Renault และการยุติความสัมพันธ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงต้องลาออก แม้ว่านิสสันจะประสบปัญหามากมาย แต่การดำเนินงานด้านการผลิตที่กว้างขวางและชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคยของ นิสสัน ยังคงเป็นจุดดึงดูดใจ
Hon Hai Precision Industry ผู้ผลิต iPhone หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn ซึ่งกำลังพยายามสร้างฐานที่มั่นในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบเอาท์ซอร์ส ได้ติดต่อ นิสสัน เพื่อขอซื้อหุ้นในบริษัทเมื่อเดือนธันวาคม แต่สุดท้ายก็ระงับความสนใจไว้เมื่อทราบชัดว่าผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายนี้กำลังเจรจาเรื่องการควบรวมกิจการกับ ฮอนด้า อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า Foxconn ไม่ได้ยอมแพ้โดยสิ้นเชิง โดยต้องการดูว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการต่อไป