นิสสันออสเตรเลียเผย กำลังพิจารณานำ Frontier Pro Plug-in Hybrid มาทำตลาดในออสเตรเลีย แอนดรูว์ ฮัมเบอร์สโตน รองประธานและกรรมการผู้จัดการของนิสสันออสเตรเลีย กล่าวว่า รถกระบะปลั๊กอินไฮบริดที่ร่วมพัฒนากับบริษัท Dongfeng ของจีนนั้น “สามารถเข้ากับไลน์ผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างแน่นอน” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรหากจะวางจำหน่ายควบคู่ไปกับ Navara รุ่นใหม่ มันขึ้นอยู่กับว่าโมเดลธุรกิจมันเวิร์กหรือไม่ ผมคิดว่าการเปลี่ยนเป็นพวงมาลัยขวาน่าจะใช้เวลาราว 6 เดือน และผมคิดว่ารถรุ่นนี้มีศักยภาพในการทำตลาด”
Frontier Pro Plug-in Hybrid เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้วในงานมอเตอร์โชว์เซี่ยงไฮ้ เป็นผลจากความร่วมมือกับพันธมิตรจีน ตงเฟิง (Dongfeng) โดยใช้พื้นฐานมาจากกระบะ Dongfeng Z9 แทนที่จะเป็นรุ่น Frontier ที่พัฒนาจาก Navara D40 ซึ่งจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
Frontier Pro Plug-in Hybrid ถือเป็น รถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของนิสสันในโมเดลระดับโลก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่กับระบบเกียร์ ให้กำลังรวมสูงสุด 402 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ด้านช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบ ห้าจุดยึด (five-link) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และยางขนาด 265/65 R18 และยังมี ดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า-กลไก (electromechanical) ให้เลือก และโหมดการขับขี่ที่ปรับได้หลากหลาย ได้แก่ Hybrid, Electric, Performance และ Snow นิสสันระบุว่า รถรุ่นนี้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้ระยะทาง 135 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ 14.4 กม./ลิตร ระบบ Vehicle-to-Load (V2L) สามารถจ่ายไฟฟ้าสูงสุดถึง 6 กิโลวัตต์ ความสามารถในการลากจูงแบบมีเบรกอยู่ที่ 3,500 กิโลกรัม เทียบเท่ากับ Navara และรองรับการลุยน้ำได้ลึกถึง 700 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสารติดตั้ง หน้าปัดดิจิทัลขนาด 10 นิ้ว และระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ห้องโดยสารหรูหรากว่า Navara อย่างชัดเจน โดยเบาะคู่หน้ารองรับ ฟังก์ชันปรับอุ่น-เย็น พร้อมระบบนวด และมี ซันรูฟแบบพาโนรามา ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร รุ่นที่เปิดตัวในเซี่ยงไฮ้ยังโดดเด่นด้วยภายในที่มีสีสันสดใส ตกแต่งด้วย เบาะสีเหลือง และ แผงตกแต่งสีเหลือง ที่แผงหน้าปัดและแผงประตู



