หลังจากความพยายามในการควบรวมกิจการกับฮอนด้าต้องพับแผนไป ล่าสุดมีรายงานจากหนังสือพิมพ์ Mainichi Shimbun ของญี่ปุ่นว่า ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้าได้เข้าพูดคุยกับนิสสัน เพื่อหาความเป็นไปได้ในการจับมือร่วมกันในอนาคต แม้ทั้งสองบริษัทยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ แต่ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเร่งเข้าสู่โลกพลังงานไฟฟ้า การรวมกลุ่มเพื่อความอยู่รอดกลายเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่เผชิญการแข่งขันรุนแรงจากผู้เล่นรายใหม่ทั่วโลก
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Mainichi Shimbun ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดังกล่าว ผู้บริหารระดับสูงของ โตโยต้า(Toyota Motor) ได้ติดต่อนิสสัน( Nissan )เกี่ยวกับความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่านิสสันจะปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้และ โตโยต้า ยังคงตรวจสอบรายงานดังกล่าวอยู่ก่อนออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเห็นจากข่าวลือนี้ว่าในกระแสการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่กำลังประสบปัญหาได้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา
ในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สามรายของญี่ปุ่น นิสสัน มอเตอร์ ถือเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันด้านการอยู่รอดมากที่สุด จากการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเหตุนี้ นิสสันจึงได้ริเริ่มแผนการควบรวมกิจการกับฮอนด้า ซึ่งเป็นความพยายามที่ยืดเยื้อมานานเกือบหนึ่งปี ก่อนที่จะล้มเหลวในที่สุด
การหารือเบื้องต้นระหว่างนิสสันและฮอนด้าเริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 โดยมีเป้าหมายในการร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ต่อมาในเดือนสิงหาคม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ตัดสินใจเข้าร่วมในการหารือดังกล่าวด้วย สถานการณ์ยิ่งทวีความเข้มข้น เมื่อ Hon Hai บริษัทแม่ของ Foxconn แสดงความสนใจเข้าซื้อกิจการนิสสัน ทำให้นิสสันและฮอนด้าออกประกาศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ว่าจะเปิดการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการ โดยมีแนวคิดจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งที่นิสสันและฮอนด้าจะกลายเป็นบริษัทย่อย และมิตซูบิชิอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวต้องสะดุดลง เมื่อเกิดความเห็นต่างเกี่ยวกับโครงสร้างการควบรวม โดยเฉพาะข้อเสนอของฮอนด้าที่จะให้นิสสันกลายเป็นบริษัทลูก ซึ่งถูกคัดค้านอย่างหนักจากฝ่ายบริหารของนิสสัน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 มาโกโตะ อุชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสันในขณะนั้น ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของฮอนด้า เพื่อแจ้งการยุติการเจรจาอย่างเป็นทางการ และเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งสามบริษัท ได้แก่ นิสสัน ฮอนด้า และมิตซูบิชิ ได้ประกาศร่วมกันถึงการตัดสินใจยุติบันทึกความเข้าใจที่มีแผนจะสร้างความร่วมมือสามฝ่ายอย่างเป็นทางการ
สำหรับโตโยต้า ความร่วมมือกับนิสสันอาจเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
ในปัจจุบัน โตโยต้ามีการถือหุ้นในผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นหลายราย เช่น สัดส่วน 20% ใน ซูบารุ, 5.1% ในมาสด้า และ 4.9% ใน ซูซูกิ การที่นิสสันอาจเข้ามาเป็นพันธมิตรเพิ่มเติม จะส่งผลให้เกิดการรวมตัวกันของกำลังการผลิตและพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์หรู ไปจนถึงรถเพื่อการพาณิชย์อย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับนิสสัน โตโยต้าก็เผชิญกับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และกำลังปรับทิศทางขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวโน้มใหม่ของตลาดโลก การที่ทั้งสองบริษัทต่างมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน ทำให้ความร่วมมือระหว่างกันมีความเป็นไปได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากการเจรจาที่ไม่ประสบความสำเร็จระหว่างนิสสันและฮอนด้า ทำให้การรวมตัวกับโตโยต้าก็ยังเต็มไปด้วยตัวแปรและอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความแตกต่างในมุมมองและยุทธศาสตร์ของผู้บริหาร เช่น “ทฤษฎีการเอาตัวรอด” ของอดีตซีอีโอ มาโกโตะ อุชิดะ แห่งนิสสัน ที่เน้นการรักษาเอกลักษณ์ขององค์กรอย่างเข้มงวด จึงยังต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าแนวคิดการจับมือระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจะเดินหน้าไปได้ไกลเพียงใดในโลกยานยนต์ยุคใหม่