ฟอร์ด ออสเตรเลียเตรียมอัปเดตดีไซน์ช่วงกลางอายุตลาดปี 2026 ให้กับ Ford Ranger และ Everest
การปรับโฉมของรถกระบะขายดีที่สุดในออสเตรเลียอย่าง Ford Ranger ปี 2026 และ Everest SUV ฝาแฝด จะมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกเพียงเล็กน้อย ทั้งกระจังหน้าใหม่และสีตัวถังใหม่ พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ และยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตร
นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเจเนอเรชันปัจจุบันเมื่อสามปีก่อน อย่างไรก็ตาม การปรับโฉมด้านดีไซน์ยังคงเป็นแบบเบา ๆ มีเพียงกระจังหน้าใหม่ สีตัวถังเพิ่ม ตัวล้อออกแบบใหม่ในบางรุ่นย่อย และการใช้ชุดตกแต่งสีดำแทนโครมหรือสีเทา
ยกเลิกเครื่องยนต์ Bi-Turbo 2.0 ลิตร
ฟอร์ดยุติการใช้เครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตรใน Ranger และ Everest ซึ่งเดิมเป็นเครื่องยอดนิยม ส่วนหนึ่งมาจากการปรับไลน์อัปรถระดับโลกให้เรียบง่ายขึ้น โดยจะถูกแทนที่ด้วย
-
เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว มีให้เลือกในรุ่นย่อยมากขึ้น
-
เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยวรุ่นปรับปรุงใหม่ เน้นความทนทานเพิ่มขึ้น แต่กำลังยังเท่าเดิมที่ 125kW (170 PS) แรงบิดสูงสุดที่ 405 นิวตันเมตร
-
เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ จะเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น รวมถึงรุ่น 2.0 เทอร์โบเดี่ยว
รุ่นที่เปลี่ยนจาก Bi-Turbo มาเป็นเทอร์โบเดี่ยวมีราคาลดลงสูงสุด 3,700 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 77,000 บาท) ขณะที่รุ่นที่อัปเกรดเป็น V6 ราคาขยับขึ้นสูงสุด 5,400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 112,000 บาท)
การปรับดีไซน์ภายนอกประกอบด้วย
-
กระจังหน้าลายใหม่
-
โลโก้ Ford แบบแบน
-
ล้อดีไซน์ใหม่ใน Ranger XLT, Wildtrak, Platinum และ Everest Sport
-
ยกเลิกการใช้สีโครม–เทา เปลี่ยนเป็นสีดำเงา/ดำด้าน
สีใหม่/สีที่ถูกถอด
-
Wildtrak: ยกเลิก Luxe Yellow และ Blue Lightning (ยังมีใน XLT, Tremor, Raptor) เพิ่ม Ignite Orange
-
Platinum: เปลี่ยนจาก Equinox Bronze เป็น Acacia Green
-
Wolftrak รุ่นย่อยใหม่: สีพิเศษ Traction Green
-
Everest: ยกเลิก Equinox Bronze เพิ่ม Acacia Green และ Alabaster White
ไลน์อัพเครื่องยนต์
-
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์ V6 3.0 ลิตร พละกำลัง 184 kW (250 PS) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร จะมีให้เลือกใน Ranger มากถึง 13 รุ่นย่อยจากทั้งหมด 22 รุ่น (เพิ่มขึ้นจาก 5 รุ่นก่อนหน้า) ใน Everest ก็มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น Active ขึ้นไป
-
เครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบเดี่ยว พละกำลัง 125kW (170 PS) แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร เปลี่ยนเป็นโซ่ไทม์มิ่ง และหัวฉีดใหม่ โดยจะเป็นเครื่องหลักในรุ่น 4x2 และรุ่นเริ่มต้นของ Everest มาพร้อมเกียร์ 10 สปีด
-
เครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ พละกำลัง 292kW (397 PS) แรงบิดสูงสุด 583 นิวตันเมตร ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อุปกรณ์ใหม่
มาตรฐานใหม่ในทุกรุ่น:
-
หน้าจอสัมผัส 12 นิ้ว (แทน 10.1 นิ้ว)
-
ระบบช่วยขับขั้นสูงในรุ่น Chassis เช่น Blind Spot, Rear AEB, กล้องถอยหลัง
-
Wildtrak เพิ่ม Matrix LED และเครื่องเสียง B&O
Everest เพิ่ม:
-
กล้อง 360 องศาในรุ่น Sport และ Tremor
-
ระบบ TPMS
-
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า/อุ่น/ระบายอากาศ (Tremor)
ปรับไลน์อัปรุ่นย่อยใหม่
รุ่นที่ถูกตัดออก:
-
Ranger Sport
-
Everest Ambiente และ Trend
รุ่นใหม่ที่เพิ่ม:
-
Everest Active
-
Ranger Tremor V6
-
Ranger Wolftrak รุ่นพิเศษตกแต่งสีเขียว
-
Ranger Black Edition กลายเป็นรุ่นถาวร










ที่มา: Drive.com.au