Formula 1 ฤดูกาล 2026 เตรียมเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ที่สนาม อัลเบิร์ต พาร์ค สตรีท เซอร์กิต เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดย ฟอร์ด เตรียมประกาศการกลับคืนสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับสูงสุดอีกครั้ง หลังห่างหายจากการแข่งขันไปกว่า 22 ปี พร้อมตอกย้ำมรดกด้านการแข่งขันที่สั่งสมมากว่า 1 ศตวรรษ และแนวคิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่รถยนต์สำหรับการใช้งานจริง
การกลับมาครั้งนี้นำโดย วิล ฟอร์ด ผู้จัดการทั่วไปของ Ford Racing ซึ่งร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Red Bull Powertrains ในการพัฒนาขุมพลังสำหรับฤดูกาล 2026 โดยเทคโนโลยีสำคัญคือระบบไฟฟ้าแรงสูงและซอฟต์แวร์จัดการแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฮบริดในรถแข่ง และยังถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนารถกระบะและรถยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดในอนาคต
ทีมวิศวกรจากศูนย์พัฒนาในเมืองเดียร์บอร์น สหรัฐอเมริกา ทำงานร่วมกับวิศวกรของ Red Bull ที่เมืองมิลตัน คีนส์ สหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนาองค์ประกอบสำคัญของขุมพลัง F1 ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ระบบระบายความร้อน และระบบกู้คืนพลังงาน โดยมีการใช้ระบบจำลองการแข่งขันขั้นสูงที่สามารถประมวลผลได้เร็วกว่าเวลาจริงถึง 1,000 เท่า เพื่อช่วยปรับจูนสมรรถนะก่อนผลิตเครื่องยนต์จริง
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังนำเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติผลิตชิ้นส่วนต้นแบบกว่า 1,000 ชิ้นสำหรับการทดสอบ พร้อมใช้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพระดับเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน เช่น การสแกนสามมิติ เอ็กซเรย์ และซีทีสแกน เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนสามารถรองรับการแข่งขันที่ความเร็วกว่า 200 ไมล์ต่อชั่วโมง
เทคโนโลยีและกระบวนการพัฒนาจากสนามแข่งเหล่านี้ ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนารถยนต์เชิงพาณิชย์ของฟอร์ด เช่น Ford F-150 เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพและสมรรถนะของรถที่ลูกค้าจะได้ใช้งานบนท้องถนนทั่วโลก

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)