สหภาพยุโรปได้ยกเลิกแผนห้ามขายรถยนต์ใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลในปี 2035
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนี และต่อมาคือสำนักข่าว Reuters เปิดเผยว่า แผนซึ่งกำหนดให้รถใหม่ทั้งหมดที่ขายในยุโรปตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไปต้องปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และโดยปริยายต้องเป็นรถไฟฟ้านั้นถูกยกเลิกแล้ว
โดยจะมีข้อกำหนดใหม่เข้ามาแทนที่ โดยคาดว่าเป็นการกำหนดให้ลดการปล่อยไอเสียลง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องติดตั้งเทคโนโลยีไฮบริดในรถยนต์เบนซินและดีเซล
นักการเมือง มานเฟรด เวเบอร์ กล่าว“สำหรับการจดทะเบียนรถใหม่ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป การลดการปล่อย CO₂ ลง 90 เปอร์เซ็นต์จะกลายเป็นข้อบังคับสำหรับเป้าหมายกองรถของผู้ผลิต แทนที่ 100 เปอร์เซ็นต์ตามแผนเดิม และจะไม่มีเป้าหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ในปี 2040 ด้วย หมายความว่าการแบนเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปจะถูกยกเลิก” ซึ่งคำกล่าวของเวเบอร์ขัดแย้งโดยตรงกับรายงานก่อนหน้านี้ในยุโรปที่ระบุว่าการแบนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปจะถูกเลื่อนออกไปอีก 5 ปี เป็นปี 2040
ผู้นำจาก 6 ประเทศในยุโรป ได้แก่ อิตาลี โปแลนด์ สโลวาเกีย ฮังการี เช็กเกีย และบัลแกเรีย ได้ยื่นจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อขอให้ทบทวนแผนปี 2035 โดยเสนอให้รวมรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถไฟฟ้าแบบเพิ่มระยะทาง (EREV) และรถฟิวเซลล์ไฮโดรเจน (FCEV) เข้าไว้ด้วย
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเตรียมประกาศกฎใหม่เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคาดว่าจะมีการปรับวิธีคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยไอเสียของรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
ที่มา: CarExpert