ความตึงเครียดในวงการรถยนต์ไฟฟ้าจีนปะทุที่ฟอรั่มฉงชิ่ง 2025
งานฟอรั่มยานยนต์ที่เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ปี 2025 กลายเป็นเวทีเดือด เมื่อผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท BYD, Geely และ Great Wall Motor (GWM) วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนต่อหน้าสาธารณชน สะท้อนถึงความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน โดยเฉพาะท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาและผลกำไรที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มของการปะทะ
หลี่ หยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์และประชาสัมพันธ์ของ BYD เริ่มต้นประเด็นร้อนโดยกล่าวหาคู่แข่งบางราย (โดยไม่ระบุชื่อ) ว่าใช้ “กลยุทธ์สกปรก” และ “แคมเปญใส่ร้าย” เพื่อชี้นำความคิดเห็นของสาธารณะ คำพูดนี้แตกต่างอย่างมากจากถ้อยแถลงของหวัง ฉวนฝู ประธาน BYD เมื่อปี 2023 ที่เคยเรียกร้องความสามัคคีในวงการด้วยคำพูดว่า “พวกเราคืออุตสาหกรรมยานยนต์จีน” แต่หลังผ่านไปเพียงสองปี ความสามัคคีนั้นดูจะหายไป
การตอบโต้จาก Geely และ GWM
วิคเตอร์ หยาง รองประธานอาวุโสของ Geely ตอบโต้ทันที โดยกล่าวหาว่า BYD พยายามบิดเบือนความจริง และเปรียบเปรยว่า “นี่ไม่ใช่แค่ขโมยที่ตะโกนว่าถูกขโมยหรอกหรือ?” เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาจบด้วยคำพูดหรืออารมณ์ ในขณะเดียวกัน เว่ย เจี้ยนจวิ้น ประธาน GWM ก็เคยเตือนก่อนหน้านี้ว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่วิกฤต เปรียบเทียบว่าเป็น “ระเบิดเวลานับถอยหลัง”
ผู้เล่นอื่นในวงการร่วมวง
หยู เฉิงตง จาก Huawei ออกมาวิจารณ์บริษัทที่พึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงรุ่นเดียว โดย เหลย จุน จาก Xiaomi ตอบกลับออนไลน์ว่า “การใส่ร้ายคือการเงยหน้ามองด้วยความนับถือ” Chery กลับเลือกท่าทีที่เป็นกลาง โดยรองประธาน หลี่ ซวี่หยง เห็นว่าแม้การแข่งขันจะดุเดือด แต่ก็อาจเป็นโอกาสในการพัฒนาหากผู้ผลิตมุ่งเน้นที่ศักยภาพหลัก
ข้อเรียกร้องและการป้องกันตัวของ BYD
หลี่ หยุนเฟย ย้ำว่า BYD พยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงชื่อคู่แข่งโดยตรง ตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง แต่ก็ยังเรียกพฤติกรรมของบางบริษัทว่า “โง่และประสงค์ร้าย” และเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาจัดการกับข้อมูลเท็จที่ถูกปล่อยอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม วิคเตอร์ หยาง มองว่าคำกล่าวอ้างเหล่านี้เป็นแค่การยกตนว่ามีศีลธรรม พร้อมเตือนว่า “คำอย่าง ‘ไม่ร่วมมือ’ หรือ ‘ผู้เล่นไม่ดี’ ไม่สามารถแทนกฎหมายได้” ผู้บริหารจาก GAC Aion, Seres, Changan และ Chery ต่างสนับสนุนให้การแข่งขันอยู่ภายใต้หลักการและกฎระเบียบที่ชัดเจน
ต้นตอของปัญหา: สงครามราคา
สภาส่งเสริมการค้าจีนรายงานว่าในปี 2023 มีรถกว่า 200 รุ่นที่ลดราคา และในช่วงต้นปี 2025 ก็มีอีกกว่า 60 รุ่นที่ทำตาม แนวโน้มพุ่งถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม เมื่อรถกว่า 100 รุ่นจากหลายแบรนด์ลดราคาพร้อมกัน อัตรากำไรของอุตสาหกรรมลดเหลือเพียง 3.9% ในไตรมาสแรกของปี 2025 เทียบกับ 8.99% ในปี 2014 ทำให้ตลาดเริ่มเป็นพิษ แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่ทำกำไร
การตอบสนองจากองค์กรภาครัฐ
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ออกแถลงการณ์ประณามการขายสินค้าต่ำกว่าทุนเพื่อทำลายคู่แข่ง ส่วนหอการค้าผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ก็เตือนเรื่องการกดดันตัวแทนจำหน่ายด้วยเป้าหมายเกินจริง
จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเมื่อรถ EV ถูกใช้งานเกิน 40% ของตลาด อุตสาหกรรมเริ่มชนกับขีดจำกัดของการเติบโตแบบเดิม บริษัทต้องเลือกระหว่างลดราคาสู้ หรือทุ่มลงทุนในเทคโนโลยีล้ำหน้า เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติและแบตเตอรี่โซลิดสเตต แม้แต่ Tesla ที่เคยครองตลาดยุโรปก็เจอผลกระทบ ยอดขายไตรมาสแรกของปี 2025 ลดลง 36% จากปีก่อน โดยเฉพาะในเยอรมนีและฝรั่งเศสที่ลดเกิน 60%
บทสรุป: จุดเปลี่ยนหรือเพียงอีกฉากในสงครามยืดเยื้อ
ในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนเข้าสู่ช่วงกลางของเกม ผู้เล่นทุกรายต่างต้องยกระดับการลงทุน ขณะที่พื้นที่สำหรับความผิดพลาดมีน้อยลง ยังไม่แน่ชัดว่าความขัดแย้งในฟอรั่มนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ยุคแห่งความสามัคคีของวงการนี้ได้จบลงแล้ว
ที่มา: CarNewsChina