เดอร์รี่ ส่งรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็ก NEOMOR D01 ราคา 200,000-300,000 บาท เช็กเรตติ้งในงานมอเตอร์โชว์ 2024
DERRY New Energy (เดอร์รี่) ส่งรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็ก NEOMOR D01 ราคา 200,000-300,000 บาท เช็กเรตติ้งในงานมอเตอร์โชว์ 2024 เผยพร้อมพัฒนาสเปคให้เหมาะสม ก่อนบุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายในปี 2567 นี้
รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก NEOMOR D01 เป็นยานยนต์ไฟฟ้าจีนอีกแบรนด์หนี่งที่ยังไม่ได้มีการนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ได้นำมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล 2024 หรือมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 45 เพราะถือว่าประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญในการรุกตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก และเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขยายแบรนด์สู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก รวมทั้งเป็นสนามทดสอบคุณภาพและความสามารถในการแข่งขัน
จุดเด่นของ NEOMOR D01คือความเป็นยานพาหนะเอนกประสงค์ขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานขนส่งในเมืองโดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีตรอกซอกซอยขนาดเล็ก แก้ปัญหารถขนส่งเครื่องสันดาปในปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ และสร้างมลพิษ โดย NEOMOR D01 ที่นำมาโชว์ในงานเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าที่ชาร์จไฟ AC และมีรุ่นย่อยหลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานหลากรูปแบบ อาทิ
- Micro Van เป็นรุ่นพื้นฐาน ออกแบบมาพร้อมกระบะหลังคาสูง มีบานเปิดปิดทั้งด้านข้างและด้านท้าย ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดส่งทุกพื้นที่
- Micro Truck รถกระบะเปิดท้าย เพื่อความคล่องตัวในการบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่
- Refrigerated Van รถบรรทุกไฟฟ้าควบคุมอุณหภูมิ หรือรถเย็น อำนวยความสะดวกในธุรกิจการขนส่งอาหาร วัตถุดิบ ซึ่งจะตอบโจทย์ภาคธุรกิจอุปโภค บริโภคของคนไทย
รถทั้ง 3 รุ่น ส่วนที่เป็นโมเดลที่ขายอยู่ในประเทศจีน มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 9.98-14.5 kWh วิ่งได้ระยะประมาณ 100-150 km ทั้งนี้ขนาดแบตเตอรี่มีขนาดที่ค่อนข้างเล็กเพื่อตอบโจทย์ ด้านขนาดและน้ำหนักให้ เหมาะสมสำหรับการใช้งานในพื้นที่ระยะสั้ นสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามโมเดลที่คาดว่ าจะนำมาขายในไทยอาจมีการปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าราคาจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 บาท
เกี่ยวกับ NEOMOR
NEOMOR แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ภายใต้บริษัท DERRY New Energy Automobile Co., Ltd.ก่อตั้งเมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นผู้ผลิตโซลูชันด้านกรีนโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่
เดอรรี่เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ของจีนที่ได้รับการรับรองให้เป็นองค์กรวิสาหกิจไฮเทคแห่งชาติ มีความสามารถในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงสิทธิ์ในการผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานเซลล์ไฮโดรเจน และมีแผนการเข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในปี 2567 นี้
โฆษกฯ เผย ปี 2566 ไทยยังครองศูนย์กลางฐานการผลิตยานยนต์ อันดับ 1 อาเซียน อันดับ 5 เอเชีย และอันดับ 10 ของโลก รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์สันดาป (ICE) ที่สะอาด ประหยัด และปลอดภัย
โฆษกรัฐบาล เปิดเผย ปี 2566 ประเทศไทยยังครองศูนย์กลางฐานการผลิตยานยนต์ อันดับ 1 อาเซียน อันดับ 5 เอเชีย และอันดับ 10 ของโลก รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่กับผลักดันนวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต
วันนี้ (24 พฤษภาคม 2567) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลการผลิตรถยนต์ของไทยจากสถาบันยานยนต์ พบว่า ในปี 2566 ตลาดยานยนต์ของไทยมีมูลค่าคิดเป็น 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือมีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 688,531.24 ล้านบาท โดยประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกยานยนต์ไปยัง 3 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง มากกว่า 70% ของการส่งออกรวม ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์อันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 5 ของเอเชีย และ อันดับ 10 ของโลกอุตสาหกรรมยานยนต์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ทั้งด้านการลงทุน การจ้างงาน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการส่งออก รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จึงได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของไทยมีการเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเข้มแข็งทางด้านห่วงโซ่อุปทาน เป็นศูนย์กลางและฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก เพิ่มยอดการผลิตและการส่งออกยานยนต์
นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนการผลิตยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษ สะอาด ประหยัด และปลอดภัย ซึ่งได้มีการดำเนินการให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนในการผลิต ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันมีค่ายรถยนต์ จากจีนและญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ในประเทศไทยในปี 2567 หลายราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
“ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางฐานการผลิตยานยนต์ในระดับโลก ทั้งการผลิตยานยนต์แบบสันดาป และยานยนต์แห่งอนาคตที่ใช้พลังงานสะอาด โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ พร้อมกับดำเนินมาตรการการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งานและโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เพื่อขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต สร้างรายได้ให้จากการพัฒนานวัตกรรมการผลิตยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย” นายชัย กล่าว