Ford Explorer EV สำหรับตลาดยุโรปได้รับการปรับปรุงอีกครั้ง หลังจากกระแสตอบรับในช่วงแรกยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยได้อัปเดตระบบขับเคลื่อนใหม่ พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมถึงปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ และเปิดตัวรุ่นพิเศษใหม่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาด
ด้านสมรรถนะ รุ่น Explorer Standard Range เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) รุ่นใหม่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงสุด 140 kW (190 PS) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสูงสุด 444 กม. มาตรฐาน WLTP เพิ่มขึ้นกว่า 60 กม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า กำลังมอเตอร์เพิ่มขึ้นราว 20 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้น 40 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นจาก 8.7 วินาที เหลือ 8.0 วินาที
นอกจากการอัปเกรดระบบขับเคลื่อนแล้ว Explorer EV ยังได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เพิ่มเติม โดยระบบ Intelligent Adaptive Cruise Control ถูกปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับ Traffic Light Recognition สามารถตรวจจับสัญญาณไฟจราจรด้านหน้า และชะลอความเร็วหรือหยุดรถโดยอัตโนมัติเมื่อพบไฟแดงหรือไฟเหลือง อีกหนึ่งฟังก์ชันใหม่คือ Reversing Assist ซึ่งสามารถบันทึกเส้นทางการขับล่าสุดได้สูงสุด 50 เมตร และช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อถอยรถย้อนเส้นทางเดิม เหมาะสำหรับการออกจากพื้นที่แคบ เช่น ซอยหรือพื้นที่จอดจำกัด โดยผู้ขับยังต้องควบคุมคันเร่งและเบรกเอง
ตัวรถยังมาพร้อมระบบ Trained Park Assist โดยให้ผู้ใช้งานบันทึกขั้นตอนการจอดรถล่วงหน้าได้ในระยะสูงสุด 50 เมตร เมื่อระบบเรียนรู้แล้ว รถสามารถจอดอัตโนมัติได้เอง ทั้งการควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรก Explorer EV ยังมาพร้อมโหมด One-Pedal Driving ใหม่ และระบบตรวจสอบสภาพผู้ขับขี่ Driver State Assist หากผู้ขับไม่ตอบสนอง ระบบจะเปิดไฟฉุกเฉิน ชะลอรถและหยุดอย่างปลอดภัย พร้อมปลดล็อกประตูและติดต่อบริการฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ
ในด้านเทคโนโลยีภายใน ห้องโดยสารติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Android เพื่อการทำงานที่ลื่นไหลมากขึ้น พร้อมดีไซน์อินเทอร์เฟซใหม่ที่เน้นความชัดเจนและใช้งานง่าย
นอกจากนี้ยังมีระบบ Pro Power Onboard ที่เปลี่ยน Explorer EV ให้กลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานเคลื่อนที่ โดยมีปลั๊กไฟบริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย และสามารถใช้อะแดปเตอร์เสริมที่เชื่อมต่อกับพอร์ตชาร์จ เพื่อจ่ายไฟสูงสุด 2.3 kW ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก เช่น แล็ปท็อป ไฟส่องสว่าง หรือเครื่องมือช่าง
ฟอร์ดยังเปิดตัวรุ่นพิเศษ Explorer Collection มาพร้อมสีตัวถัง Cactus Grey ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Satin Black หลังคาสีดำ แผ่นกันกระแทกสีดำ และกราฟิกตกแต่งสีดำรอบคัน
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทน Black Onyx พร้อมรายละเอียดสีส้มตัดกันบนเบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และแผงแดชบอร์ด เสริมด้วยวัสดุตกแต่งลวดลายจุดสีดำและส้ม และผ้าเบาะแบบ “2D Knit” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นผิวของเสื้อผ้ากีฬาคุณภาพสูง








ที่มา: Carscoops