EN / TH

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 กันยายน 2569

Renault Niagara พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา

15 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำกว่า Terra

11 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า ข่าวประชาสัมพันธ์

แผนฟื้นฟูนิสสัน..เป้าลดต้นทุน 500,000 ล้านเยน เตรียมยุบโรงงานเหลือ 10 แห่ง ไทยเสี่ยงโดน

13 พฤษภาคม 2568| จำนวนผู้เข้าชม 3,017

 

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้ประกาศแผนการฟื้นฟูธุรกิจภายใต้ชื่อ Re:Nissan ซึ่งเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและเสริมสร้างความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว ภายใต้การบริหารงานชุดใหม่ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งประเมินโครงการสำคัญอย่างครอบคลุม และได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้การฟื้นตัวของธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

 

สำหรับแผน Re:Nissan บริษัทฯ ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 500,000 ล้านเยน เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2024 โดยครอบคลุมทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างกรอบการดำเนินงานที่มุ่งสู่การฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรและการสร้างกระแสเงินสดอิสระในธุรกิจยานยนต์ภายในปีงบประมาณ 2024

 

 

ลดต้นทุนผันแปร

นิสสันตั้งเป้าลดต้นทุนผันแปรจำนวน 250,000 ล้านเยน ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพในกระบวนการทางวิศวกรรมและการบริหารต้นทุน โดยใช้ระบบการกำกับดูแลที่เข้มงวดและมีความโปร่งใส เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดตั้ง สำนักงานทรานส์ฟอร์เมชันแบบบูรณาการ (Cross-Functional Transformation Office) ภายใต้การกำกับดูแลของ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่าย TdC โดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 คน ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ตัดสินใจหลักด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการ ชะลอการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นสูง และโครงการที่มีกำหนดหลังปี 2026 เป็นการชั่วคราว เพื่อนำทรัพยากรบุคลากรจำนวนกว่า 3,000 คน ไปสนับสนุนโครงการลดต้นทุน โดยการจัดลำดับความสำคัญใหม่ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการเร่งรัดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาโดยไม่กระทบต่อกำหนดการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ ห่วงโซ่อุปทาน บริษัทฯ มีแผนดำเนินการปรับโครงสร้างกลุ่มซัพพลายเออร์ใหม่ โดยมุ่งเน้นการรวมปริมาณคำสั่งซื้อไปยังผู้จัดจำหน่ายรายสำคัญเพียงไม่กี่ราย เพื่อลดความซ้ำซ้อน ขจัดความไร้ประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานซัพพลายเชนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาว

 

การลดต้นทุนคงที่

นิสสันตั้งเป้าลดต้นทุนคงที่ลงอีก 250,000 ล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2026 เมื่อเทียบกับปี 2024

  • ปรับโครงสร้างฐานการผลิต: รวมโรงงานประกอบรถยนต์จาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่ง ภายในปี 2027

  • ลดขนาดโรงงานระบบส่งกำลัง

  • ปรับการจ้างงาน, กะการทำงาน, ลดงบลงทุน

  • ยกเลิกโครงการโรงงานแบตเตอรี่ลิเทียมไอรอนฟอสเฟตในคิวชู

 

การลดจำนวนพนักงาน

นิสสันวางแผนลดจำนวนพนักงานลง 20,000 คน ทั่วโลกในช่วงปีงบประมาณ 2024–2027 (รวมถึง 9,000 คนที่ประกาศไว้ก่อนแล้ว) ครอบคลุมตำแหน่งตรงและทางอ้อม ทั้งในสายการผลิต, งานบริหารทั่วไป (SG&A) และการวิจัยและพัฒนา (R&D)
พร้อมกันนี้จะขยายการใช้ บริการร่วม และหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด

 

ปรับกระบวนการพัฒนา

นิสสันจะลด ต้นทุนวิศวกรรม, ความซับซ้อน และเพิ่มความเร็วในการพัฒนา

  • ปรับโครงสร้าง R&D ทั่วโลก

  • ย้ายงานไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนแข่งขันได้

  • เป้าหมาย: ลดต้นทุนต่อชั่วโมงของบุคลากรลง 20%

  • จะลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนลง 70%
  • รวมแพลตฟอร์มจาก 13 เหลือ 7 แพลตฟอร์ม ภายในปี 2035
  • ระยะเวลาในการพัฒนารถรุ่นแรกให้เหลือ 37 เดือน, รุ่นในกลุ่มเดียวกันเหลือ 30 เดือน

รถรุ่นใหม่ในแผนนี้ ได้แก่

  • Nissan Skyline ใหม่

  • SUV C ขนาดกลางรุ่นใหม่

  • INFINITI SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่

 

กลยุทธ์ด้านตลาดและผลิตภัณฑ์

นิสสันปรับกลยุทธ์ตลาดให้ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญด้านทรัพยากรภายใน เพื่อเน้นไปยังธุรกิจหลักที่ทำกำไรได้ดี กลยุทธ์ใหม่จะเน้น ตลาดหลัก ได้แก่:

  • สหรัฐฯ: ขยายกลุ่มไฮบริด และฟื้นฟูแบรนด์ INFINITI

  • ญี่ปุ่น: ขยายรุ่นรถเพื่อเสริมภาพลักษณ์ในตลาดบ้านเกิด

  • จีน: เน้นรถพลังงานใหม่ (NEV) และใช้จีนเป็นฐานส่งออก

  • ยุโรป: เน้น SUV กลุ่ม B และ C

  • ตะวันออกกลาง: SUV ขนาดใหญ่ และพิจารณานำรถจากจีนมาช่วยเพิ่มความหลากหลาย

  • เม็กซิโก: ฐานส่งออกหลักที่สร้างกำไร

 

เสริมความร่วมมือ

นิสสันจะร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Renault และ Mitsubishi Motors (MMC) โดยเฉพาะในโครงการ EV เช่น รถ BEV รุ่นใหม่สำหรับ MMC ในตลาดอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับ Honda ในด้านยานยนต์อัจฉริยะและการใช้พลังงานไฟฟ้า


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

เมโทร กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ขาย HONGQI อย่างเป็นทางการในไทย เตรียมรุกตลาดรถหรูกลางปีนี้

13 กุมภาพันธ์ 2569

Mercedes-Benz ประเทศไทย เผยกลยุทธ์ปี 2569 เตรียมเปิดตัว All-new Electric CLA ในงาน Motor Show 2026

2 กุมภาพันธ์ 2569

BYD ประเทศไทย ผลิตรถยนต์ชดเชยครบแล้ว ตามมาตรการ EV 3.0

19 มกราคม 2569

Honda Motor ประกาศใช้ H mark ดีไซน์ใหม่ เริ่มในไลน์อัพ EV และ Hybrid เจเนอเรชั่นใหม่

13 มกราคม 2569

PTG ส่งเสริมโครงการ “ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง" พร้อมสานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน"

23 ธันวาคม 2568

PTG มอบน้ำมันเชื้อเพลิง 3 หมื่นลิตรให้กองทัพภาคที่ 4 หนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

1 ธันวาคม 2568

ISUZU ขนทัพรถยนต์จัดแสดงในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบ Campaign พิเศษสำหรับลูกค้า

1 ธันวาคม 2568

HONDA โชว์ตัว STEPWGN และ CR-V ใหม่ พร้อมโปร OH! MY GOOOOOD PLUS+ ในงาน Motor Expo 2025

1 ธันวาคม 2568

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ