EN / TH

นี่คือ Ferrari Luce พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก พลัง 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.พร้อมเสียงคำรามของจริง!

26 พฤษภาคม 2569

ตัวเลขจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถกระบะ มกราคม - เมษายน 2569

26 พฤษภาคม 2569

BMW M 1000 RR “Limited Edition Isle of Man TT” สีเขียวพิเศษ กราฟฟิกตกแต่งรอบคัน จำกัด 115 คันทั่วโลก

25 พฤษภาคม 2569

Honda City Hatchback Minorchange 2026 หน้าใหม่ จอกลางใหม่ กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

Honda City Sedan Minorchange 2026 หน้าใหม่ ปรับรุ่นย่อย จอกลางใหม่ เพิ่ม Wireless Charger กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

Ford Ranger XLS 2026 เครื่องใหม่สายพานโซ่ เกียร์ 10 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 13 กม./ลิตร ค่าตัว 939,000 บาท

21 พฤษภาคม 2569

FORD ปล่อยทีเซอร์ยืนยันรถยนต์ใหม่ 5 รุ่นในยุโรปภายใน 2029 นำทัพด้วยแฮทช์แบคไฟฟ้า คาดใช้ชื่อ Fiesta

19 พฤษภาคม 2569

TOYOTA HILUX ในออสเตรเลียสามารถอัพเกรดน้ำหนักบรรทุกจากโรงงานได้ สูงสุดกว่า 1.5 ตัน

19 พฤษภาคม 2569

NISSAN FRONTIER SPORT EDITION ตกแต่งรอบคัน ล้อออฟโรด ยาง AT

15 พฤษภาคม 2569

Wuling Starlight Darion EV MPV ราคาอีโค่ ดีที่ออปชั่นแต่ต้องปรับปรุงหลายอย่าง

15 พฤษภาคม 2569

HONDA แถลงผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 (เม.ย. 25 - มี.ค. 26) ขาดทุนกว่า 72,342 ล้านบาท เหตุจากผลลงทุน EV

14 พฤษภาคม 2569

BAW 212 ปิกอัพออฟโรดจากจีน เตรียมบุกตลาดยุโรป ดีเซล 2.3 ลิตร 188 แรงม้า 500 Nm เริ่มต้น 1,590,000 บาท

14 พฤษภาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

เกาะสงครามEV เอโอ ฝั่งญี่ปุ่นเริ่มงาน

24 กันยายน 2567| จำนวนผู้เข้าชม 120

  เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเผยแพร่โครงการ TJRI (โครงการศึกษาวิจัยการลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย) ซึ่งจัดทำโดย สื่อภาษาญี่ปุ่น “THAIBIZ” ได้เผยแพร่บทความของTJRI ที่มี เนื้อหานั้นเป็นการแสดงท่าทีของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ต่อนโยบายสำหรับประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการถอนการลงทุนจากประเทศไทยโดย TJRI ได้วิเคราะห์ประเด็นสำคัญและสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นคิดเห็นอย่างไรต่อประเทศไทย ในอนาคต บทความได้ ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ Insight จากนักลงทุนญี่ปุ่น ต่อกรณีที่บริษัทยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นหลายค่ายเริ่มถอนการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าเกิดจากการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนที่รุกทำการตลาดอย่างหนัก ผนวกกับยอดขายลดจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และการถอนตัวของค่ายรถญี่ปุ่นบางค่าย  ทั้งนี้เนื้อหาและช่วงเวลาการเผยแพร่ ถือว่า เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ AO หรือ Information Operations ที่ฝั่งญี่ปุ่นนำมาใช้เพื่อชิงความได้เปรียบในเชิงธุรกิจ สำหรับแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

รัฐฯ ยกเลิกการส่งเสริม ECO Car ตอกย้ำผลงานซูซูกิ
 
นายกันตธร วรรณวสุ ผู้ดำเนินโครงการ TJRI กล่าวว่า “ซูซูกิได้เข้ามาลงทุนในไทยจากการนโยบายส่งเสริมรถยนต์อีโคคาร์ในปี 2550 ซึ่งไทยคาดหวังว่าอีโคคาร์จะมีโอกาสพัฒนากลายมาเป็น ‘โปรดักส์แชมเปี้ยน’ ลำดับที่สองของประเทศรองจากรถกระบะ ซึ่งปัจจุบันนโยบายนี้จะไม่สำเร็จตามที่คาดไว้ ดังนั้นรัฐบาลจึงยกเลิกการให้ความสนับสนุน และทางซูซูกิเองก็ต้องยอมรับที่ไม่สามารถทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ ดังนั้นการถอนการลงทุนออกจากประเทศไทยจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 

ยานยนต์ญี่ปุ่นเริ่มปิดโรงงาน หรือไปต่อ 
ขณะเดียวกัน นายกันตธร มองประเด็นการปิดโรงงานของค่ายญี่ปุ่นในอนาคตว่า ”ปัจจุบันโรงงานของค่ายซูซูกิและซูบารุเน้นการจำหน่ายในประเทศ โดยนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบและจำหน่ายในประเทศ (CKD) ต่างกับค่ายอื่นที่เน้นผลิตเพื่อส่งออกเป็นธุรกิจหลักด้วย จึงได้รับผลกระทบจากมาตรการณ์สนับสนุนรถ EV ง่ายกว่าค่ายอื่นๆ ทั้งนี้ทั้งสองค่ายดังกล่าวมีจำนวนการผลิตที่น้อยจึงยังไม่กระทบต่ออัตราการผลิตยานยนต์โดยรวมของประเทศไทยมากนัก ทว่าการที่ซูบารุ ซูซูกิ รวมถึงฮอนด้าได้ถอนหรือลดการผลิตลงนั้น หากมองย้อนกลับมาจากอนาคตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะพบว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นการจัดกำลังการผลิตของโรงงานต่างๆ ในโลกของตนได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาดแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับพานาโซนิคที่ตัดสินใจปิดโรงงานเก่าในไทยและย้ายไลน์การผลิตไปควบรวมที่โรงงานใหม่ในเวียดนามแทน ถือเป็นวงจรของธุรกิจตามปกติที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับยานยนต์ญี่ปุ่นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มียอดขายสินค้าในประเทศไทยที่มีนัยยะสำคัญให้ตัดสินใจไปต่อ

อีกทั้งค่ายญี่ปุ่นอื่นๆ ที่เหลือนั้นเบื้องต้นในอีก 5-10 ปี คาดว่าจะไม่ไปจากไทยอย่างแน่นอน เพราะยังมียอดการผลิตเพื่อการส่งออกจึงไม่สามารถตัดสินใจได้เร็ว แต่ในอนาคตอินโดนีเซียหรือเวียดนามก็อาจมีขนาดตลาดในประเทศที่ขยายตัวขึ้นมาก และเพียงพอที่จะทำให้ค่ายญี่ปุ่นตัดสินใจย้ายออกจากประเทศไทยในที่สุด”

เกรงสงครามราคา EV ทำธุรกิจดีลเลอร์ไม่ยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์มีกำไรคือ การที่ผู้ผลิตช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้มีลูกค้ามาใช้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การซื้อซ้ำในอนาคต ทว่าสิ่งที่น่ากังวลคือ “สงครามราคา” ซึ่งค่ายจีนกำลังลดราคาอย่างหนักในปัจจุบัน ส่งผลให้คนทำธุรกิจดีลเลอร์อยู่รอดได้อย่างไม่ยั่งยืน เนื่องจากการลดราคาอย่างหนัก ทำให้ตลาดรถยนต์มือสองราคาตกหนักตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถขายรถคันเก่าเพื่อเทิร์นไปซื้อรถคันใหม่ได้ง่ายมากนักจึงกระทบต่อการซื้อซ้ำในอนาคตไปด้วย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ธุรกิจดีลเลอร์มีแนวโน้มการขาดทุนในระยะยาว ซึ่งแตกต่างกับแนวคิดที่ค่ายญี่ปุ่นทำมาตลอดหลายสิบปี เนื่องจากญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับเจ้าของธุรกิจดีลเลอร์ทั่วประเทศเป็นอย่างมาก

ญี่ปุ่นย้ำไม่ปฏิเสธ EV
จากการรวบรวมข้อมูลในกรณีที่บอร์ดอีวีออกมาตรการสนับสนุนสำหรับรถยนต์ Hybrid เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมานั้น พบว่าค่ายญี่ปุ่นหลายรายได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยที่คำนึงถึง Supply chain รถยนต์สันดาปที่ไทยและญี่ปุ่นร่วมกันสร้างมานานกว่า 60 ปี อีกทั้งญี่ปุ่นเองไม่ได้ปฏิเสธรถ EV แต่อย่างใด ทว่าเล็งเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนั้นต้องใช้เวลาที่เหมาะสม โดยงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา หลายค่ายดีใจมากที่มีโอกาสนำเสนอรถ Hybrid กับผู้บริโภคไทย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในอนาคตสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับรถ Hybrid ดีเป็นอย่างมาก ดังนั้นบางค่ายจึงมีแผนที่จะนำเข้าหรือผลิตรถ Hybrid ในประเทศไทย เพื่อจำหน่ายในประเทศในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน

Supply chain ไทย-ญี่ปุ่นยังสำคัญ เทรนด์ค่ายญี่ปุ่นดันคนไทยขึ้นเป็นผู้บริหารฯ
นายกันตธรวิเคราะห์ว่า “สาเหตุที่ยานยนต์ญี่ปุ่นเริ่มถอนการลงทุนในประเทศไทยมีหลากหลายปัจจัย เช่น ค่ายญี่ปุ่นปรับตัวต่อการเข้ามาของ EV ได้ช้า ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลง ไปจนถึงการยกเลิกการสนับสนุนนโยบายเก่า และยกระดับการสนับสนุนรถ EV ซึ่งเอื้อต่อค่ายจีนมากกว่าก็จริง ทว่า Supply chain ที่ไทย-ญี่ปุ่นร่วมกันสร้างนั้นมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งสำคัญต่อไทยอย่างยิ่งจึงควรมองเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาและควรร่วมคิดแก้ไขปัญหานี้กับนักลงทุนญี่ปุ่นโดยเร็ว

นอกจากนี้หลายค่ายญี่ปุ่นกำลังเน้นเรื่องการพัฒนา “ทรัพยากรมนุษย์” เป็นอย่างมาก ซึ่งหลายค่ายเน้นพัฒนาพนักงานไทยโดยสนับสนุนการไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น ผลักดันคนไทยให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารขององค์กร รวมถึงให้คนไทยมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก เพื่อการ Localization วัฒนธรรมองค์กรญี่ปุ่นให้เหมาะกับไทยและสอดคล้องกับเทรนด์ของโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีอย่างมาก

รู้จักTJRI 
สื่อ THAI BIZ เกิดจากการควบรวมเว็บไซต์ข่าวธุรกิจ TJRI และสื่อธุรกิจภาษาญี่ปุ่น “ArayZ” ซึ่งได้ดำเนินกิจการในไทยนานกว่า 10 ปี   THAIBIZ ได้เปิดตัวฉบับแรกไปในเดือนเมษายน 2567 ด้วยบทสัมภาษณ์พิเศษจาก CEO ชั้นนำต่างๆ เช่น บริษัท DENSO ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำระดับโลก, Ajinomoto และ Marubeni ซึ่งต่างเป็นกรรมการของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC)
THAIBIZ มุ่งมั่นเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ คอยดูแลนักลงทุนชาวญี่ปุ่นทั้งภาครัฐและเอกชน  “THAIBIZ” เพื่อนำเสนอเนื้อหาในแวดวงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ประกอบด้วยเว็บไซต์ จดหมายข่าวประจำวันที่ส่งให้แก่สมาชิกทางอีเมล และนิตยสารรายเดือน  เป็นเสมือนนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) เป็นช่องทางการสื่อสารโดยตรงต่อนักลงทุนญี่ปุ่นเพิ่มเติม



แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวเลขจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถกระบะ มกราคม - เมษายน 2569

26 พฤษภาคม 2569

Honda City Hatchback Minorchange 2026 หน้าใหม่ จอกลางใหม่ กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

Honda City Sedan Minorchange 2026 หน้าใหม่ ปรับรุ่นย่อย จอกลางใหม่ เพิ่ม Wireless Charger กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

FORD ปล่อยทีเซอร์ยืนยันรถยนต์ใหม่ 5 รุ่นในยุโรปภายใน 2029 นำทัพด้วยแฮทช์แบคไฟฟ้า คาดใช้ชื่อ Fiesta

19 พฤษภาคม 2569

TOYOTA HILUX ในออสเตรเลียสามารถอัพเกรดน้ำหนักบรรทุกจากโรงงานได้ สูงสุดกว่า 1.5 ตัน

19 พฤษภาคม 2569

NISSAN FRONTIER SPORT EDITION ตกแต่งรอบคัน ล้อออฟโรด ยาง AT

15 พฤษภาคม 2569

HONDA แถลงผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 (เม.ย. 25 - มี.ค. 26) ขาดทุนกว่า 72,342 ล้านบาท เหตุจากผลลงทุน EV

14 พฤษภาคม 2569

BAW 212 ปิกอัพออฟโรดจากจีน เตรียมบุกตลาดยุโรป ดีเซล 2.3 ลิตร 188 แรงม้า 500 Nm เริ่มต้น 1,590,000 บาท

14 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ