Volkswagen เผยโฉม Amarok W600 รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ โดยนิยามรถกระบะรุ่นพิเศษคันนี้ว่าเป็น “Ultimate Driver’s Ute” หรือกระบะที่มอบประสบการณ์การขับขี่สูงสุดสำหรับผู้ขับ
Amarok W600 ได้รับการพัฒนาโดย Walkinshaw Automotive บริษัทปรับแต่งรถชื่อดังจากออสเตรเลีย โดยใช้ Amarok Style Double Cab เป็นพื้นฐาน ก่อนปรับปรุงทั้งด้านรูปลักษณ์ ช่วงล่าง และการควบคุมรถครั้งใหญ่
ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลัง 250 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ติดตั้งระบบท่อไอเสียคู่ใหม่ พร้อมปลายท่อแบบออกข้าง เคลือบสี Shadow Chrome ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตยิ่งขึ้น
ด้านวิศวกรรมการขับขี่ Walkinshaw มุ่งเน้นการเพิ่มสมรรถนะบนถนนเป็นหลัก โดยถอดเหล็กกันโคลงด้านหน้าออก และติดตั้งเหล็กกันโคลงหลังขนาด 22 มิลลิเมตร พร้อมโช้กอัพ Koni ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่นและผ่านการจูนโดยทีมวิศวกรของ Walkinshaw ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 20x10 นิ้ว ที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยเฉพาะ พร้อมออฟเซ็ตที่กว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน และจับคู่กับยางสมรรถนะสูง Michelin Pilot Sport 4 SUV
ภายนอกได้รับการปรับแต่งหลายจุด ทั้งกันชนหน้าใหม่ ซุ้มล้อดีไซน์พิเศษ แผงด้านท้ายสีเดียวกับตัวรถ บันไดข้างไฟฟ้าแบบพับเก็บอัตโนมัติ ระบบไฟส่องพื้น (Puddle Light) เมื่อปลดล็อกรถ และตราสัญลักษณ์ Walkinshaw รอบคัน
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยรายละเอียดเฉพาะรุ่น เช่น แผ่นกันรอยชายประตูอะลูมิเนียมปัดลายพร้อมโลโก้ Walkinshaw แป้นคันเร่งและแป้นเบรกอะลูมิเนียมสไตล์สปอร์ต พนักพิงศีรษะและพรมปูพื้นที่ปักโลโก้ Walkinshaw ติดตั้งเบาะหนัง Savona แบบปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ โดยมีการปรับปรุงปีกเบาะและระบบรองรับแผ่นหลังส่วนล่างให้กระชับมากขึ้น มาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12 นิ้ว ระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย ช่องจ่ายไฟ 230 โวลต์ และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Harman Kardon 8 ลำโพงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถเลือกติดตั้งฝาปิดกระบะท้ายไฟฟ้าแบบ Roller Cover ได้เป็นออปชันเพิ่มเติม
Michael Cenci ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Volkswagen Commercial Vehicles Australia กล่าวว่า W600 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถที่เน้นการใช้งานบนถนนโดยเฉพาะ แต่ยังคงรักษาความสามารถพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Amarok เอาไว้ครบถ้วน
Volkswagen ยังไม่เปิดเผยเป้าหมายยอดขายของ Amarok W600 แต่ยืนยันว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน และไม่มีการจำกัดจำนวนการผลิต
สำหรับสีตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ประกอบด้วย สีขาว สีเงินเมทัลลิก สีเทาเมทัลลิก และสีดำเมทัลลิก ส่วนสีที่ห้าจะเป็น “Wildcard Colour” ซึ่งจะเปลี่ยนไปทุกปี โดยสีแรกที่เปิดตัวคือ Deep Red Metallic
Volkswagen คาดว่าจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2026













ที่มา: CarExpert