Rolls-Royce เปิดตัว Project Nightingale รถไฟฟ้าเปิดประทุน 2 ประตูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งถือเป็นผลงานแรกในกลุ่ม Coachbuild Collection ที่มาพร้อมดีไซน์เฉพาะตัว และจำกัดการผลิตเพียง 100 คันเท่านั้น
ตัวรถมีความยาว 5.76 เมตร ใกล้เคียงกับ Rolls-Royce Phantom ในแง่ของขนาดและความสง่างาม มาพร้อมกระจกหน้าที่ลาดเอียง ห้องโดยสารแบบ 2 ที่นั่ง ท้ายรถทรงยาวเรียว และล้อขนาด 24 นิ้วดีไซน์พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากใบพัดเรือยอชต์
ด้านหน้ามาพร้อมกระจัง Pantheon Grille ที่แกะสลักจากสแตนเลสทั้งชิ้น ประกบด้วยไฟหน้า LED แนวตั้งทรงบางพิเศษ และเชื่อมต่อกับไฟท้ายแบบแยกส่วนผ่านแถบสแตนเลสขัดเงาที่พาดยาวตลอดทั้งคัน นอกจากนี้ยังมีดิฟฟิวเซอร์ออกแบบพิเศษช่วยจัดการกระแสลม
รถคันที่นำมาโชว์ใช้สี Cote d’Azur Blue ผสมเกล็ดสีแดงละเอียด ตัดกับรายละเอียดสีเงินและหลังคาผ้าใบสีเดียวกัน โดยเฉดสีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ Rolls-Royce 17EX ปี 1928
ภายในห้องโดยสาร แม้ดีไซน์แดชบอร์ดจะดูคุ้นเคย แต่ถูกปรับให้เป็นแบบ 2 ที่นั่งเต็มรูปแบบ โดยมีโครงสร้างล้อมกรอบทรงเกือกม้า ที่พักแขนกลางออกแบบคล้ายอานม้า สามารถเลื่อนถอยหลังเพื่อเผยชุดควบคุม Spirit of Ecstasy
อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบ “Starlight Breeze” ที่ใช้ไฟไฟเบอร์ออปติกกว่า 10,500 จุดล้อมรอบห้องโดยสาร โดยไม่ได้จัดวางแบบสุ่ม แต่ใช้แพทเทิร์นที่ได้จากการวิเคราะห์คลื่นเสียงของนกไนติงเกล
สำหรับรถคันเปิดตัว นักออกแบบเลือกใช้โทนสี Charles Blue ผสมกับ Grace White พร้อมรายละเอียด Deep Navy, สีชมพู Peony Pink และวัสดุตกแต่ง Openpore Blackwood
เพื่อคงเอกลักษณ์ของรถเปิดประทุน หลังคาถูกพัฒนาด้วยวัสดุผสมระหว่างแคชเมียร์และผ้าไฮเทค ซึ่งปรับจูนให้สามารถได้ยินเสียงฝนตกได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ป้องกันเสียงรบกวนจากกลไกภายนอก
ในด้านโครงสร้าง Nightingale ใช้แพลตฟอร์ม “Architecture of Luxury” แบบอะลูมิเนียมร่วมกับรถรุ่นอื่นของ Rolls-Royce และใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบเดียวกับ Rolls-Royce Spectre แม้สเปกทางเทคนิคยังไม่เปิดเผย แต่คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์
Nightingale มีความเอ็กซ์คลูซีฟน้อยกว่ารถ Coachbuild รุ่นก่อนหน้าอย่าง Rolls-Royce Sweptail, Rolls-Royce Boat Tail และ Rolls-Royce Droptail เล็กน้อย โดยจะผลิต 100 คัน และลูกค้าจะถูกคัดเลือกโดยบริษัทเอง
ราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 7 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 304 ล้านบาท) และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามระดับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล โดยการเข้าร่วมโปรแกรม Coachbuild จะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงเบื้องหลังการออกแบบ การทดสอบ และกิจกรรมพิเศษระดับโลก ก่อนเริ่มส่งมอบในปี 2028














ที่มา: Carscoops