EN / TH

McLaren 788HS รุ่นพิเศษ 788 ม้า ส่งท้ายตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 จำกัด 200 คันทั่วโลก

9 กรกฏาคม 2569

FORD หวนคืนสนาม Le Mans ในปี 2570 เตรียมพัฒนารถแข่งเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ เผยไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

9 กรกฏาคม 2569

Land Rover Defender MY2027 ยกเลิกเครื่อง V8 Supercharged เพิ่มรุ่นย่อย Vertex ลดพละกำลังรุ่น Octa ลง

9 กรกฏาคม 2569

MITSUBISHI เตรียมดันรถยนต์ออฟโร้ดด้วยโชว์รูมบูติคในญี่ปุ่น เผย PAJERO ใหม่จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง เน้นลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น

9 กรกฏาคม 2569

TOYOTA ลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานเท็กซัส เตรียมย้ายไลน์ผลิต Tacoma จาก Mexico สู่สหรัฐฯ

8 กรกฏาคม 2569

Toyota เผย ไม่รีบทำ HiLux PHEV มองว่า ปลั๊กอินไฮบริดไม่พร้อมสำหรับใช้งานหนักแบบกระบะ

8 กรกฏาคม 2569

รวมรถกระบะครอบครัว + ประกอบกิจการ (ทำกิน) ราคาไม่เกิน 900,000 บาท ปี 2026

8 กรกฏาคม 2569

SUZUKI CARRY รุ่นปรับอุปกรณ์ ราคาถูกลง สีตัวถังใหม่ 375,000 บาท

7 กรกฏาคม 2569

AVATR 11 MY2026 ช่วงล่างแม่เหล็กทุกรุ่น แบต 116.79 kWh ระยะทาง 680 กิโลเมตร NEDC

6 กรกฏาคม 2569

GWM Australia ส่งสัญญาณ Tank 800 อาจเป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ก่อนถึงคิว Tank 700

6 กรกฏาคม 2569

Toyota Australia เปิดรับจอง LandCruiser 70 Series อีกครั้ง หลังอัปเกรดผ่านมาตรฐาน Euro 6 Stage C แล้ว

6 กรกฏาคม 2569

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 กรกฏาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

McLaren 788HS รุ่นพิเศษ 788 ม้า ส่งท้ายตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 จำกัด 200 คันทั่วโลก

9 กรกฏาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 36

 

McLaren เปิดตัว McLaren 788HS ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดฉากตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่การเปิดตัว 720S ในปี 2017 โดยมาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านสมรรถนะ อากาศพลศาสตร์ และความพิเศษของตัวรถ

 

788HS นับเป็นรถเพียงรุ่นที่ 3 ของ McLaren ที่ใช้รหัส HS (High Sport) ต่อจาก MP4-12C HS ในปี 2012 ซึ่งผลิตเพียง 5 คัน และ MSO HS ในปี 2016 ที่จำกัดจำนวนเพียง 25 คัน

 

McLaren Special Operations (MSO) จะรับหน้าที่ผลิต 788HS จำนวนเพียง 200 คันทั่วโลก แบ่งเป็นตัวถังคูเป้ 100 คัน และ Spider เปิดประทุนอีก 100 คัน โดยประกอบที่สำนักงานใหญ่เมืองโวคิง ประเทศอังกฤษ

 

ชื่อ 788HS สื่อถึงกำลังสูงสุด 788 แรงม้า ตามธรรมเนียมการตั้งชื่อของ McLaren ส่งผลให้กลายเป็นรถที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Super Series แซงหน้า 750S ที่มีกำลัง 750 แรงม้า

 

หัวใจสำคัญยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 4.0 ลิตร รหัส M840T ที่ได้รับการอัปเกรดด้วยลูกสูบฟอร์จ เทอร์โบแบบ Twin-scroll ที่มีความเฉื่อยต่ำ และปั๊มเชื้อเพลิงคู่ ส่งกำลังผ่านเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 จังหวะไปยังล้อหลัง ให้แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร

 

แม้น้ำหนักตัวรถจะอยู่ที่ 1,265 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า 765LT อยู่ 36 กิโลกรัม แต่ด้วยกำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักสูงถึง 622 แรงม้าต่อตัน ซึ่งถือว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Super Series

 

ด้านสมรรถนะ McLaren ระบุว่า 788HS สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ใช้เวลา 7.0 วินาทีในการแตะ 200 กม./ชม. และทำความเร็วสูงสุดได้ 330 กม./ชม.

 

ตัวรถได้รับชุดแอโรไดนามิกใหม่ที่ออกแบบจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศมากกว่า 765LT ถึง 10% พร้อมลดความสูงตัวรถลงอีก 5 มิลลิเมตร ติดตั้งล้อฟอร์จขนาด 19 นิ้วด้านหน้า และ 20 นิ้วด้านหลัง พร้อมระบบ Center-lock เป็นครั้งแรกในตระกูล Super Series

 

ชุดอากาศพลศาสตร์ประกอบด้วยฝากระโปรงหน้าแบบ S-Duct, สปลิตเตอร์หน้าใหม่, ช่องรับอากาศบนหลังคาสีดำเงา, สปอยเลอร์หลังแบบ Active, ปีกหลังพร้อมช่องระบายอากาศ, ดิฟฟิวเซอร์หลังใหม่ และระบบท่อไอเสียไทเทเนียมปลาย 4 ท่อ โดยลูกค้าสามารถเลือกพื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์แบบเงาหรือด้านได้

 

McLaren ยังปรับจูนระบบไอดีและไอเสียใหม่เพื่อให้เสียงเครื่องยนต์มีมิติและดุดันยิ่งขึ้นในรอบสูง ขณะที่ช่วงล่างได้รับการเซ็ตอัปใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบ Adaptive Dampers และ Proactive Chassis Control III แบบไฮดรอลิกเชื่อมโยงทั้งสี่ล้อ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม ลดอาการโคลง และตอบสนองการขับขี่ได้เฉียบคมกว่าเดิม

 

ระบบเบรกด้านหน้าใช้คาลิเปอร์ 6 ลูกสูบ พร้อมจานเบรกอะลูมิเนียมฟอร์จที่ยกมาจาก McLaren Senna ส่วนห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยชุดมาตรวัดที่ติดตั้งกับคอพวงมาลัย และคอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา

 

McLaren ระบุว่า 788HS คือบทสรุปของ Super Series เจเนอเรชันที่สอง ก่อนที่บริษัทจะเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ซึ่งคาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid V8 ภายในปีนี้ และเริ่มส่งมอบในปี 2027

 

นอกจากนี้ ภายหลัง McLaren Automotive ถูกเข้าซื้อกิจการโดย CYVN Holdings เมื่อปี 2025 บริษัทได้ประกาศแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่เซกเมนต์ใหม่ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ McLaren จะเดินตามรอย Ferrari, Lamborghini และ Aston Martin ด้วยการพัฒนา SUV สมรรถนะสูง รวมถึงการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เพื่อรองรับทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในยุคใหม่

 

 

 

ที่มา: CarExpert


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

FORD หวนคืนสนาม Le Mans ในปี 2570 เตรียมพัฒนารถแข่งเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ เผยไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

9 กรกฏาคม 2569

Land Rover Defender MY2027 ยกเลิกเครื่อง V8 Supercharged เพิ่มรุ่นย่อย Vertex ลดพละกำลังรุ่น Octa ลง

9 กรกฏาคม 2569

MITSUBISHI เตรียมดันรถยนต์ออฟโร้ดด้วยโชว์รูมบูติคในญี่ปุ่น เผย PAJERO ใหม่จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง เน้นลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น

9 กรกฏาคม 2569

TOYOTA ลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานเท็กซัส เตรียมย้ายไลน์ผลิต Tacoma จาก Mexico สู่สหรัฐฯ

8 กรกฏาคม 2569

Toyota เผย ไม่รีบทำ HiLux PHEV มองว่า ปลั๊กอินไฮบริดไม่พร้อมสำหรับใช้งานหนักแบบกระบะ

8 กรกฏาคม 2569

SUZUKI CARRY รุ่นปรับอุปกรณ์ ราคาถูกลง สีตัวถังใหม่ 375,000 บาท

7 กรกฏาคม 2569

GWM Australia ส่งสัญญาณ Tank 800 อาจเป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ก่อนถึงคิว Tank 700

6 กรกฏาคม 2569

Toyota Australia เปิดรับจอง LandCruiser 70 Series อีกครั้ง หลังอัปเกรดผ่านมาตรฐาน Euro 6 Stage C แล้ว

6 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ