McLaren เปิดตัว McLaren 788HS ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดฉากตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่การเปิดตัว 720S ในปี 2017 โดยมาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านสมรรถนะ อากาศพลศาสตร์ และความพิเศษของตัวรถ
788HS นับเป็นรถเพียงรุ่นที่ 3 ของ McLaren ที่ใช้รหัส HS (High Sport) ต่อจาก MP4-12C HS ในปี 2012 ซึ่งผลิตเพียง 5 คัน และ MSO HS ในปี 2016 ที่จำกัดจำนวนเพียง 25 คัน
McLaren Special Operations (MSO) จะรับหน้าที่ผลิต 788HS จำนวนเพียง 200 คันทั่วโลก แบ่งเป็นตัวถังคูเป้ 100 คัน และ Spider เปิดประทุนอีก 100 คัน โดยประกอบที่สำนักงานใหญ่เมืองโวคิง ประเทศอังกฤษ
ชื่อ 788HS สื่อถึงกำลังสูงสุด 788 แรงม้า ตามธรรมเนียมการตั้งชื่อของ McLaren ส่งผลให้กลายเป็นรถที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Super Series แซงหน้า 750S ที่มีกำลัง 750 แรงม้า
หัวใจสำคัญยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 4.0 ลิตร รหัส M840T ที่ได้รับการอัปเกรดด้วยลูกสูบฟอร์จ เทอร์โบแบบ Twin-scroll ที่มีความเฉื่อยต่ำ และปั๊มเชื้อเพลิงคู่ ส่งกำลังผ่านเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 จังหวะไปยังล้อหลัง ให้แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร
แม้น้ำหนักตัวรถจะอยู่ที่ 1,265 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า 765LT อยู่ 36 กิโลกรัม แต่ด้วยกำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักสูงถึง 622 แรงม้าต่อตัน ซึ่งถือว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Super Series
ด้านสมรรถนะ McLaren ระบุว่า 788HS สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ใช้เวลา 7.0 วินาทีในการแตะ 200 กม./ชม. และทำความเร็วสูงสุดได้ 330 กม./ชม.
ตัวรถได้รับชุดแอโรไดนามิกใหม่ที่ออกแบบจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศมากกว่า 765LT ถึง 10% พร้อมลดความสูงตัวรถลงอีก 5 มิลลิเมตร ติดตั้งล้อฟอร์จขนาด 19 นิ้วด้านหน้า และ 20 นิ้วด้านหลัง พร้อมระบบ Center-lock เป็นครั้งแรกในตระกูล Super Series
ชุดอากาศพลศาสตร์ประกอบด้วยฝากระโปรงหน้าแบบ S-Duct, สปลิตเตอร์หน้าใหม่, ช่องรับอากาศบนหลังคาสีดำเงา, สปอยเลอร์หลังแบบ Active, ปีกหลังพร้อมช่องระบายอากาศ, ดิฟฟิวเซอร์หลังใหม่ และระบบท่อไอเสียไทเทเนียมปลาย 4 ท่อ โดยลูกค้าสามารถเลือกพื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์แบบเงาหรือด้านได้
McLaren ยังปรับจูนระบบไอดีและไอเสียใหม่เพื่อให้เสียงเครื่องยนต์มีมิติและดุดันยิ่งขึ้นในรอบสูง ขณะที่ช่วงล่างได้รับการเซ็ตอัปใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบ Adaptive Dampers และ Proactive Chassis Control III แบบไฮดรอลิกเชื่อมโยงทั้งสี่ล้อ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม ลดอาการโคลง และตอบสนองการขับขี่ได้เฉียบคมกว่าเดิม
ระบบเบรกด้านหน้าใช้คาลิเปอร์ 6 ลูกสูบ พร้อมจานเบรกอะลูมิเนียมฟอร์จที่ยกมาจาก McLaren Senna ส่วนห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยชุดมาตรวัดที่ติดตั้งกับคอพวงมาลัย และคอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา
McLaren ระบุว่า 788HS คือบทสรุปของ Super Series เจเนอเรชันที่สอง ก่อนที่บริษัทจะเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ซึ่งคาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid V8 ภายในปีนี้ และเริ่มส่งมอบในปี 2027
นอกจากนี้ ภายหลัง McLaren Automotive ถูกเข้าซื้อกิจการโดย CYVN Holdings เมื่อปี 2025 บริษัทได้ประกาศแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่เซกเมนต์ใหม่ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ McLaren จะเดินตามรอย Ferrari, Lamborghini และ Aston Martin ด้วยการพัฒนา SUV สมรรถนะสูง รวมถึงการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เพื่อรองรับทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในยุคใหม่











ที่มา: CarExpert