หนึ่งในมหกรรมรถแข่งคลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2026 ณ สนาม Circuit de la Sarthe เมืองเลอม็อง ประเทศฝรั่งเศส
Mazda 787B จะเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษภายในงานด้วยการวิ่งเดี่ยว (Demonstration Run) ในช่วงขบวนพาเหรดพิเศษ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Spark ผู้ผลิตโมเดลรถชื่อดัง โดยมี โยจิโร เทราดะ (Yojiro Terada) นักแข่งผู้มีความผูกพันกับการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans มาอย่างยาวนาน และ ปิแอร์ ฟียง (Pierre Fillon) ประธาน Automobile Club de l'Ouest (ACO) องค์กรผู้จัดการแข่งขัน Le Mans เป็นผู้ขับรถสลับกัน
นายปิแอร์ ฟียง กล่าวว่า "การได้มีโอกาสนั่งหลังพวงมาลัยรถระดับตำนานคันนี้ ถือเป็นความฝันของผมมาโดยตลอด"
งาน Le Mans Classic เป็นอีเวนต์ยอดนิยมที่รวบรวมรถแข่งซึ่งเคยลงแข่งขันในรายการ 24 Hours of Le Mans จากหลากหลายยุคสมัยมาจัดแสดงและวิ่งโชว์สมรรถนะบนสนาม Circuit de la Sarthe อีกครั้ง ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก
Mazda เริ่มต้นยุครถยนต์เครื่องยนต์โรตารีตั้งแต่การเปิดตัว Cosmo Sport ในปี 1967 และตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้ผลิตรถยนต์เครื่องยนต์โรตารีออกสู่ตลาดหลายรุ่น แต่ Mazda 787B ยังคงเป็นรถเพียงคันเดียวในประวัติศาสตร์ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารีและสามารถคว้าแชมป์การแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ได้สำเร็จ
ชัยชนะในปี 1991 ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นสามารถคว้าชัยชนะโดยรวมในการแข่งขันสุดโหดรายการนี้ได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Mazda 787B ได้เดินทางไปจัดแสดงและวิ่งสาธิตในงานต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงที่สนาม Circuit de la Sarthe หลายครั้ง และในโอกาสครบรอบ 35 ปีแห่งชัยชนะ ครั้งประวัติศาสตร์นี้ แฟนๆ จะได้สัมผัสเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์โรตารี R26B แบบ 4 โรเตอร์ ที่จะกึกก้องไปทั่วสนามอีกครั้ง พร้อมถ่ายทอดปรัชญาของ Mazda ในด้าน "ความสุขในการขับขี่ (Joy of Driving)" และ "จิตวิญญาณแห่งการท้าทาย (Challenger Spirit)"
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3 ทศวรรษ แต่ Mazda ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์โรตารีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2027 จะเป็นวาระครบรอบ 60 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวเครื่องยนต์โรตารีสู่ตลาดเป็นครั้งแรก
Mazda ระบุว่า การนำ 787B กลับมาวิ่งสาธิตครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงความสำเร็จในอดีต แต่ยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และส่งต่อมรดกแห่งนวัตกรรม ความหลงใหลในยานยนต์ และจิตวิญญาณแห่งการไม่หยุดท้าทายสู่อนาคต พร้อมยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในแนวคิด "ความสุขในการขับขี่" และ "จิตวิญญาณแห่งการท้าทาย" เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปยังคนรุ่นต่อไป


ที่มา: Mazda Newsroom