EN / TH

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำกว่า Terra

11 กันยายน 2569

Bronco Basecamp ผลิตจีนส่งขายออสเตรเลียนิวซีแลนด์ พลัง Range-extended

11 กันยายน 2569

Hyundai new STARIA Hybrid ไฮบริดที่รอคอย ภายในใหม่ หรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive

9 กันยายน 2569

Audi A2 e-tron ไฟฟ้าน้องเล็กวิ่งได้ 400 ไมล์ หรือ 644 กม.

9 กันยายน 2569

CP Foton x SPARK EV ขยายระบบนิเวศสถานีชาร์จรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เตรียมเปิดสถานีชาร์จเพื่อภาคขนส่งกว่า 50 แห่ง

7 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

FORD ประกาศขาดทุนราว 2.5 แสนล้านบาท แม้บริษัทจะมีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์

12 กุมภาพันธ์ 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,237

 

Ford ประกาศผลขาดทุน 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท) สำหรับปีปฏิทิน 2025 ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 และเป็นการขาดทุนทั้งปีครั้งที่ 3 ในรอบ 6 ปี แม้บริษัทจะมีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

 

Ford ยืนยันว่าแผนกยานยนต์ไฟฟ้า Model e มีผลขาดทุนก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.48 แสนล้านบาท) ในปี 2025 หลังจากก่อนหน้านี้ช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทประกาศตัดมูลค่าการลงทุนในธุรกิจ EV มูลค่า 19.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 แสนล้านบาท) สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ Ford ยกเลิกโครงการรถกระบะไฟฟ้า Ford F-150 Lightning  และเลื่อนแผนเปิดตัวรถ EV รุ่นอื่น ๆ

 

นอกจากนี้ การบังคับใช้ภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 รวมถึงภาษีชิ้นส่วนเพิ่มเติม และภาษีตอบโต้ระหว่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62,000 ล้านบาท)

 

Ford ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภาษีของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2025 ทำให้บริษัทไม่สามารถใช้มาตรการชดเชยที่คาดไว้ ส่งผลให้มีต้นทุนภาษีเพิ่มขึ้นอีก 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.27 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

 

เชอร์รี เฮาส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะต้องแบกรับต้นทุนภาษีเพิ่มเติมอีก 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 28,000 ล้านบาท) ในปี 2026 ขณะเดียวกันยังคาดว่าจะขาดทุนจากธุรกิจ EV ประมาณ 4-4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2-1.4 แสนล้านบาท) ในปีนี้

 

แม้จะขาดทุน แต่ Ford มีรายได้รวมสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 187.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.8 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และพนักงานสหภาพแรงงานในสหรัฐฯ ยังได้รับเงินแบ่งกำไรจำนวน 6,780 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 210,000 บาท) แม้จะลดลงจาก 10,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 317,000 บาท) ในปีก่อนหน้า

 

Ford F-Series ยังคงเป็นสายการผลิตรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ เอาชนะทั้ง Chevrolet Silverado และ Toyota RAV4 

 

บริษัทสามารถลดต้นทุนได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46,000 ล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะลดต้นทุนเพิ่มเติมได้อีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31,000 ล้าน) ในปี 2026

 

จิม ฟาร์ลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Ford กล่าวว่า “Ford สามารถทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2025 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีความผันผวนสูง เราปรับปรุงธุรกิจหลักและการดำเนินงานให้ดีขึ้น มีความก้าวหน้าอย่างมากในส่วนธุรกิจที่เราควบคุมได้ ทั้งการลดต้นทุนวัสดุและค่าเคลมรับประกัน รวมถึงยกระดับคุณภาพสินค้า และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ยากแต่จำเป็น เพื่อวางรากฐานสู่อนาคตที่แข็งแกร่งกว่า ต่อจากนี้ เราจะเดินหน้าต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแรง เพื่อบรรลุเป้าหมายอัตรากำไร EBIT ปรับปรุงแล้วที่ 8% ภายในปี 2029”

 

ในขณะที่ต้องรับมือกับต้นทุนด้าน EV และภาษีนำเข้า Ford กำลังมองหาโอกาสจากความนิยมของรถไฮบริดที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี Extended-Range Electric Vehicle (EREV) สำหรับรถรุ่นใหม่ เช่น F-150 Lightning เจเนอเรชันใหม่ 

 

นอกจากนี้ Ford ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายราย เพื่อผลิตรถ EV ในโรงงานร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบจากภาษีในยุโรป ซึ่งบริษัทได้ประกาศว่าจะยกระดับความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์นั่งในตลาดดังกล่าวด้วย

 

ที่มา: CarExpert


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำกว่า Terra

11 กันยายน 2569

Bronco Basecamp ผลิตจีนส่งขายออสเตรเลียนิวซีแลนด์ พลัง Range-extended

11 กันยายน 2569

Hyundai new STARIA Hybrid ไฮบริดที่รอคอย ภายในใหม่ หรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive

9 กันยายน 2569

Audi A2 e-tron ไฟฟ้าน้องเล็กวิ่งได้ 400 ไมล์ หรือ 644 กม.

9 กันยายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ