Toyota Australia กลับมาเปิดรับคำสั่งซื้อ LandCruiser 70 Series อีกครั้ง หลังปรับปรุงรถให้เป็นไปตามมาตรฐานไอเสีย Euro 6 Stage C สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ Toyota ได้หยุดรับคำสั่งซื้อ LandCruiser 76 Series GXL Wagon เกียร์อัตโนมัติ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เนื่องจากปัญหาด้านการผลิตที่ทำให้ระยะเวลารอส่งมอบยาวนานเกินไป จนสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า
ต่อมาเพียงไม่กี่เดือน Toyota ได้ระงับการจำหน่าย LandCruiser 70 Series ทั้งไลน์อัปในตลาดออสเตรเลีย เพื่อดำเนินการปรับปรุงระบบไอเสียให้ผ่านข้อกำหนด Euro 6 Stage C ซึ่งมีผลบังคับใช้กับรถยนต์ที่มีน้ำหนักรวม (GVM) มากกว่า 3,500 กิโลกรัม
การปรับปรุงครั้งนี้มาพร้อมการติดตั้งระบบ AdBlue ครบทุกรุ่น ซึ่งเป็นสารช่วยบำบัดไอเสียสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx)
ปัจจุบัน ลูกค้าในออสเตรเลียสามารถสั่งซื้อ LandCruiser 76 Series Wagon, 78 Series Troop Carrier และ 79 Series ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติได้ครบทุกตัวถัง
สำหรับตำแหน่งเติม AdBlue ในรุ่นตัวถังทั่วไป จะติดตั้งเหนือซุ้มล้อหน้าฝั่งซ้าย พร้อมฝาปิดแบบล็อกได้ ขณะที่รุ่น Single Cab/Chassis จะย้ายช่องเติมไปอยู่ด้านซ้ายของตัวรถ ระหว่างห้องโดยสารกับล้อหลัง
นอกจากการติดตั้งระบบ AdBlue แล้ว การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ LandCruiser 70 Series รุ่นปี 2026 ยังมีการลดความจุถังน้ำมันของ 78 Series Troop Carrier จากเดิม 180 ลิตร เหลือ 130 ลิตร เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับรุ่นอื่นในตระกูล 70 Series
แม้จะมีการปรับปรุงระบบไอเสีย แต่สมรรถนะของเครื่องยนต์ยังคงเดิม โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
อย่างไรก็ตาม Toyota ยังคงระงับการจำหน่าย 78 Series เกียร์ธรรมดา, 79 Series Double Cab/Chassis เกียร์ธรรมดา รวมถึง 76 Series GXL Wagon เกียร์ธรรมดา ไปก่อน โดยยังไม่มีกำหนดกลับมาวางจำหน่าย
ข้อมูลยอดขายระบุว่า LandCruiser 70 Series มียอดจำหน่ายในออสเตรเลียช่วงต้นปีจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมลดลงถึง 82% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการหยุดจำหน่ายชั่วคราว แม้ Toyota จะพยายามเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่ค้างอยู่ก็ตาม
สำหรับกฎหมายด้านมลพิษของออสเตรเลีย มาตรฐาน ADR 80/04 เริ่มบังคับใช้กับรถรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัมตั้งแต่ปี 2024 และตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา ข้อกำหนดดังกล่าวได้ขยายผลครอบคลุมรถทุกรุ่นที่ยังจำหน่ายอยู่ในตลาด ไม่ใช่เฉพาะรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวหลังจากนั้น




ที่มา: CarExpert