Nissan GT-R R35 เป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่มีชื่อเสียงและมีประวัติยาวนานในโลกของยานยนต์ ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 และด้วยเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ GT-R มีประสิทธิภาพเหนือระดับ มาพร้อมกับระบบการขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อที่ทำให้ R35 ทะยานไปข้างหน้าได้เร็วมาก ๆ ในสมัยนั้น รวมถึงราคาของรถยนต์ที่ถูกกว่าซูเปอร์คาร์จากหลาย ๆ เจ้า ทำให้มันได้รับฉายาว่า Supercar-Killer และกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
โดยเป็นแหล่งข้อมูลจาก สื่อยานยนต์ญี่ปุ่น Magazine X และ Creative Trend ถึงการยืนยันการสิ้นสุดของซุปเปอร์คาร์ในตำนานอย่างของ Nissan GT-R รุ่นปัจจุบัน 'R35' รวมเวลากว่า 17 ปี ที่ซึ่งเริ่มผลิตในญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 หลังจากได้รับการปรับโฉมใหม่สามครั้งอย่างเป็นทางการคือปี 2010 ปรับเพิ่มเป็น 530 แรงม้า (PS), ปี 2012 ปรับเพิ่มเป็น 550 แรงม้า (PS) และปี 2016 ปรับขึ้นไปเป็น 565 แรงม้า (PS) แต่แหล่งข่าวของญี่ปุ่นกล่าวว่า อาจมีการผลิตดำเนินต่อไปอีกระยะในญี่ปุ่น


รุ่น MY2025 ถือเป็น Final edition ของ R35 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังเปิดตัวถัดจากรุ่น MY24 รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เพียงประมาณหนึ่งปีให้หลังเท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงกลไกเครื่องยนต์ และหลักอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมถึงระบบไอเสียที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเป็นไปตามกฎระเบียบด้านเสียงรบกวนของยานพาหนะของญี่ปุ่น
สื่อดังกล่าวบอกกับเหล่าตัวแทนจำหน่ายว่า"เราได้ตัดสินใจที่จะหยุดการผลิตเพราะจะมีชิ้นส่วนมากมายที่ไม่สามารถผลิตได้ในอนาคต" ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ระดับโลก นิตยสารรายนี้เผยว่าจะมีการผลิตโมเดลปี 2025 (MY25) GT-R เพียง 1,500 คันเท่านั้น คือรุ่นปกติประมาณ 1,200 รุ่น และรุ่น Nismo ประมาณ 300 รุ่น
ในช่วงแรกจะยังไม่ผลิต MY25 ออกจากโรงงานในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องรอกำหนดการที่ชัดเจนจากทาง NISSAN อีกที ตัวอัพเดตรุ่นสุดท้าย MY25 ต้องรอกำหนดการที่ชัดเจนจากทาง NISSAN อีกที โดยขณะที่ยังมีการผลิต MY24 GT-R ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลบอกว่า Nissan มีกำหนดประกาศรุ่นปี 2025 ซึ่งจะเป็นรุ่นสุดท้ายของ GTR ในญี่ปุ่นในวันที่ 14 มีนาคมที่จะถึงนี้ โดยหากนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007 ถึงปี 2022 GTR สามารถทำยอดผลิตและจำหน่ายไปได้กว่า 53,000 คันทั่วโลก


Cr. Drive