Toyota USA เปิดตัว All-New Toyota Highlander 2027 ตัวรถมาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมที่นั่งสูงสุด 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 3 แถวรุ่นแรกของโตโยต้าสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา และเป็นรถ BEV รุ่นแรกที่ประกอบในสหรัฐฯ
Highlander ใหม่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย เส้นสายตัวถังเรียบเนียน ซุ้มล้อขนาดใหญ่ ไฟเดย์ไลท์แบบ LED พาดยาวเต็มด้านหน้า และมือจับประตูแบบฝังเรียบเพื่อเพิ่มความลู่ลม ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว หน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่ 12.3 นิ้ว ระบบไฟ Ambient ปรับได้ และจุดชาร์จอุปกรณ์ในทุกแถว นอกจากนี้ยังมีหลังคากระจกพาโนรามิค ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในไลน์อัพโตโยต้า ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร
ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนเป็นมาตรฐาน และมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ XLE และ Limited โดยรุ่น XLE มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) หรือขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
-
รุ่น XLE FWD จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 77.0 kWh พละกำลัง 221 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 268 นิวตันเมตร
-
รุ่น XLE AWD จะสามารถเลือกแบตเตอรี่ขนาด 77.0 kWh หรือ 95.8 kWh พละกำลัง 338 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 438 นิวตันเมตร
-
รุ่น Limited จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD และแบตเตอรี่ 95.8 kWh เท่านั้น พละกำลัง 338 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 438 นิวตันเมตร
รุ่น AWD ยังมีระบบ Multi-Terrain Select และ Crawl Control ทุกรุ่นติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 4.0 และระบบความบันเทิง Toyota Audio Multimedia เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ระยะทางวิ่งและการชาร์จไฟ
ระยะทางวิ่งที่ทางผู้ผลิตเคลมไว้โดยประมาณ ได้แก่
-
XLE FWD แบต 77.0 kWh ระยะทาง 287 ไมล์ (ประมาณ 462 กิโลเมตร)
-
XLE AWD แบต 77.0 kWh ระยะทาง 270 ไมล์ (ประมาณ 435 กิโลเมตร)
-
XLE AWD แบต 95.8 kWh ระยะทาง 320 ไมล์ (ประมาณ 515 กิโลเมตร)
-
Limited AWD แบต 95.8 kWh ระยะทาง 320 ไมล์ (ประมาณ 515 กิโลเมตร)
ตัวรถรองรับพอร์ตชาร์จมาตรฐาน NACS รองรับสถานีชาร์จ DC Fast Charge สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในประมาณ 30 นาที และรองรับการชาร์จ AC Level 1 และ Level 2 พร้อมสายชาร์จ 120V/240V มีระบบปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้า และระบบ Plug & Charge ที่ช่วยให้การชาร์จอัตโนมัติ
ตัวรถถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA-K ที่ปรับปรุงใหม่ รองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และเพิ่มพื้นที่ภายใน พร้อมมาตรการลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน รวมถึงกระจกกันเสียง สัดส่วนตัวรถใหม่ ลดความสูง เพิ่มความกว้าง และเพิ่มระยะฐานล้อ ทำให้ได้รูปลักษณ์มั่นคงและพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น ด้านหน้ามาพร้อมดีไซน์ Hammerhead เอกลักษณ์ของโตโยต้า ไฟ DRL แยกจากไฟหน้า และกระจังหน้าทรงลาดถอยหลัง
ภายในออกแบบให้โปร่ง โล่ง และเน้นเทคโนโลยี แผงหน้าปัดดิจิทัล พร้อมไฟ Ambient ปรับได้ 64 สี เบาะ SofTex พร้อมระบบทำความร้อน เบาะกัปตันซีทแถวสองเป็นมาตรฐาน และมีเบาะแถวสามสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน มีแท่นชาร์จไร้สาย Qi แบบคู่ ช่อง USB-C รอบคัน ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ม่านบังแดด และช่องเก็บของหลากหลาย รวมถึงที่วางแก้วรวม 18 ตำแหน่ง และฝาท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี
มีสีตัวถังให้เลือกหลายสี เช่น Spellbound, Wind Chill Pearl, Heavy Metal, Everest, Reservoir Blue และ Midnight Black Metallic รวมถึงสีทูโทนหลังคาดำ ภายในมีสี Black, Portobello และ Misty Gray
Highlander ปี 2027 เป็นรถ BEV รุ่นที่ 4 ในไลน์อัพโตโยต้า ต่อจาก bZ, bZ Woodland และ C-HR โดยโตโยต้ามีแผนเสนอรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ารวม 22 รุ่นในอนาคต Highlander ใหม่จะประกอบในสหรัฐฯ ที่โรงงานรัฐเคนทักกี พร้อมแบตเตอรี่จากโรงงานประกอบแบตเตอรี่ของโตโยต้าในรัฐนอร์ทแคโรไลนา คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายปลายปี 2026 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2027 โดยราคาจะประกาศในภายหลัง
ด้านระบบความบันเทิง มาพร้อมระบบ Toyota Audio Multimedia รุ่นล่าสุด รองรับ 5G และการสั่งงานด้วยเสียง รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบบันทึกภาพจากกล้องรอบคัน
ตัวรถยังมาระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 4.0 ประกอบด้วย
-
ระบบเตือนการชนพร้อมตรวจจับคนเดินถนน
-
ระบบครูซคอนโทรลแปรผันความเร็ว
-
ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมช่วยควบคุมพวงมาลัย
-
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
-
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน
-
ระบบอ่านป้ายจราจร
-
ระบบช่วยขับขี่เชิงคาดการณ์
ไฮไลท์รุ่นย่อยต่างๆ
XLE
-
ไฟ DRL แบบเต็มความกว้าง
-
ล้อ 19 นิ้ว
-
หน้าจอ 14 นิ้ว
-
ระบบเสียง 6 ลำโพง
-
เบาะ SofTex
-
พวงมาลัยและเบาะหน้าปรับอุ่น
-
TSS 4.0
Limited (สิ่งที่เพิ่มจาก XLE)
-
HUD
-
เบาะหน้าระบายอากาศ
-
เบาะแถวสองปรับอุ่น
-
Panoramic View Monitor
-
ระบบช่วยจอดขั้นสูง
-
Lane Change Assist



























ที่มา: Toyota USA Newsroom