ขึ้นชื่อว่า มหาเศรษฐี ย้อมมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงและมีกำลังซื้อสูง รถยนต์เ สำรวจตลาดรถยนต์หรูหราเมืองไทย 4เดือนปี 2567 (ม.ค.-เม.ย.67)พบปริมาณการ จดทะเบียน 116 คัน โดยค่ายเบนทลีย์ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เศรษฐีมองหายานพาหนะ ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสถานะทางสังคม รสนิยมส่วนตัว และความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี นี่คือ 10 รถยนต์หรูหราที่ได้รับความนิยมในกลุ่มอัครเศรษฐีเมืองไทย ในช่วง 4เดือนแรกของปี 2567

10 อันดับแรกรถLuxuryยอดนิยมในประเทศไทย (แยกตามรุ่น)
1.เมอร์เซเดส-มายบัค -Maybach S 580 e
ราคา:11.2ล้านบาท
เปิดตัว:มีนาคม 2567(2024)
แบรนด์ มายบัค เป็นหนึ่งในเครือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นยอดนิยมในไทยคือ Maybach S 580 e เป็นรถยนต์หรูหราที่ผสานความล้ำสมัยและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกัน พื้นฐานของรถนำเสนอเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเทอร์โบ 3.0 ลิตร ไฮบริด ให้กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 5.1 วินาที สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะไกลสุด 100 กม. ขนาดแบตเตอรี่ 58Ahเทคโนโลยีของมายบัคระบุไว้ว่าใช้น้ำมันเชื่อเพลิงเพียง 1.3ลิตร/100กม.หมายถึง อัตตราสิ้นเปลือง76.9กม/ลิตร (สภาวะรวม)
ราคารถวางไว้ตั้งแต่ 10,200,000 - 11,200,000 บาท (CKD),โดยMaybach S 580 e มีให้เลือก 4เกรด ต่างกันที่สีและเครื่องยนต์ คือ 3เกรดแรกเป็นสเปคขับเคลื่อน 2ล้อ เครื่อง3.0ลิตรเบนซิน 6สูบเทอโบร์ ราคา 10.2ล้าน 10.7ล้าน 11.2 ล้าน ตามลำดับ ส่วนเกรดไฮ Maybach S 580 e4เมติก พรีเมี่ยม ขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ปรับจาก6 สูบเป็น 8สูบ เพิ่มเทอร์โบเป็นแบบไบ-เทอร์โบ ขนาดเครื่องจาก3000ซีซีเป็น 4000 ซีซี ราคาจำหน่าย 18.7ล้าน
มายบัคดูเป็นรถยนต์ Luxuryที่มีราคาต่ำสุด ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรถได้ง่าย
ภาระภาษี :สรรพสามิต 4%
โรงงานประกอบ:ธนบุรีประกอบรถยนต์จำกัด (ประเทศไทย)
2.เบนท์ลีย์ เบนเทก้า ไฮบริด( Bentayga Hybrid)
ราคา:14.8ล้านบาท
เปิดตัว : 22 มีนาคม 2565(2022)
รายละเอียด: Bentayga Hybrid จากค่ายเบนทลีย์เป็นรถตรวจการณ์( SUV)ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม E Motor ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 เทอร์โบชาร์จคู่ ความจุขนาด 3.0 ลิตร กำลัง 443 แรงม้า และแรงบิดกว่า 700 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ตอบสนองจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 254 กม./ชม. เบนเทก้า ไฮบริด ใหม่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ามีความจุแบตเตอรี่48Ah โดยสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะไกลสุด 46.5 กม.อัตราการใช้พลังงาน 3ลิตร/100กม.หรือ 33.3กม/ลิตร ถือว่าประหยัดมาก รถมีระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีทันสมัยมากมายสามารถเดินทางได้ไกลด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มีการตกแต่งภายในที่หรูหราและกว้างขวาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัย
เบนเทก้า ไฮบริด ใหม่
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต:ยูไนเต็ด คิงดอม เบนทลีย์ มอเตอร์ จำกัด (อังกฤษ)
3.เบนทลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด Flying Spur Hybrid
ราคา: ประมาณ 16,326,000 บาท
เปิดตัว 22 มีนาคม 2565(2022)
เบนทลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด เป็นรถยนต์ซีดานหรูหรา ขนาดใหญ่ ใช้เครื่องยนต์ระบบไฮบริด ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด ผสมผสานความหรูหราจากงานฝีมือและการออกแบบที่ยั่งยืน และความสามารถในการลดการปล่อยมลพิษโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการขับขี่ เครื่องยนต์เบนซินV6 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.9 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 100 กิโลวัตต์ ให้กำลังรวม 536 แรงม้า สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะไกลสุด 40 กม. ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.3 วินาที และ ทำความเร็วสูงสุดที่ 285 กม./ชม. อัตราการใช้พลังงาน 3.1ลิตร/100กม.หรือ 32.3กม/ลิตร
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต:ยูไนเต็ด คิงดอม เบนทลีย์ มอเตอร์ จำกัด (อังกฤษ)
4.เฟอรารี่ 296 GTB -Ferrari 296 GTB
ราคา:21.8ล้านบาท
เปิดตัว : 7 เม.ย. 2565 (2022)
Ferrari 296 GTB รถแนวโรดเตอร์ รุ่นแรกภายใต้ตราสัญลักษณ์ม้าลำพอง เครื่องยนต์ V6 ปลั๊ก-อินไฮบริด ที่มาของชื่อ 296 GTB มาจากการรวมตัวเลขความจุกระบอกสูบ (2,992 ซีซี) และจำนวนลูกสูบไว้ด้วยกัน อักษร GTBมาจากคำว่า -Gran Turismo Berlinetta ภายในตกแต่งด้วยความหรูหราและเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นกำลังสูงสุด 663 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังเพิ่มเติมอีก 167 แรงม้า ทำให้กำลังรวมสูงสุดอยู่ที่ 830 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 330 กม./ชม. เฟอร์รารี่ 296 GTB ยังสามารถขับเคลื่อนในโหมดไฟฟ้าล้วน eDrive ได้ไกลสูงสุด 25 กิโลเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต: Ferrari มาลาเรลโล (อิตาลี)

5.ลัมโบกินี่ อูรุส (Lamborghini Urus)
ราคา: 24,980,000 บาท
เปิดตัว : พ.ย.2565 (2022)
อูรุส เป็นรถตรวจการณ์( SUV) ขนาดใหญ่และหรูหรา มีดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะสูง อูรุส เอสอี มาพร้อมเครื่องยนต์ วี 6 ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 620 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 483 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 3.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงและมีเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต: โรงงาน Sant'Agata Bolognese(อิตาลี)

6.ลัมโบกินี่ Huracan EVO/Evo S
ราคา: 24,590,000
เปิดตัว :พ.ศ. 2562(2019)
รายละเอียด: Lamborghini Huracan EVO และ Evo S เป็นรถสปอร์ตที่มีดีไซน์ดุดันและสมรรถนะสูง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ไฮบริดV10 ความจุ 5.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 640แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังด้วยเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด LDF (Lamborghini Doppia Frizione) สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด325 กม/ชม
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.9 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
ภาระภาษี :สรรพสามิต 40%
แหล่งผลิต: โรงงาน Sant'Agata Bolognese(อิตาลี)

7.แมคลาเรน อาร์ทูร่า McLaren Artura-Coupe
ราคา:16,700,000 บาท
เปิดตัว : เมษายน 2564(2021)
ซุปเปอร์คาร์ไฮบริดประสิทธิภาพสูงที่ผลิตในซีรีส์ชุดแรกของ McLaren มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการแข่งรถและรถยนต์บนท้องถนนของบริษัทมากกว่าครึ่งศตวรรษของบริษัท สู่ซุปเปอร์คาร์เจเนอเรชั่นถัดไปที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความทุ่มเทของ McLaren เพื่อการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
แมคลาเรน อาร์ทูร่า ออกตลาดมาตั้งแต่ปี 2565 (2022) ถือเป็นรถหรูหราในสายรถแข่ง ด้วยการนำเทคโนโลยีของทีม แมคลาเรน ที่มีชื่อเสียงจากF1มาใช้เช่น ระบบตัวถังพิเศษ McLaren Carbon Lightweight Architecture (MCLA)เน้นวิศวกรรมที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้สัดส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักน้อยที่สุด เครื่องยนต์ ไฮบริด สมรรถนะสูง และการประหยัดพลังงาน การออกแบบภายในและภายนอกเน้นความทันสมัยและหรูหรา มีสไตน์ เครื่องเบนซิน V6 เทอร์โบคู่ ขนาดความจุด 2,993cc กำลัง 585 แรงม้า แรงบิด 585 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Axial Flux E-Motor พละกำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 7.4 kWh เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตรที่ 2,250 รอบต่อนาที Redline ที่ 8,500 รอบ/นาที ส่งกำลังระบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 จังหวะ SSG-Seamless Shift Gearbox ไม่มีเกียร์ถอยหลัง (เวลาถอยหลังใช้มอเตอร์ขับ) รถขับเคลื่อนล้อหลังโดยมีเฟืองท้ายแบบ e-Differentialเป็นหัวใจถ่ายทอดกำลัง
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต: โรงงาน แมคลาเรน โปรดักชั่น เซ็นเตอร์ (MPC) (อังกฤษ)

8.เบนทลีย์ Flying Spur Azure Hybrid
ราคา:17,757,000
เปิดตัว : 6 ธ.ค.2565 (2022)
เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด นี้มีรุ่นย่อย 3 รุ่นคือ เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด ‘S’ Hybrid ราคาเริ่มต้น 16 ล้านบาท เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด ‘Azure’ Hybrid ราคาเริ่มต้น 17.7 ล้านบาท และ เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด‘Mulliner’ ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท
รถทั้ง 3 รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เหมือนกันแต่แตกต่างกันที่การตกตแต่ง เครื่องยนต์แบบไฮบริดรุ่น V6 ขนาด 2.9 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขั้นสูง ให้กำลังรวม 536 แรงม้า (544 PS) และแรงบิดสูงสุด 750 Nm (553 lb.ft) ซึ่งเพิ่มขึ้น 95 แรงม้าเมื่อเปรียบเทียบกับ รถSUV อย่าง เบนเทก้า Hybrid Flying Spur ใหม่กลายเป็นเบนท์ลีย์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาซึ่งสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 700 กม. เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็ม การเพิ่ม Flying Spur ถือเป็นการสร้างตระกูลรถไฮบริด เป็นครั้งแรกของเบนท์ลีย์ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในกลยุทธ์ Beyond100 ที่จะกลายเป็นองค์กรคาร์บอนเป็นกลางแบบ end-to-end และเป็นบริษัทชั้นนำด้านยานยนต์หรูหราที่ยั่งยืนชั้นนำของโลก
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต: โรงงาน Crewe โดย Bentley Motors (อังกฤษ)

9.เบนทลีย์ Flying Spur V8
ราคา: 16 ล้าน (ราคาเริ่มต้น)
เปิดตัว 2565(2022)
รุ่น V8 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตรขั้นสูงของเบนท์ลีย์ มอบพละกำลัง กว่า 542 แรงม้า และ แรงบิดกว่า 770 นิวตันเมตร โดยสามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4.3 วินาที มาพร้อมกับเทคโนโลยี Bentley Dynamic Ride ที่สามารถใช้แรงบิดต้านการโคลงตัวของรถได้ถึง 1,300 นิวตันเมตรในเวลาเพียง 0.3 วินาที เทคโนโลยีบังคับเลี้ยว 4 ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบมาตรฐาน โดยระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำระบบจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางตรงกันข้ามกับด้านหน้าสูงสุด 4.2 องศา เพื่อลดวงเลี้ยวและเพิ่มความคล่องตัว แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงในระหว่างการเปลี่ยนเลนหรือแซง
ภาระภาษี :สรรพสามิต 8%
แหล่งผลิต: โรงงานCrewe เบนทลีย์ มอเตอร์ (อังกฤษ)

10.โรลซรอยด์ คัลลิแนน (Cullinan)
ราคา:32,900,000 บาท
เปิดตัว: มีนาคม 2566(2023)
แบรนด์โรลซรอยด์ รถที่ถูกสร้างมาเพื่อราชวงศ์ชั้นสูงก่อนจะลดเงื่อนไข จำหน่ายให้แก่ พ่อค้า วานิช ทั่วไป รถที่มีคอนเซ็ป นุ่มราวกับล่องลอยอยู่บนพรมวิเศษ (Magic Carpet Ride) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ โรลส์-รอยซ์ สำหรับ คัลลิแนน จัดว่าเป็นรถที่มีหลังคาสูงขนาดใหญ่ เพื่อให้คนขับได้ สัมผัส ทางออฟ-โรด การออกแบบ จะ ใช้โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ที่เบาขึ้น, ช่วงล่างถุงลมขนาดใหญ่ จุอากาศได้มาก ดูดซับแรงสะเทือนได้ดี, การเสริมความแข็งแกร่งให้เพลาขับ, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อันทรงประสิทธิภาพ และพละกำลังมหาศาลจากเครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 6.75 ลิตร ทวินเทอร์โบ 563 แรงม้า (HP) แรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,600 รอบ/นาที‘คัลลิแนน’ สามารถนำพาผู้โดยสาร6คน ทะยานสู่จุดหมายเหนือจินตนาการ อย่างที่ไม่เคยมี โรลส์-รอยซ์ รุ่นอื่นๆ เคยทำได้
ภาระภาษี :สรรพสามิต 40%
แหล่งผลิต: โรงงาน Goodwood โรลซรอยด์ มอเตอร์ คาร์ (อังกฤษ)
รถยอดนิยม 10 อันดับ แยกตามยี่ห้อ
ทีมงาน massautocar ได้สำรวจปริมาณการจดทะเบียนรถยนตหรูหราในช่วง 4เดือนแรกของปี2567 โดยสำรวจเฉพาะกลุ่ม Luxury ที่ประกอบไปด้วยรถ 9 ยี่ห้อ คือ แอสตัน มาร์ติน, เบนทลีย์, บูกัตติ, เฟอร์รารี่, ลัมโบกินี่ ,มายบัค ,แมคราเลน ,พากานิ, และโรลซอยด์ พบว่าตลาดรวมมีการจดทะเบียนรถใหม่ 116 คัน แบ่งตามยี่ห้อได้ดังนี้ เบนทลีย์ จำนวน 41 คัน , ลัมโบกินี่ 19 คัน ,มายบัค 19 คัน , เฟอร์รารี่ 18 คัน,โรลซอยด์ 8 คัน, แมคราเลน 6 คัน, แอสตัน มาร์ติน 5 , ส่วน บูกัตติ และพากานิ ไม่มียอดจดทะเบียน ทั้งนี้หากคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3อันดับแรกได้แก่ เบนทลีย์ครองตลาดอันดับที่ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด % มายบุคครองตลาดอันดับที่ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด %และเฟอร์รารี่ครองตลาดอันดับที่ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาด15.52 %