EN / TH

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

GWM CANNON ALPHA เครื่องดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร เปิดตัวในออสเตรเลียควบคู่กับ TANK500

17 สิงหาคม 2569

IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ปรับราคาพิเศษเป็น 1.449 ล้านบาท เพิ่มอีก 200 คัน หลังครบ 400 คันแรก

17 สิงหาคม 2569

HONDA SUPER-ONE แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็ก จำกัด 30 คันปีนี้ ราคา 990,000 บาท

14 สิงหาคม 2569

ACURA เปิดตัว NEXERA Vision รถยนต์ Concept สะท้อนแนวคิดการออกแบบใหม่ของแบรนด์

14 สิงหาคม 2569

HONDA จ้าง TATA พัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ เพื่อลดระยะเวลาและควบคุมต้นทุน

13 สิงหาคม 2569

All-New LEXUS ES เปิดตัวในไทย ขุมพลัง Hybrid และ BEV ราคา 3,290,000-3,890,000 บาท

13 สิงหาคม 2569

GEELY STARRAY EM-R ขุมพลัง PHEV ชนิด REEV วิ่งไฟฟ้าล้วน 104.8 กม. NEDC 699,900-799,900 บาท

13 สิงหาคม 2569

MITSUBISHI เตรียมผลิตรถยนต์ HEV รุ่นใหม่ในฟิลิปปินส์ สื่อในประเทศคาดว่าเป็น Next-Gen XPANDER

11 สิงหาคม 2569

TOYOTA COASTER อัพเดทปี 2026 เครื่อง EURO 5 เพิ่ม USB-C ผู้โดยสาร 6 จุด

10 สิงหาคม 2569

Ora เผยรุ่นใหม่ในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งคาดว่าจะใช้ชื่อรุ่นว่า Ora 5 GT

10 สิงหาคม 2569

MITSUBISHI ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก รายได้สุทธิ 1.4 พันล้านเยน +100%

9 สิงหาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

MG ES อเนกประสงค์ไฟฟ้าทรงเอสเตท จัดเต็มระบบความปลอดภัย คาดราคาแตะ 9 แสนบาท

13 มีนาคม 2566| จำนวนผู้เข้าชม 2,914

“NEW MG ES” ชูจุดเด่นการเป็นรถไฟฟ้าที่เติมเต็มความสะดวกสบาย พร้อมเปิดรับจองให้เป็นเจ้าของก่อนใคร เพื่อรับข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท ใช้เป็นส่วนลดได้ 20,000 บาท และรับฟรี! อุปกรณ์ต่อเชื่อมกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 - 19 มีนาคม 2566 เวลา 23.59 น. ณ โชว์รูมเอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) รวมทั้งช่องทางเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com/ และแอพพลิเคชัน MG THAILAND พร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการ วันที่ 20 มีนาคม 2566 นี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์แนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 4

 

 

NEW MG ES มาพร้อมกับ New ERA Design ที่ออกแบบตัวรถใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ดูเรียบหรูผสานความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว  

Exterior Design:  ดีไซน์สเตชั่นแวกอน ที่พรีเมียมและล้ำสมัยเหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบ

 

  • มิติตัวถัง 4,600 x 1,818 x 1,543 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,665 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 115 มิลลิเมตร
  • ไฟหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟท้าย LED โฉมใหม่แบบ Light Curtain Design ที่ดูโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ

 

    • ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) 

 

  • ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว 
  • กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว 
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง และ สปอยเลอร์หลัง
  • ฝาปิดห้องเครื่องด้านหน้า และที่ปิดห้องเก็บสัมภาระท้าย
  • ชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม

 

 

 

Interior Design: ความพรีเมียมภายในที่ใช้งานได้จริง

ห้องโดยสารที่ เรียบหรู กว้าง พร้อมดีไซน์ ENERGETIC BLUE STRIP พร้อมเทคโนโลยี Zero-G Seats เพื่อรองรับสรีระของผู้นั่ง กับความสามารถในกระจายน้ำหนัก ทำให้นั่งสบายตลอดเส้นทาง พื้นที่บรรจุสัมภาระสูงสุดถึง 1,367 ลิตร

    • คอนโซลแบบ DOUBLE LAYER พร้อมพื้นที่ช่องเก็บของรอบคัน และที่วางแก้ว 
    • เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ DENIM TEXTURE DESIGN กับผิวสัมผัสที่สบายและดูแลรักษาง่าย พร้อมเส้นสายการตกแต่งภายในโทนสีฟ้า ENERGETIC BLUE STRIP 
    • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง 
    • เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40
    • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์
    • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi-function Display) และหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 จุด

 

  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE-A และ TYPE- C 

 

    • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android 
    • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ

 

  • ระบบปรับอากาศแบบดิจิตัล พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart key) พร้อมปุ่ม Push Start 

 

 

 

E- PERFORMANCE: สเตชั่นแวกอนอีวีแนวใหม่กับประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและเหนือระดับ

เต็มประสิทธิภาพทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด กับแพล็ตฟอร์มระบบส่งกำลัง SAIC E1 THREE - ELECTRIC SYSTEM มาพร้อมขุมพลังที่ให้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่แบบ 8-LAYER HAIR PIN PERMANENT MAGNETIC SYNCHRONOUS MOTOR (PMSM) ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มาพร้อม ช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION ที่ให้การทรงตัวที่ดี ผสานกับระบบช่วงล่างหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโครง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม

  • แพล็ตฟอร์มระบบส่งกำลังใหม่ SAIC E1 THREE - ELECTRIC SYSTEM 
  • มอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่แบบ 8-LAYER HAIR PIN PERMANENT MAGNETIC SYNCHRONOUS MOTOR (PMSM)
  • แบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 51 kWh สามารถวิ่งในระยะทาง 412 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE)
  • พร้อมระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และน้อย 
  • แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.65 เมตร 
  • ดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง
  • ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)

 

SAFETY: ปลอดภัยและอุ่นใจ...สบายใจทุกการเดินทาง

NEW MG ES มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) และมีการติดตั้งระบบ           ความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS)       รวม 20 ระบบ ได้แก่

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) และ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane keep Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK 

(Emergency Lane Keeping Assist)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX 2 จุด
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย 
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ
  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

 

COMFORTABLE CHARGING: ไปได้ทุกทิศทั่วไทย สะดวกสบายด้วยสถานีชาร์จที่ครอบคลุม

NEW MG ES มาพร้อมกับแบตเตอรี่เทคโนโลยีใหม่ที่ให้สมรรถนะและรองรับระบบการชาร์จ 2 รูปแบบทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge เร็วขึ้น ให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางสะดวกสบายได้ทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG SUPER CHARGE ที่ติดตั้งแล้วกว่า 158 แห่งทั่วประเทศ 

  • ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 0% - 80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 87 kW
  • ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ
    7 ชั่วโมง 15 นาที* ที่ 6.6 kW รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kW 
  • รองรับระบบ V2L (Vehicle to Load) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยกำลังไฟสูงสุด 2,200 วัตต์
  • ปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้ใช้งานต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น และมีน้ำหนักเบาลง 22% 

 

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

 

CONNECTION: สะดวกสบาย...ง่ายทุกการเชื่อมต่อ 

NEW MG ES มาพร้อมกับระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART ในรูปแบบ Lite version ตอบสนอง                        ทุกไลฟ์สไตล์และอำนวยความสะดวกสบายของผู้ใช้งานไปอีกขั้น ให้เข้าถึงระบบการใช้งานรถไฟฟ้า                เพียงปลายนิ้วสัมผัส

 

SMART CHECK (ระบบตรวจเช็คอัจฉริยะ) 

 

  • ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์
  • ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถ Find My Car
  • ระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์
  • ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ
  • ระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จ และสถานีชาร์จ

 

SMART COMMAND (ระบบสั่งการอัจฉริยะ)

  • กุญแจดิจิตอล
  • ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน
  • ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Centre
  • ระบบโทรออก – รับสายกรณีฉุกเฉิน Emergency Call
  • ระบบสั่งการชาร์จ สถานี MG SUPER CHARGE ผ่านทางสมาร์ทโฟน

 

NEW MG ES มาพร้อมสีตัวถังให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเทา (Andes Gray) สีแดง (Scarlet Red) และ สีเงิน (Champagne Silver) และตกแต่งภายในสไตล์ทูโทนพร้อมหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ DENIM TEXTURE DESIGN


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ปรับราคาพิเศษเป็น 1.449 ล้านบาท เพิ่มอีก 200 คัน หลังครบ 400 คันแรก

17 สิงหาคม 2569

HONDA SUPER-ONE แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็ก จำกัด 30 คันปีนี้ ราคา 990,000 บาท

14 สิงหาคม 2569

FORD FATHOM กระบะไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ แพลตฟอร์ม Universal EV เริ่มต้นราว 939,519 บาท

7 สิงหาคม 2569

KIA PV5 CARGO รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ แบต 51.5 kWh ระยะทาง 384 กม. NEDC ราคา 1,199,000 บาท

6 สิงหาคม 2569

HYUNDAI NEIRA Prototype รถ BEV ต้นแบบ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่ง 490 กม./ชาร์จ เตรียมผลิตในอินโด

31 กรกฏาคม 2569

XIAOMI เปิดตัว SKYNOMAD N70 และ N90 ในจีน ขุมพลัง EREV เริ่มต้นราว 1.3 และ 1.5 ล้านบาท

31 กรกฏาคม 2569

BYD RACCO EV เปิดตัวในญี่ปุ่น Kei Car ไฟฟ้า 64 แรงม้า ระยะทาง 210-320 กม. WLTC เริ่มต้นราว 439,000 บาท

30 กรกฏาคม 2569

NISSAN LEAF NISMO เปิดตัวในญี่ปุ่น ตกแต่งรอบคัน ปรับปรุงช่วงล่างใหม่หมด พละกำลังคงเดิม

27 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ