EN / TH

All-New Nissan Kicks e-POWER เปิดตัวในญี่ปุ่น มาพร้อมระบบ e-4ORCE เป็นครั้งแรก

17 มิถุนายน 2569

เปิดตัว 2027 CHEVROLET SILVERADO 1500 เครื่องยนต์ V8 เจนใหม่ ภายในปรับดีไซน์

17 มิถุนายน 2569

ข้อมูล HONGQI E-HS9 เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรูแดนมังกร ช่วงล่างถุงลม วิ่งไกล 760 กม. CLTC

17 มิถุนายน 2569

FORTHING FRIDAY REEV เครื่องยนต์ปั่นไฟ เคลมระยะวิ่งทั้งระบบสูงสุด 1,100 กม ราคา 789,900-859,900 บาท

16 มิถุนายน 2569

FORTHING FRIDAY EV เอสยูวีไฟฟ้า แบต LFP 64.4 kWh ระยะทางวิ่ง 480 กม NEDC 699,900-789,900 บาท

16 มิถุนายน 2569

รอมานาน ORA 7 ผลิตโดย BMW หลังจากร่วมมือกันสร้าง MINI ไฟฟ้า

16 มิถุนายน 2569

กระบะไฟฟ้าแพลตฟอร์ม Universal EV ของ FORD ถูกพบเจอพรางตัววิ่งทดสอบ

12 มิถุนายน 2569

Denza Z พลัง 1,600 แรงม้า จาก BYD พร้อมลงสนามแข่งได้เลย

12 มิถุนายน 2569

Subaru Sambar Van พลัง 660 ซีซี เกียร์ธรรมดา ราคา 7,200 ดอลลาร์ เหมาะมากในยุคน้ำมันแพง

12 มิถุนายน 2569

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 มิถุนายน 2569

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 มิถุนายน 2569

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 มิถุนายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

เปิดตัว Mercedes-AMG E53 2024 ขุมพลังไฮบริดV6 612แรงม้า(PS)/750Nm วิ่ง 0-100 กม. ได้ใน 3.8 วินาที จำหน่ายยุโรปปลายปีนี้

12 มีนาคม 2567| จำนวนผู้เข้าชม 1,825

เปิดตัว Mercedes-AMG E53 รุ่นปี 2024 ความเป็นกลางที่ลงตัวระหว่างเครื่องยนต์และไฟฟ้า มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด 6 สูบ ที่ให้พละกำลังถึง 612 แรงม้า (PS) มาแทนที่ในเครื่องยนต์ V8 ของ E63 รุ่นเดิม

 

E53 นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดหกสูบที่มีเทคโนโลยีปลั๊กอิน พละกำลังสูงเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ V8 ในรุ่นอื่น ๆ ในตลาดสมัยนี้ การประกาศเปิดตัวครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามจากเหล่าแฟนบอยเกี่ยวกับอนาคตของรุ่นยอดนิยมอย่าง E63 เนื่องจาก E53 ที่ถูกจูนประสิทธิภาพขึ้นมาสูงจนเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 โดยมีรายงานเสริมจากสื่อเยอรมันว่าจะไม่มีรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 มาแทนที่รุ่นเก่าของ Mercedes แล้ว

 

E-Class คือรถยนต์รุ่น MID ของ Mercedes ที่มีประสิทธิภาพสูง AMG E53 ตัวใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีไฮบริดและทำให้มันมีพละกำลังเทียบเท่ากับรุ่นเก่าอย่าง E63 ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ที่ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าและกินพลังงานสูงกว่า

 

เครื่องยนต์ของ E53 ถูกพัฒนาใหม่จากเวอร์ชันก่อนหน้าที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร  6 สูบ ทวินเทอร์โบมีพละกำลังที่ 449 แรงม้า(PS) ให้แรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตร ได้ถูกอัพเกรดขึ้นมาให้แรงกว่ารุ่นเดิมอย่างมาก โดยรุ่นล่าสุดนี้มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 163 แรงม้า(PS) และแรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่รวมกันจะได้พลังงานทั้งระบบอยู่ที่ที่ 585 แรงม้า(PS) ให้แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ในการขับขี่ปกติ และโหมดควบคุมการเร่งเร็วแบบ Race Start จะให้กำลังเพิ่มขึ้นไปถึงระดับสูงสุด  612 แรงม้า (PS) พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Torque-Converter และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแปรผัน 4Matic+

 

Mercedes-AMG E53 เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที สำหรับ E53 รุ่นใหม่นี้ และความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. (หากซื้อชุดออพชั่น AMG Dynamic Plus จะได้ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 280 กม./ชม.) **ถือเป็นพละกำลังระดับเดียวกับเครื่องยนต์ Twin-turbo V8 ใน E63 กำลัง 612 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร แค่แรงบิดน้อยลง 

 

ชุดตัวเลือก AMG Dynamic Plus จะปลดล็อกกำลังสูงสุดไปที่ 612 แรงม้า (PS) จากเดิม 585 แรงม้า(PS) พร้อมด้วยเบรกหน้าแบบคอมโพสิตหกลูกสูบขนาดใหญ่ขึ้น จานเบรกขนาด 390x36 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดง เฟืองท้ายด้านหลังแบบล็อคควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแท่นยึดเครื่องยนต์แบบไดนามิก นอกจากนี้ยังเพิ่มพวงมาลัย AMG Performance ที่หุ้มด้วยหนังไมโครไฟเบอร์และหนัง Nappa พร้อมแป้นหมุนเลือกโหมดขับเคลื่อน

 

การสร้างความแตกต่างให้กับ E53 - E53 Hybrid 4Matic+ ตามที่วางตลาดจากรุ่น E-Class ทั่วไปคือกันชนหน้าและหลังที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น กระจังหน้า AMG 'Panamericana' พร้อมแผ่นเรืองแสง ซุ้มล้อหน้ากว้างขึ้น 11 มม. และสเกิร์ตข้างใหม่ ล้อมีขนาด 19, 20 หรือ 21 นิ้วในยุโรป และตราไฮบริดบนฝากระโปรงหลังและซุ้มล้อหน้า ปลายท่อไอเสียทรงกลมสี่เส้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่น AMG 

 

สิ่งที่ได้รับการปรังปรุงใน E53 รุ่นใหม่คือเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตรที่ได้รับการปรับรอบเครื่องใบพัดให้มีแรงดันสูงขึ้น โปรแกรมซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบระบายความร้อนเพิ่มเติม ใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุขนาด 21.2kWh ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ สามารถวิ่งด้วยโหมดพลังงานไฟฟ้าไกลถึง 101 กิโลเมตร ที่ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.  แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80% ในระยะเวลา 20 นาที ที่แรงดันไฟกระแสตรง 60kW DC และการชาร์จที่บ้าน 11kW AC รวมถึงยังมีระบบเบรก REGENERATIVE BRAKING แบบหมุนเวียนสี่ระดับ พลังงานจากล้อแต่ละล้อจะถูกดูดกลืนผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าและส่งกลับไปยังแบตเตอรี่ของรถยนต์ ที่สามารถไหลเวียนพลังงานคืนได้สูงสุดถึง 120kW 

 

AMG ได้เพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวถังของ E53 โดยมีส่วนค้ำด้านหน้าระหว่างแท่นยึดสตรัทระบบกันสะเทือนที่เรียกว่า 'thrust field' ใต้เครื่องยนต์ และสตรัทด้านข้างที่ยาวไปจนถึงด้านหลังของรถ ระบบกันสะเทือนแบบสปริงเหล็กพร้อมแดมเปอร์แบบปรับได้ในโหมด Comfort, Sport และ Sport+ รวมถึงเส้นทางที่กว้างกว่า E-Class ปกติ และระบบบังคับเลี้ยวที่ล้อหลังพร้อมการหมุนสูงสุด 2.5 องศา ที่ด้านหน้าใช้จานเบรกขนาด 370x36 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ด้านหน้าแบบสี่ลูกสูบ และที่ด้านหลังใช้จานเบรกขนาด 360x26 มม. คาลิปเปอร์ะลูกสูบเดี่ยว พร้อมบูสเตอร์เบรกระบบไฟฟ้า

**'thrust field' ในที่นี้หมายถึงโครงสร้างหรือส่วนที่เป็นกระจังหน้าของเครื่องยนต์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยรับน้ำหนักและการแรงกดที่เกิดขึ้นในรถ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเร่งเร็ว

โหมดการขับขี่ปกติมี 5 โหมด ได้แก่

  • Comfort
  • Sport
  • Sport+
  • Smoothness 
  • Individual + Electric Battery Hold โหมดรักษาระดับประจุในแบตเตอรี่โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นหลัก

ภายในมีตัวเลือกเบาะนั่งแบบสปอร์ตด้านหน้าให้เลือก 2 แบบ หุ้มด้วยหนัง nappa และหุ้มด้วยไมโครไฟเบอร์  พร้อมระบบควบคุมโหมดการขับขี่ เมนูเฉพาะของ AMG

 

Mercedes-AMG E53 รุ่นปี 2024 มีกำหนดวางจำหน่ายในยุโรปในปลายปีนี้ ในรุ่น Edition 1 โดยมีสีขาวด้านหรือสีเทา แถบสีดำ ล้อขนาด 21 นิ้ว อุปกรณ์ตกแต่งภายนอกสีดำและคาร์บอนไฟเบอร์ ฝาครอบรถ และไฮไลท์สีเหลืองบนเบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และพื้นวางรองเท้า

แต่สำหรับ E-Class รุ่นปกติมีกำหนดวางจำหน่ายที่ออสเตรเลียในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว 

 

 

 

และสำหรับตลาดประเทศไทย Mercedes-benz E-class 2024 ก็ได้เตรียมเปิดตัวในกลางปีนี้แล้ว หรืออย่างเร็วที่สุดรอดูได้ที่งาน THE 45th BANGKOK INTERNATIONAL MOTORSHOW 2024 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2567 

หรือคอยติดตามข่าวสารการอัปเดต คลิ๊ก MercedesBenzThailand 

 

Cr. Drive

 

 

 

 
 
 
 

แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

All-New Nissan Kicks e-POWER เปิดตัวในญี่ปุ่น มาพร้อมระบบ e-4ORCE เป็นครั้งแรก

17 มิถุนายน 2569

เปิดตัว 2027 CHEVROLET SILVERADO 1500 เครื่องยนต์ V8 เจนใหม่ ภายในปรับดีไซน์

17 มิถุนายน 2569

FORTHING FRIDAY REEV เครื่องยนต์ปั่นไฟ เคลมระยะวิ่งทั้งระบบสูงสุด 1,100 กม ราคา 789,900-859,900 บาท

16 มิถุนายน 2569

Denza Z พลัง 1,600 แรงม้า จาก BYD พร้อมลงสนามแข่งได้เลย

12 มิถุนายน 2569

Subaru Sambar Van พลัง 660 ซีซี เกียร์ธรรมดา ราคา 7,200 ดอลลาร์ เหมาะมากในยุคน้ำมันแพง

12 มิถุนายน 2569

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 มิถุนายน 2569

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 มิถุนายน 2569

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 มิถุนายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ