ฟอร์ดปรับกลยุทธ์ไลน์อัพรถไฟฟ้าของบริษัท โดยประกาศว่าจะเลื่อนการเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่จากเดิมที่วางแผนไว้ปี 2025 ไปเป็นปี 2026 และรถ SUV ไฟฟ้าขนาด 3 แถว จากปี 2025 ไปเป็นปี 2027 แทน แล้วกลับไปมุ่งเน้นที่การทำตลาดรุ่นไฮบริดสำหรับรถสันดาปในกลุ่มผลิตภัณฑ์
CEO Jim Farley กล่าว “ในฐานะแบรนด์ EV อันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกาในช่วงสองปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจ EV เพื่อทำกำไรให้มากขึ้น โดยใช้เงินทุนอย่างชาญฉลาด และนำไปประยุกต์ใช้ในรถยนต์รูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการเปิดตัวออกสู่ตลาดในเวลาที่เหมาะสม”
โครงการก่อสร้างที่ BlueOval City campus ในรัฐเทนเนสซี จะเป็นสถานที่ผลิตรถกระบะแห่งใหม่ โดยหากว่าโครงการนี้สร้างเสร็จเมื่อไร จะสามารถรองรับการผลิตรถยนต์ BEV ได้มากถึง 500,000 คันต่อปี ซึ่งขณะนี้ก็กำลังดำเนินการสร้างไปอย่างรวดเร็ว และโรงงานนี้จะถูกจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากบริษัทใหญ่ต่าง ๆ เช่น Tesla, Amazon, Meta และ Toyota
การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของ Unifor ซึ่งเป็นคนงานของ Oakville เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว มีการเรียกร้องให้ FORD ออกมาให้คำตอบถึงความล่าช้าของแผน EV ใหม่นี้(ที่ถูกเลื่อนออกไป)
แม้มันอาจจะส่งผลกระทบต่อคนงานในโรงงาน แต่พวกเขาก็จะมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างร้อยละ 70 ในขณะที่เลิกจ้าง แล้วเมื่อโรงงานเสร็จสิ้น Ford ก็จะทำงานร่วมกับ Unifor เหมือนเช่นเดิม
นอกจากโรงงาน BlueOval ฟอร์ดก็ได้ขยายการทำงานออกไปอีก 2 แห่งคือ ในโรงงานที่รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์รุ่นใหม่หลายรุ่นอยู่ในขณะนี้ และรัฐแคลิฟอร์เนียด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่บริษัทใช้พัฒนา "แพลตฟอร์ม EV รุ่นเล็ก ต้นทุนต่ำ สามารถทำกำไรได้ และยืดหยุ่นกว่า" ซึ่งจะรองรับการผลิตแพลตฟอร์มรถยนต์รุ่นต่าง ๆ จำนวนมากที่มีมูลค่าได้และสร้างผลประกอบการที่ดีให้ FORD ได้
Credit: Carscoops & Automotive News



